เปิดใจ ผอ.เทคนิคศรีสะเกษ สุดเศร้านักศึกษาตายหมู่ 13 ศพ ยันทุกคนเป็นเด็กดี

(29 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า หลังจากที่เกิดเหตุนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเดินทางไปร่วมฝึกงานกับเพื่อนๆ ที่โรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า แห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ รวมทั้งหมด 13 คน เมื่อกลางดึกคืนวานนี้

จึงได้เดินทางไปที่บ้านหนองระเยียว ต.โนนปูน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายเทียนชัย อายุ 19 ปี นักศึกษาระดับ ปวส.2 แผนกช่างยนต์ โดยบรรยากาศที่บ้านของนายเทียนชัย มีญาติๆ และเพื่อนบ้านเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับศพจากโรงพยาบาลบาลพลี จ.สมุทรปราการ ที่คาดว่าจะมาถึงในช่วงค่ำวันนี้ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสร้อย

นายนิกร อายุ 27 ปี ญาติของ นายเทียนชัย  เปิดเผยว่า น้องเทียนชัย เป็นนิสัยดี ใช้งานง่าย ชอบช่วยงาน และมีแต่คนในหมู่บ้านรัก ขณะทำงาน น้องก็จะส่งเงินมาให้ทางบ้านทุกๆ เดือน เดือนละประมาณ 1 หมื่นบาท และปกติน้องจะเป็นคนไม่ค่อยชอบกิน เที่ยว แต่ครั้งนี้น้องน่าจะไปเพราะถูกเพื่อนๆชวน และคิดว่าจะไปกิน เที่ยวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะฝึกงานจบ การที่น้องเทียนชัย เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝันทำให้พวกตนและครอบครับเสียใจเป็นอย่างมาก 

นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ประชุมหารือร่วมกับคณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่ประกันภัยและญาติพี่น้องของนักศึกษาที่เสียชีวิต เพื่อเตรียมประสานงานในการไปรับศพของนักศึกษาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่า นักศึกษาที่เสียชีวิต มีจำนวน 11 ราย เป็นศิษย์เก่าอีก 2 ราย รวมเป็น 13 ราย ตอนนี้ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งว่า จะนำศพทั้ง 13 ราย มาส่งที่ จ.ศรีสะเกษ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ย. 62) นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะลงมาประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเยียวยา ซึ่งตนได้ประสานงานกับทาง รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ยุติธรรมจังหวัด ประกันภัย และสาธารณสุขจังหวัดเพื่อหาทางเยียวยาให้กับผู้ปกครองได้สบายใจที่สุดในเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกัน ทางวิทยาลัยก็ได้ประสานงานกับทางบริษัทประกันภัยที่ทางวิทยาลัยได้ทำประกันภัยเอาไว้ให้กับนักศึกษาทุกคน ได้ประสานงานเรียบร้อยแล้วแจ้งว่า ประกันภัยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งประกันภัยของ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมประสานงานด้วย ตนจะพยายามดูแลในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ แต่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาเยียวยาพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างเต็มที่ ในฐานะที่ตนได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็ได้ร่วมประชุมกับคณะอาจารย์ในวิทยาลัยรวมทั้งผู้บริหารอาชีวศึกษา จ.ศรีสะเกษ ให้ช่วยกันเยียวยาให้ดีที่สุด

ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้มีแต่เด็กนิสัยดี เบื้องต้นตอนนี้ทางวิทยาลัยเทคนิคได้เรียกประชุมคณะอาจารย์ด่วน พร้อมจะแบ่งคณะอาจารย์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ชุดที่ 1 จะเดินทางไปประสานงานเรื่องต่างๆ กับโรงพยาบาล และส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ง่ายต่อการที่ญาติๆจะเดินไปขอรับศพผู้เสียชีวิต ชุดที่ 2 จะลงพื้นที่ตามบ้านต่าง ๆของเด็กนักศึกษา เพื่อดูแลช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ และชุดที่ 3 จะเป็นกลุ่มที่จะคอยประสานงานกับผู้ปกครองที่มีความพร้อมและพาไปรับตัว รับศพเด็กนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ขอยืนยันว่า จะช่วยดูแลพ่อแม่ญาติๆ ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตทั้ง 13 ศพ อย่างเต็มที่และให้ดีที่สุด

นักแข่งรถหนุ่ม นักศึกษา ม.ดัง ซิ่งเก๋งอัลฟาร์ดชนอัดขอบสะพาน สุดยื้อชีวิต

นักศึกษาหนุ่ม ม.ดัง ดีกรีนักแข่งรถ ขับเก๋งกลับบ้าน หลังเพิ่งสังสรรค์กับเพื่อนๆ พุ่งเฉี่ยวชนขอบสะพานเสียหลักพังยับเยิน เสียชีวิตคาที่

(26 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถชนเสาคอนกรีตของป้ายสะพานมีผู้เสียชีวิต บริเวณเชิงสะพานนนทบุรี ถนนนนทบุรี-ปทุมธานี ต.บ้านใหม่ หน้าร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ไปสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ จอดกีดขวางกลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่มีชิ้นดี ข้างรถพบศพนายรวีโรจน์ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และยังเป็นนักแข่งรถประเภทดริฟต์ รุ่น Class B สังกัดทีม The Club 24 Bangkok Drag Bar เปรียว จูเนียร์ อีกด้วย โดยสภาพศพมีรอยฟกช้ำตามลำตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายรวีโรจน์ ได้ขับรถกลับออกมาจากเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัย ขับรถมุ่งหน้าไปทาง อ.บางบัวทอง เพื่อจะกลับที่พักย่านบริเวณถนนทางหลวงสาย 345 (บางบัวทอง-บางพูน) โดยขับขี่ด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางขึ้นเชิงสะพาน อยู่ๆ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาคอนกรีตของป้ายสะพานอย่างจัง

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ช่วยกันนำร่างออกมาจากซากรถ เพื่อช่วยยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะพบว่า นายรวีโรจน์ เสียชีวิตลงในที่สุด

คอนโดฯ ปัดขายโซฟา “ลันลาเบล” แค่ย้ายที่ ลูกบ้านหลอนจ่อย้ายออก

ลูกบ้านทนหลอนไม่ไหว จ่อขอย้ายออกจากคอนโดฯ เดียวกับ “ไออุ่น” ด้านนิติฯ ปัดขายโซฟาจุดพบร่าง “ลันลาเบล” ยันแค่ย้ายไปเพื่อความสบายของทุกคน

จากข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา หรือ ลันลาเบล พริตตี้สาววัย 25 ปี ที่ขณะนี้นำไปสู่การจับกุมตัว นายรัชเดช หรือ ไออุ่น ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาในครั้งนี้ แต่ปรากฏว่ามีรายงานว่า บรรดาผู้พักอาศัยที่คอนโดมิเนียมแห่งเดียวกับนายไออุ่น ซึ่งเป็นสถานที่พบศพ รู้สึกไม่สบาย และประสงค์เตรียมย้ายออก

โดยเฉพาะผู้ที่เข้าพักอยู่ชั้นเดียวกับห้องของนายไออุ่น ต่างพากันรู้สึกหลอนและหวาดกับเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งโซฟาที่ล็อบบี้คอนโดฯ ที่พบร่างลันลาเบลเสียชีวิตอยู่ และมีข่าวลืออ้างว่ามีการประกาศขาย แต่ปรากฏว่าพบว่าทางคอนโดฯ ได้เคลื่อนย้ายโซฟาห่อด้วย แอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก ไปไว้บริเวณลานจอดรถของอาคาร เพื่อความสบายใจของลูกบ้านที่พักอาศัย พร้อมห่อโซฟา

ทั้งนี้ ลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ คนหนึ่งยอมรับว่า รู้สึกไม่สบายใจและมีหลอนกับสิ่งที่เกิดขึ้น วางแผนและหารือกับครอบครัว ก่อนตัดสินใจย้ายออกจากคอนโดฯ แห่งนี้ ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ หลังจากเข้าพักอาศัยมานาน 5 เดือน โดยสาเหตุที่ตัดสินใจย้ยออกมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนหนึ่งเพราะต้องใช้ลิฟท์โดยสารและเดินผ่านห้องของนายไออุ่นที่อยู่ชั้นเดียวกันทุกวัน และทำให้เห็นภาพที่เกิดเหตุ จากการเสพข่าว ทั้งคลิปนายไออุ่นลากร่างลันลาเบล จึงรู้สึกหลอนและกลัวมากที่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น

