พ่อพริตตี้ออย เปิดใจ สงสัยลูกเป็นเหยื่อ ไอซ์ หีบเหล็ก 6 ปีที่ไร้เสาหลัก อาศัยแค่เบี้ยยังชีพ

ไอซ์ หีบเหล็ก จากกรณีที่พบโครงกระดูกจำนวนมากในบริเวณบ้านของ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อายุ 40 ปี และคาดว่าน่าจะเป็นหญิงสาวที่ถูก นายไอซ์ ทำร้ายจนเสียชีวิต โดยหนึ่งในนั้นพยานได้ให้การว่ามีหญิงสาวชื่อออย ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวที่ชื่อออย มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพเป็นพริตตี้โคโยตี้และพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ซึ่งได้สูญหายไปกว่า 6 ปีแล้ว โดยพ่อกับแม่สงสัยว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ หรือไม่จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 11 ต.ศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบ นายบุญส่ง ศรีเดช อายุ 64 ปี และ นางเกสร เทียนโสภา อายุ 60 ปี ภรรยา โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกสาวของตนคือ น.ส.ยุพา ศรีเดช อายุ 23 ปี (อายุที่หายตัวไปเมื่อปี พ.ศ.2557) ซึ่งไปทำงานอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำงานพริตตี้และได้ส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวมาทุกเดือน กระทั่งปี 2557 ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย

ตนก็สอบถามเพื่อนๆ ที่รู้จักกันก็ไม่ทราบว่าลูกสาวหายไปไหน กระทั่งปัจจุบันตนทำใจแล้วว่าลูกสาวอาจจะเสียชีวิต กระทั่งมาทราบข่าวของ นายไอซ์ หีบเหล็ก ที่ลงมือฆ่าหญิงสาวแล้วใส่หีบเหล็กและถ่วงน้ำ รวมทั้งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีหญิงสาวชื่อ “ออย” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อ ซึ่งตรงกับชื่อของลูกสาว และมีอาชีพเป็นพริตตี้ด้วย ซึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้มูลนิธิกระจกเงาได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากตนเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับอีเอ็นเอของโครงกระดูกที่พบในบริเวณบ้านของ นายไอซ์ ว่าจะตรงกันหรือไม่ และคาดว่าอีก 3-4 วันคงจะรู้ผล

หลังจากทราบข่าวตนก็รู้สึกดีใจปนกับเศร้า หากพบว่าเป็นลูกสาวจริงก็จะได้นำกระดูกมาบำเพ็ญกุศล อุทิศส่วนกุศลให้ แต่ก็เสียใจหากเป็นลูกสาวตนจริงๆ ที่มาถูกฆาตรกรรมอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ และหากเป็นจริงตนก็ขอสาปแช่งให้ผู้ที่ทำกับลูกสาวได้ตกนรกหมกไหม้ ขอให้รับกรรมในชาตินี้อย่างหนัก เพราะที่ผ่านมาเมื่อครั้งน้องออยมีชีวิตอยู่ได้เป็นเสาหลักที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว หลังจากน้องออยสูญหายไปตนและภรรยาเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะตนก็ป่วยเป็นมะเร็งปอด ส่วนภรรยาก็แขนขาลีบ ไม่สามารถทำงานได้ อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาทเท่านั้น


หม่องดวงกุด ทะเลาะหนุ่มใหญ่กลางถนน ถูกกระซวกดับสยอง

หม่องดวงกุด  /  เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พ.ต.ท.นฤดล ถุนพุฒดม สว.(สอบสวน)สน.นิมิตรใหม่ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตหลังโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว กลางถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม.

จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.คมสันต์ บดิกาญจน์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ พ.ต.ท.สนอง แสงมณี รอง ผกก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ตำรวต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายไซ เซียง อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน ตามร่างกายมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่กลางหน้าอก 3 แผล ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไอ สีขาวดำ ทะเบียน 7 กษ 5676 กทม. ล้มคว่ำข้างทาง

จากการสอบสวน นายเอ นามสมมุติ อายุ 50 ปี พยานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายซึ่งเป็นคนงานก่อสร้าง ขับรถมาตามลำพังก่อนจะจอดรถทะเลาะกับผู้ก่อเหตุ เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น สวมหมวกแก๊ปสีเทา

จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้มีดที่พกมา จ้วงแทงไปหลายครั้ง จนผู้ตายมาล้มฟุบที่กลางถนน หลังก่อเหตุชายเสื้อเหลืองได้ขับรถขับรถจักรยานยนต์สีขาว หลบหนีไปทางด้านถนนหทัยราษฏร์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่พักอยู่ใกล้ๆกับผู้ตาย อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป


ศพในหีบบ้านไอ้ไอซ์ เป็นผู้หญิง คาดบ่อมรณะมีไม่ต่ำกว่า 3 ศพ เร่งตามหาคนหาย!

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 มกราคม พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผช.ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง จตร.ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง ผกก.สนเพชรเกษม

ตรวจสอบบ่อน้ำหลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ บ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม.ของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก ที่มีส่วนในการซ่อนเร้นอำพรางศพ น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือ กุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ภายหลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำแบ่งเขตการค้นหาโดยรอบบริเวณ แล้วพบหีบเหล็กในสภาพผุพัง ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจมอยู่ใต้กอหญ้าท้ายขอบบ่อ และยังมีลูกเหล็กดัมเบล 1 ลูก พันด้วยโซ่ใส่แม่กุญแจถ่วงน้ำหนักตกอยู่ข้างกัน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จมอยู่ใกล้กับจุดแรกที่พบกระดูกถูกประตูเหล็กทับ และมีดพร้า

จากนั้นเมื่อเปิดดูภายในหีบ พบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายสิบชิ้น มีกระโหลกศีรษะมนุษย์และกรามล่าง กระดูกเชิงกราน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทำความสะอาดสิ่งของที่พบภายในทั้งหมด

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การค้นพบหลักