สี่แยกมรณะ! กระบะซิ่งชนสิบล้อขวางลำ บิ๊กไบก์เสยเต็มแรง หนุ่มกระเด็นดับสยอง

สี่แยกมรณะ กระบะซิ่งชนสิบล้อรถไถลขวางลำ บิ๊กไบก์เบรกไม่ทันเสยเต็มแรงเสียชีวิตสยองคาที่ ญาติกอดศพร่ำไห้ เจ้าหน้าที่เร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยอีก 2 ชีวิตติดในรถ 

เมื่อเวลา 05.55 น. วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.อ.นพ จิ๋วแหยม รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม รับแจ้งรถบรรทุกหมูชนกับรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสายพัฒนานิคม ช่องสาริกา ซอย14 ม.11 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาล พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 70-1914 ลพบุรี สภาพตกลงไปข้างทางด้านหน้ามีร่องรอยการชนอย่างรุนแรง ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ใกล้กันพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 2ฒณ-5380 กรุงเทพมหานคร คลิกคว่ำพังยับเยินตกอยู่ข้างทาง มีผู้เจ็บร้องขอความช่วยเหลือภายในรถ เจ้าหน้าที่เร่งใช้เครื่องตัดถ่างเข้าให้การช่วยเหลือนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากรถและนำส่งโรงพยาบาล

นอกจากนี้ บนถนนยังพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ สีดำ ทะเบียน 1กฐ-7082 ลพบุรี สภาพพังยับเยินเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถกระเด็นกระจัดกระจายเกลื่อนถนน ที่ริมทางพบศพ นายวิศรุต รอดกุล อายุ 23 ปี พนักงานโรงงานผลิตซองกันกระแทก และซองบับเบิ้ล เป็นชาวจ.ลพบุรี สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ โดยมีแม่และญาติของผู้เสียชีวิตร้องไห้ด้วยความเสียใจและกอดศพอยู่ไม่ห่าง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า รถบรรทุก 10 ล้อที่ดัดแปลงเป็นรถบรรทุกหมูขับตรงมาจากซอย 13 มุ่งหน้าซอย 16 ถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไม่มีสัญญานไฟ รถกระบะที่ขับมาจากซอย 14 ด้วยความเร็วสูงไม่ทันระวัง พุ่งชนรถยนต์บรรทุกอย่างจังจนรถทั้งคู่เสียหลัก เป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์ที่มีนายวิศรุต ขับสวนเส้นทางมาเพื่อที่จะรีบไปทำงานที่ปั๊มน้ำมัน ไม่สามารถเบรกได้ทันได้พุ่งชนด้านข้างของรถบรรทุกอย่างจังจนกระเด็นตกข้างทางเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง และได้อายัดตัวคนขับรถยนต์บรรทุกเพื่อรอทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

กระบะ4ประตู ข้ามเกาะชนสนั่นคลองท่อม ประสานงา รถบรรทุกปลา สาหัส3

กระบะ4ประตู ข้ามเกาะชนสนั่นคลองท่อม ประสานงา รถบรรทุกปลา สาหัส3

ประสานงา / เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พ.ต.ท.ประเทือง วงค์เดช รองผู้กำกับการ สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงา บนถนนเพชรเกษม พื้นที่ ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่

จึงไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยอันดามัน เรสคิ้ว อ.ลำทับ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข หน่วยกู้ภัยเทศบาลคลองท่อม หน่วยกู้ภัยอบต.ปกาศัย โรงพยาบาลคลองท่อม

ในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ ป้ายทะเบียน ขร 2914 สงขลา ชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ ตอนเดียว สีเงิน ทะเบียน บพ 7021 กระบี่ ซึ่งบรรทุกปลามาเต็มคันรถ ทำให้ปลามที่ขนมากระจายเกลื่อนเต็มถนน