ขณะที่นิติบุคคลของคอนโดฯ ยืนยันว่า กรณีที่มีบุคคลติดต่อขอซื้อโชฟาเพื่อนำไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ ตามที่มีกระแสข่าวนั้นไม่มีมูลความจริง อีกทั้งไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมีการเผยแพร่มาจากบุคคลใด เนื่องจากทรัพย์สิ้นภายในคอนโด หากมีจะการซื้อขายหรือชำรุดเสียหาย ต้องมีการติดต่อและแจ้งให้กับทางนิติบุคคลทราบในฐานะผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง

ส่วนกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายโซฟาจากล็อบบี้ ไปไว้ที่ลานจอดรถของคอนโดฯ นั้น ทางนิติฯ ระบุสาเหตุที่มีการเคลื่อนย้าย ก็เพื่อสร้างความสบายใจให้กับที่ผู้พักอาศัย โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายเพราะความหวาดกลัวหรือมีสิ่งเร้นลับแต่อย่างใด แต่ล่าสุดเมื่อไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถก็ไม่พบโซฟาตัวดังกล่าวอีกแล้ว

ตำรวจบุกจับ ผัวเมียเชียงใหม่ ผลิตน้ำมันกัญชา ผู้ป่วยมะเร็งซื้อกินแล้วตาย

ตำรวจบุกรวบ “ผัวเมีย” แอบผลิตน้ำมันกัญชาขายออนไลน์ หลังมีคนร้องสายด่วน ป.ป.ส. สาวป่วยมะเร็งซื้อไปใช้ ปรากฏว่าเสียชีวิต ตะลึงพบเงินสดกว่า 3.4 ล้าน

(20 ก.ย.) พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจ สภ.สารภี นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวลักลอบผลิตและบรรจุน้ำมันกัญชา เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์

จากการตรวจสอบพบ นายนิพนธ์ อายุ 34 ปี และ นางสาววิชุณี อายุ 31 ปี สามีภรรยาได้แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขณะที่การตรวจค้นพบน้ำมันกัญชาาบรรจุขวด และแพ็คใส่กล่องพัสดุพันด้วยเทปขุ่น สก๊อตเทป เพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้ากว่า 30 กล่อง รวมทั้งตัวยาที่เป็นส่วนผสมอีกจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน และคู่มือรถยนต์ รวมทั้งเงินสดเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท รวมกว่า 3.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

พล.ต.ต.พิเชษฐ ระบุว่า เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นหญิงวัย 39 ปี สั่งซื้อน้ำมันกัญชาจากนางสาววิชุณี ต่อมาไม่นานผู้ป่วยรายนี้ได้เสียชีวิตลง โดยแพทย์ระบุว่าเกิดจากโรคเส้นเสียงติดเชื้อ ทางญาติเชื่อว่าอาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยซื้อน้ำมันกัญชามาใช้ จึงร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

หลังจากได้รับเรื่องชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัด ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายค้น เพื่อเข้าตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว ที่คาดว่าจะเป็นแหล่งผลิตและบรรจุน้ำมันกัญชา ซึ่งการสืบสวนพบว่ามีการสั่งซื้อกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนนำมาผสมและบรรจุเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์มานานกว่า 2 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่เตรียมจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อใช้มาตรการทางกฏหมายยึดทรัพย์ รวมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายที่ลักลอบส่งน้ำมันกัญชาให้ผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม

Advertisement

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกับสามีภรรยา ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดประเภท 5 ไว้ในความครอบครอง และจะได้ส่งน้ำมันกัญชาของกลางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่ามีส่วนผสมของสารชนิดใดบ้าง และเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายของผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าวหรือไม่ หากพบว่ามีเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

ขณะที่ นางสาววิชุณี ให้การว่า ได้เรียนจบระดับปริญญาตรี จากคณะบริหารธุรกิจ จากนั้นตนกับได้ร่วมกันทำธุรกิจจำหน่ายถุงห่อผลไม้เพื่อป้องกันแมลง และอุปกรณ์ทางการเกษตร ส่วนสาเหตุที่หันมาขายน้ำมันกัญชา เพราะตนก็ใช้เองอยู่และได้ผลดี ขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับผู้ป่วยมะเร็งหลายคนจึงสนใจและศึกษา ก่อนสั่งน้ำมันกัญชาจาก สปป.ลาว มาผสมและบรรจุขายให้ผู้ป่วย ขายในราคาขวดละ 1 พันบาท

