พ่อแม่ใจสลาย “น้องบูม” นักศึกษาสาวอนาคตไกล รถหรูเมาแล้วขับชนดับพร้อมเพื่อน

(13 มิ.ย. 62) ที่วัดเกษสมาคม ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้คารวะศพ “น้องบูม” นางสาวฉัตรศิริ ฉิมณรงค์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปี 3 พร้อมมอบนำเครื่องบริโภคและเงินสดจำนวนหนึ่ง มอบให้กับครอบครัว นายปัญญา-นางฉัตรมาลี  ฉิมณรงค์ บิดามารดาน้องบูม หลังจากนำศพมาตั้งไว้เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ศาลาเก็บศพเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ โดยกำหนดฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 นี้

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ทราบข่าวน้องบูม หรือนางสาวฉัตรศิริ ฉิมณรงค์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต จากทางสื่อโซเชียล และทราบว่าเป็นเด็กดี เรียนเก่ง เคยได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเกาหลี แต่เปลี่ยนใจไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายและกำลังจะศึกษาต่อในปีที่ 3 แต่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พร้อม น.ส. นิภาพร ทับนิล เพื่อนร่วมคณะ ชาว จ.อ่างทอง โดยตามข่าวระบุว่า ถูกเจ้าของรถเก๋ง BMW ชนขณะขี่จักรยานยนต์หน้าตลาดฟ้าไทยบริเวณ ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องลูกฟูก ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย

นายไกรสร กล่าวอีกว่า พอทราบข่าวนักศึกษาสาว ซึ่งเป็นลูกหลานชาวกาฬสินธุ์ ที่เรียนเก่ง เป็นเด็กดี มีอนาคต และเป็นความหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่กลับต้องมาเสียชีวิต จึงได้มาเยี่ยมให้กำลังใจกับครอบครัวน้องบูม และจะได้มอบหมายทางอำเภอ และส่วนราชการในพื้นที่ เข้ามาช่วยดูแล ให้คำปรึกษา ตลอดทั้งให้การจัดงานพิธีฌาปนกิจ เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับน้องบูมอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มอบถุงเครื่องบริโภคและเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อยากจะให้อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และเตือนไปยังผู้ที่ดื่มสุรา ขออย่าขับรถหรือยวดยานพาหนะขณะมีอาการเมาสุรา เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วจะสร้างความสูญเสียให้กับทรัพย์สินทั้งของตนเองและของผู้อื่น ซึ่งไม่สามารถที่จะเอาคืนได้ ขอให้อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนด้วย

ภาพในที่เกิดเหตุ

ด้านนางฉัตรมาลี ฉิมณรงค์ อายุ 51 ปี เล่าว่า น้องบูม เป็นบุตรสาวคนเดียวของตนกับ นายปัญญา ฉิมณรงค์ สามี ซึ่งน้องบูมเป็นเด็กดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะเก่งภาษาเกาหลี เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย เคยสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศเกาหลี แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวค่อนข้างไม่ค่อยมีเงิน เกรงจะไม่มีเงินส่งเสียน้องบูมจนถึงเรียนจบได้ จึงปรึกษากันสามคนพ่อแม่ลูก และตัดสินใจไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อที่จะเป็นความหวังเสาหลักให้ครอบครัว โดยตลอด 2 ปีที่ปิดภาคเรียนก็จะกลับมาเยี่ยมบ้าน และเกือบจะทุกวันที่น้องบูมไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย ก็จะคุยกันทางโทรศัพท์กันอยู่เสมอ ไม่นึกว่าจะได้รับข่าวร้าย

โดยเพื่อนน้องบูมโทรมาแจ้งให้ทราบว่าน้องบูมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในคืนวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. ทำให้ตนกับสามีแทบช็อก และถึงแม้ขณะนี้ถึงแม้จะรับศพน้องบูมกลับมารอการฌาปนกิจแล้ว ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ซึ่งทุกรวมทั้งญาติต่างอยู่ในความโศกเศร้าจนร้องไห้แทบไม่ออก ที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียวไปอย่างไม่มีวันคืนกลับมา อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าทางเจ้าหน้าที่ จะดำเนินคดีกับบุคคลที่ขับรถชนน้องบูมเสียชีวิตอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับดวงวิญญาณของน้องบูมด้วย

ขณะที่นายปัญญา ฉิมณรงค์ อายุ 62 ปี บิดาน้องบูมกล่าวว่า น้องบูมเป็นความหวังของพ่อแม่ และญาติ ครูที่เคยสอนตอนเรียนอยู่โรงเรียนกมลาไสย และเพื่อนๆ ที่เคยเรียนด้วยกัน ก็หมั่นสอบถามข่าวของน้องบูม และอยากจะเห็นความสำเร็จด้านการศึกษาของน้องบูม พอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก็ได้แต่โศกเศร้าเสียใจและไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะทำใจได้ เพราะเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของครอบครัวเรา

ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจ ทำให้มีแรงฮึดสู้กับมรสุมชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนเงินที่จะใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายงานฌาปนกิจศพน้องบูมนั้น คงต้องอาศัยญาติๆ และเพื่อนบ้านช่วยกัน เนื่องจากตนไม่มีเงินเก็บออมและสำรองจ่ายเลย จะให้ไปหาหยิบยืมคนอื่นก็ยังหมดหนทาง เพราะตอนนี้คิดอะไรไม่ออก เนื่องจากอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจมาก โดยกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพน้องบูมในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 นี้

ไร้รอยข่วน! ขับเก๋งลงคลอง รอดตายปาฏิหาริย์ เชื่อบารมีปู่ศรีสุทโธช่วยแคล้วคลาด

รอดตายปาฏิหาริย์ / เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนุ่มเมืองอุดรธานี ขับรถยนต์จะไปธุระแต่สุนัขเกิดตัดหน้า ทำให้รถเสียหลักลงคลองข้างทาง รถพังยับแต่ตัวเองรอดตาย ไม่มีแม้รอยแผลถลอก

โดยเรื่องราวเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน เอเมร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน กล8967 อุดรธานี พลิกคว่ำ บริเวณถนนระหว่างหมู่บ้านบ้านโนนเมือง-หนองว้า ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทางมาป่าคำชะโนด โดยคนขับรถไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ล่าสุดในวันนี้ทางผู้ประสบอุบัติเหตุ พร้อมครอบครัวทำพิธีอัญเชิญขวัญ (ความเชื่อคนอีสาน) ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศาลปู่ศรีสุทโธเก่า โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์และพูดคุยสอบถาม

นายมาชนะ รุ่งสถิตสิริกุล อายุ 42 ปี พนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษ และผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก อยู่บ้านเลขที่ 86 ม.11 บ.โนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เปิดเผยว่า หลักทำธุระเสร็จกำลังจะกลับบ้านระหว่างขับมาตามทางก่อนจะถึงบ้านไม่ถึงกิโลเมตร มีสุนัขวิ่งตัดหน้า 2 ตัว ตัวแรกเบรกทันไม่ชน ตัวที่ 2 เบรกซ้ำอีกที รถเสียหลักหมุนตกลงไปข้างทาง ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้ขับรถเร็ว ขับมาไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีที่ตัวเองคาดเข็มขัดนิรภัยไว้

เมื่อตั้งสติได้ ก็ปีนออกมาจากรถ มานั่งข้างทางสักพักก็เห็นชาวบ้านออกมาดูและช่วยเหลือ ต่อมาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ดูว่าเป็นอะไรมากหรือไม่ ผลออกมาว่ากระดูกไม่หัก ร่างกายไม่เป็นอะไร ไม่มีแม้แต่รอยถลอก แต่ภรรยาก็ให้ตนไปนอนย่างไฟ 1 คืน เพื่อรักษาสุขภาพวิธีหนึ่งของการแพทย์พื้นบ้านอีสาน เมื่อประสบกับอุบัติเหตุ

ส่วนตัวแล้วการที่ตัวเองรอดชีวิตมาได้ เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะเหรียญที่ตัวเองห้อยคออยู่เสมอ คือเหรียญพญาปู่ศรีสุทโธนาคราช รุ่นเงินไหลมา และเหรียญรุ่นคู่บารมี ปู่ ย่า รุ่นแรก ถ้าพูดถึงเรื่องความศรัทธาในองค์ปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาแล้ว เฉพาะคนในชุมชนหากคิดจะทำอะไรผิด ทำไม่ดีจริงๆ กับปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาจะไม่กล้า เพราะคนในชุมชนนี้จะรู้ว่า อะไรคืออะไร

“สำหรับรถที่เสียหายไปนั้น ทางประกันชี้แจงว่าหากจะเคลมโดยซ่อมกลับมาใช้เหมือนเดิม รถอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าอยากจะได้คันใหม่ทางประกันจะออกช่วย 70% ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอารถคันใหม่หรือซ่อมคันเก่า นี่เป็นเรื่องราวความเชื่อของและศรัทธาในปู่ศรีสุทโธคำชะโนด หลายครั้งหลายคราและบางคนความตายก็แขวนอยู่เส้นด้าย แต่หากเราทำดี คิดดี ภยันตรายก็คงไม่มากล่ำกลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาก็จะปกปักรักษาเอง” นายมาชนะ กล่าว