ตรวจสอบภายในรถกระบะ 4 ประตู พบชายคนขับบาดเจ็บสาหัสเป็นชายอายุราว 30 เศษ ไม่ทราบชื่อ ขณะที่ในรถบรรทุกปลา พบคนบาดเจ็บติดอยู่ภายใน ขับชื่อนายโตโต้ อายุ 40 ปี คนนั่งข้างชื่อนายหมัด อายุ 28 ปี ทั้งสอง เป็นชาว ต.คลองพน อ.คลองท่อม หน่วยกู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากรถ และนำส่ง รพ.คลองท่อม และทราบภายหลังว่า คนขับรถ 4 ประตู เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องแห่งหนึ่งในอำเภอใกล้เคียง ซึ่งมาทำธูรถวที่เกิดเหตุ

สอบถามเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะ 4 ประตู สีดำ เดินทางจาก คลองท่อม มุ่งหน้า ไปเมืองกระบี่ พอถึงที่เกิดเหตุ มีฝนตกหนักถนนลื่น ทำให้เกิดรถเสียหลักข้ามเกาะไปชนประสานงากับรถกระบะบรรทุกปลาที่วิ่งสวนมา ทำให้รถสภาพพังยับเยินและมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป

ดวงยังไม่ถึงฆาต! หนุ่มซิ่งเก๋งแอคคอร์ดแต่ง ตกถนนชนเสาไฟแหลกรอดปาฏิหาริย์

ดวงยังไม่ถึงฆาต! หนุ่มซิ่งเก๋งแอคคอร์ดแต่ง ตกถนนชนเสาไฟแหลกรอดปาฏิหาริย์

วันที่ 11 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเสาไฟฟ้าริมถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออกเมือง ใกล้ร้านโชกุนของฝาก ตรงข้ามร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสาร ราคาถูก ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้าแอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน กจ 8917 สุโขทัย สภาพชนเสาไฟฟ้าหักติดคาอยู่สภาพพังยับเยินทั้งคัน ภายในรถพบร่างชายคนขับ ทราบชื่อคือ นายจักรพงศ์ อายุ 29 ปี บ้านอยู่ ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีบาดแผลฉีกขาดที่แขนและถลอกตามร่างกาย หน่วยกู้ภัยนำตัวออกจากรถมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลตราด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า นายจักรพงศ์ น่าจะขับรถมาด้วยความเร็วสูงก่อนรถเสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้และเสาไฟฟ้าอย่างแรง ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมดำเนินคดีทำทรัพย์สินราชการเสียหายต่อไป

ผัวหึง! เมียเล่นเฟซ-ไลน์ คว้ามีดปาดคอดับ หนีความผิด นอนให้รถไฟทับหวังฆ่าตัว

สลด! สาวใหญ่ถูกผัวหึงโหด ปาดคอ-หลอดลมขาด เลือดไหลอาบทั่วร่าง คลานเคาะข้างห้องให้ช่วย ก่อนนั่งคอพับเสียชีวิตคาแคร่ ผัวหนีความผิด นอดพาดรางรถไฟหวังถูกทับตาย ก่อนโดนชนกระเด็นขาขาดสองข้างเจ็บปางตาย

เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.ไชยวิชิต พิเมย รอง สว.(สอบสวน) สภ.กลางดง รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายใช้มีดปาดคอหญิงเสียชีวิต ที่ห้องเช่าเลขที่ 9 ม.1 บ้านปางอโศก ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนถึงโรงงาน ผลิตฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ราชศักดิ์ ญาณอุบลผกก.สภ.กลางดง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายสฤษดิ์ ศรีสังข์ กำนัน ต.กลางดง แพทย์เวรโรงพยาบาลปากช่องนานา และหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสีมามงคล

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องเช่าพบศพ นางดวงมะลิ พิขุนทด อายุ 53 ปี สภาพเสียชีวิตบนแคร่ไม้ไผ่ นั่งก้มศีรษะอยู่บนเข่า สวมผ้าถุงกระโจมอก ไม่สวมเสื้อ เลือดนองพื้น บริเวณลำคอถูกปาดด้วยของมีคมมีแผลฉกรรจ์ ช่วงลูกกระเดือก ยาว 7-8 เซนติเมตร หลอดลมขาด ตรวจสอบในห้องพบกองเลือดอยู่ข้างที่นอน และบัตรประชาชนของสามี คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุชื่อ นายครู่ หรือ ศร ศรีสระทุม อายุ 61 ปี หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเพื่อนบ้านข้างห้องทราบว่า ช่วงกลางวันพวกตนขับรถบรรทุกพ่วง เพื่อบรรทุกหินก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยมาเช่าห้องนอนพัก ขณะกำลังนอนพักและดูโทรทัศน์อยู่ในห้อง ได้ยินเสียงเคาะประตูและร้องให้ช่วย จึงเปิดหน้าต่างบาดเกร็ดออกดู ก็พบนางดวงมะลิที่พักห้องฝั่งตรงข้าม เอามือปิดที่คอเลือดเต็มร่าง ร้องให้ช่วย จึงถามว่าเป็นอะไร ก็ไม่พูด ได้แต่ชี้ไปในห้องพัก จากนั้นได้ไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่มีเลือดไหลออกมามาก พวกตนจึงออกไปดู พร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ไม่นานนางดวงมะลิ เสียชีวิตก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึง

ขณะที่ตำรวจและแพทย์เวร รพ.ปากช่องนานา กำลังตรวจที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 24.20 น. ได้รับแจ้งจากสถานีรถไฟกลางดงว่า รถไฟดีเซลราง กรุงเทพ มุ่งหน้า จ.หนองคาย ได้ชนคนที่นอนพาดรางรถไฟ อยู่บริเวณหลักเสาโทรเลข 162/9-163 ห่างจากสถานีรถไฟกลางดงประมาณ 1 กิโลเมตร สภาพขาทั้ง 2 ข้าง ถูกทับขาขาดเละ พบว่าเป็น นายครู่ หรือ ศร ศรีสระทุม อายุ 61 ปี ที่ปาดคอนางดวงมะลิ ภรรยาจนเสียชีวิต และหลบหนีมาให้รถไฟทับ แต่ขาขาดทั้ง 2 อาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาล และรีบนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนทราบว่า นางดวงมะลิมีอาชีพรับจ้างปลอกเปลือกข้าวโพดหวานที่ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ หรือ ไร่สุวรรณ เคยพักอยู่ที่ห้องเช่ากับสามีคนเก่า แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา สามี ประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ขณะมึนเมาสุราตัดหน้ารถเก๋งจนเสียชีวิต ต่อมาได้นายครู่เป็นสามีคนใหม่

ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น นายครู่ได้ไปเบิกเงินค่ารับจ้างทำงานมาและซื้อเหล้าขาวมาดื่มในห้อง กระทั่งมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กและไลน์ ทำให้เกิดความความหึงหวงว่าภรรยาจะนอกใจ ก่อนก่อเหตุใช้มีดทำครัวปาดคอนางดวงมะลิ แล้วหลบหนีเดินบนรางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ไปนอนพาดบนรางรถไฟโดยหวังจะให้รถไฟทับเพื่อหนีความผิด แต่รถไฟชนกระเด็นก่อนที่จะทับขาจนขาดทั้ง 2 ข้างอาการสาหัส

ด้าน พ.ต.อ.ราชศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันครอบครัวนับวันที่จะมีเหตุรุนแรง อาจจะเกิดจากทางสังคม รายได้ รวมถึงทางโลกโซเซี่ยลเข้ามาและมีปัญหาตามที่เคยมีข่าว จึงอยากให้ครอบครัวหันหน้ามาพูดคุยกันและมีเหตุผล เหตุรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนผู้บาดเจ็บตำรวจได้อายัดตัวเพื่อดำเนินคดีไว้แล้วรอให้รักษาตัวให้หายก่อน

สลด! หนุ่มใหญ่ขี่จยย.ข้ามฝั่ง กระบะป้ายแดงพุ่งชนสนั่น ร่างลอยตกพื้นดับคาที่

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ร.ต.อ.เสรต ศรีแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าบ้านปัญจพล ถนนสายเสนา-ปทุม ม.3 ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ น้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน ขทย 819 สุพรรณบุรี พลิกคว่ำอยู่ข้างทางสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ม 7233 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปข้างทาง ที่กันชนหน้าข้างซ้ายมีร่อยรอยถูกชนจนยุบ ห่างออกไป 20 เมตร พบศพนายสายัณห์ มาลัยทอง อายุ 54 ปี เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ เสียชีวิตอยู่ข้างทาง สภาพศพคอหัก นอนคว่ำหน้า มีเลือดไหลออกที่ปาก

นายนิพนธ์ สารสม อายุ 31 ปี พนักงานร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอย ราคาถูก คนขับรถยนต์กระบะ กล่าวว่า ตนขับรถมาจาก จ.ปทุมธานี กำลังมุ่งหน้าไปที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปส่งสินค้า เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ๆ รถจักรยานยนต์ผู้ตายได้ขับข้ามเลนมา จึงทำให้รถของตนชนกับรถของผู้ตายเข้าอย่างจัง จนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ขณะผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ข้ามฝั่ง อาจมีรถปิดบังเส้นทาง จึงทำให้ไม่เห็นรถกระบะที่ขับมาทางตรง จึงเป็นเหตุให้รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ทำให้ร่างกระเด็นเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบสวนคนขับรถกระบะอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาทจนทำให้อุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาล ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

ชนสนั่นกลางแยก! หนุ่มควบจยย.เสยปิกอัพ ดับคาที่ รถคู่กรณีพุ่งขึ้นเกาะกลาง

เมื่อเวลา 23.30 วันที่ 2 พ.ค. ร.ต.อ.บุญมา ทาทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์และรถจยย.ชนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณแยก ก่อนถึงร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอย ราคาถูก อบต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หลังจากได้รับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้ากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เดินทางรับผู้บาดเจ็บ ก่อนเดินทางไปตวรจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บนอนอยู่กลางถนนอาการสาหัส ชีพจรเต้นอ่อน จึงได้ปั๊มหัวใจเบื้องต้น ก่อนที่รถกู้ชีพโรงพยาบาลตราด จะเดินทางมารับผู้บาดเจ็บไปรักษาอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อคือ นายพันกร ฟักสุก อายุ 19 ปี แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถจยย. หมายเลขทะเบียน 1กง-2361 ตราด ของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ สภาพเสียหาย ด้านหน้าพังยับเยิน

ส่วนคู่กรณีเป็นพบรถกระบะนิสสันนาวารา หมายเลขทะเบียน บฉ-3411 ตราด อยู่บนเกาะกลางถนนชนอัดกับเสาไฟฟ้าส่องสว่าง โดยมี นายวุฒินันท์ กิจนุเคราะห์ อายุ 48 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ต้นคอ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่ง ร.พ.กรุงเทพตราด

จากการสอบถาม นายเอกชัย กิจนุเคราะห์ ลูกชายของ นายวุฒินันท์ กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ อีกหลายคนได้เดินทางมาเที่ยวที่ จ.ตราด กระทั่งวันนี้ต้องกลับ กทม. พ่อจึงขับรถมาส่งตนและเพื่อน จากบ้านน้ำเชี่ยวมายังที่สถานขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตราด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังจะเลี้ยวขวาข้ามแยก ปรากฎว่ารถจยย.คู่กรณีที่ขี่มามาด้วยความเร็ว โดยไม่มีทางทีจะชะลอรถ ซึ่งพ่อพยายามหักหลบแล้ว แต่ไม่พ้นและชนกันกลางสี่แยกจนเกิดเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้บาดเจ็บรวมทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุ เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการต่อไป