หลังจากขายน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วยมะเร็งหลายรายได้ติดตามผล พบว่าหลายรายมีอาการดีขึ้น และหายป่วย เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งที่เป็นมะเร็งสมอง แพทย์ระบุว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2 เดือน แต่เมื่อซื้อน้ำมันกัญชาจากตนเองไปใช้ก็อยู่มาได้นานเกือบ 2 ปีแล้ว จึงขายมาเรื่อยๆ จนธุรกิจขยายตัว แต่ยืนยันว่าเงินสดจำนวน 3.4 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในบ้านพัก เป็นเงินที่ได้จากธุรกิจขายอุปกรณ์ทางการเกษตรไม่เกี่ยวกับการขายกัญชา

เภสัชกรหญิงนฤมล ขันตีกุล เภสัชกรชำนาญการ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า น้ำมันกัญชาที่ไม่เข้ากลุ่มยาเสพติด ต้องอยู่ในกลุ่มยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยแบ่งจากส่วนผสมหากมีสารทีเอสซี น้อยกว่า 0.02 เปอร์เซนต์ จะถือเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร

แต่รายนี้พบว่ายังไม่มีการขออนุญาตถูกต้อง ซึ่งผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการขออนุญาตถูกต้อง จะไม่ทราบเลยว่ามีส่วนผสมชนิดใดบ้าง เกิดมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ และควรจะกินในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม จึงอาจเกิดความเสี่ยงและมีผลเสียต่อร่างกาย เช่น มีผลต่อความดัน เป็นลม และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้ดีว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันกัญชา จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“อาจารย์คี๊” ซินแสชื่อดัง ตายปริศนาในบ่อน้ำริมถนน หนุ่มคนสนิทสงสัยช่างสร้างบ้านหลังใหม่

อาจารย์คี๊ ซินแสดัง กลายเป็นศพดับปริศนาที่บ่อน้ำริมถนน ลูกศิษย์คนสนิทตั้งข้อสงสัยช่างรับเหมา หลังมีปากเสียงปมขอเงินเพิ่มค่าสร้างบ้านหลังใหม่

วานนี้ (17 ก.ย.) มีการพบศพ นายวรงค์ทิตย์ อายุ 49 ปี อาจารย์คี๊ ซินแสชื่อดัง ที่บ่อน้ำริมถนนสายบ้านมอญ ข้างบริเวณโรงงานผลิตเทปใส เทปกาว ต.ดอนแฝก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำกว้างประมาณ 4 เมตร สภาพศพนอนหงายหลังพิงตลิ่งสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงขายาวสีดำ

เบื้องต้น พบบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังคล้ายถูกของกระแทก และข้อศอและข้อมือซ้ายมีรอยถลอก เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรโรงพยาบาล จ.นครปฐม นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบรองเท้าแตะผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายณัฐพล อายุ 31 ปี ลูกศิษย์คนสนิทผู้พบศพ เล่าว่า ปกติผู้ตายจะเปิดสำนักซินแส รับดูดวง ดูฮวงจุ้ย ชื่ออาจารย์คี๊ เป็นที่รู้จักดีของชาวนครชัยศรี เปิดสำนักใกล้จุดพบศพ

ผู้ตายไม่มีลูกและภรรยา และมีตนมาอยู่ดูแลผู้ตายคอยรับใช้ ช่วงเช้าตื่นมาไม่พบผู้ตายจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหา จนมาพบรองเท้าอยู่ริมถนน จึงจอดรถลงมาดูก็พบคนตายนอนคว่ำหน้าในน้ำ จึงแจ้งตำรวจ

นายณัฐพล บอกอีกว่า ผู้ตายน่าจะถูกฆาตกรรม ซึ่งตอนนี้คนตายกำลังปลูกบ้านใหม่ราคาล้านกว่าบาท และใกล้เสร็จ แต่เมื่อหลายวันก่อนมีปัญหากับช่างผู้รับเหมา โดยช่างเรียกเงินจำนวน 40,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ยอมให้จึงทะเลาะกัน พอสายๆ มีพวกช่างมาเก็บเครื่องมือกลับไป หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวบหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ตัดประเด็น เรื่องมีปัญหากับช่างผู้รับเหมาและลูกศิษย์คนสนิท และยังมีเรื่องประกันชีวิตของผู้ตายประมาณ 100,000 บาท โดยจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เส้นทางเศรษฐีสะดุด หนุ่มโรงงานแจ้งความลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หาย เหลือเพียงรูปถ่าย

(16 ก.ย.62) เวลา 17.00 น. พ.ต.ต.ชัยกฤต เตารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจาก นายสมภพ อายุ 50 ปี ชาว ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ทำงานอยู่โรงงานผลิตเทปใส เทปกาว แห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง แจ้งว่าลอตเตอรี่ของตนซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้หายไป

โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน เวลา 17.00 น ตนได้ไปนั่งที่ร้านกาแฟชื่อร้านด้วงน้อย อยู่หาดสุชาดา ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ได้ซื้อลอตเตอรี่จากรถจักรยานปั่นเร่ขายไว้ 3 ใบ ใบที่ 1 เลข 340388 ลงวันที่ 16 กันยายน 2562 งวดที่ 36 ชุดที่ 40 , ใบที่ 2 เลข 474276 ลงวันที่ 16 กันยายน 2562 งวดที่ 36 ชุดที่ 40 ,ใบที่ 3 เลข 888963 งวดที่ 36 ชุดที่ 36 แล้วได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายลอตเตอรี่myh’ 3 ใบดังกล่าวเอาไว้  แล้วได้เก็บลอตเตอรี่ไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังข้างขวาก่อนกลับบ้านพัก

ต่อมาวันนี้ทราบว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อมา 1 ใน 3 ใบถูกรางวัลที่ 1 แต่กลับโชคร้าย เพราะลอตเตอรี่ทั้ง 3 ใบ ได้หายไปไหนไม่ทราบ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบและดำเนินการต่อไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้ไปตรวจสอบหาว่าหายที่ใด ลองไปหาดูอีกครั้งอาจจะเจอ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเอาไว้ จากนั้นนายสมภพก็ได้รีบเดินทางกลับไปหาลอตเตอรี่ที่บ้านอีกครั้ง

ผัวยิงเมียตายต่อหน้าลูกสาว โมโหเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ช่วยหาเงินดูแลครอบครัว

หนุ่มยิงเมียดับต่อหน้าลูกสาววัย 14 เผยปมเครียดทำงานคนเดียวเลี้ยงทั้งบ้าน แถมเมียไม่ดูแลลูก  

(10 ก.ย.62) ตำรวจ สภ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตาย ที่บ้านแม่ยุย หมู่ 7 ต.บ้านตาล อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า จึงเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านพักหลังดังกล่าวพบรอยคราบเลือดเต็มพื้นบ้านและอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก วางอยู่และพบปลอกกระสุน 1 ปลอกตกอยู่บริเวณโต๊ะกินข้าว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางศรีอิน อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่หน้าอก จำนวน 1 นัดอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลฮอด ให้แพทย์ทำการรักษาแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ นายพงษ์ อายุ 37 ปีเจ้าของบ้านและเป็นสามีผู้ตาย มีอาชีพทำสวน ยืนรอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนลูกสาววัย 14 ปี ให้การว่าก่อนเกิดเหตุบิดา กับมารดา ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลา 20.00 น. บริเวณแคร่ไม้ในโรงครัว ข้างบ้าน ระหว่างกินข้าวพ่อก็เริ่มบ่นเรื่องแม่ที่เอาแต่อยู่บ้าน ไม่ยอมออกไปหางานทำ และไม่ยอมดูแลลูก ทำให้ลูกดื้อไม่อาบน้ำ ไม่ทำการบ้าน นอกจากนี้ผู้เป็นพ่อยังบ่นเครียดเพราะทุกวันนี้ออกไปทำสวนคนเดียวทำให้เงินไม่พอใช้ แต่แม่ได้เถียงพ่อ จึงทำให้พ่อเกิดความโมโห ก่อนเดินไปหยิบอาวุธปืนยิงใส่แม่ต่อหน้าต่อตาจนล้มฟุบจมกองเลือด ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืนก็เข้ามาดูและช่วยเหลือ และ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

หลังเกิดเหตุนายพงษ์ให้การรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย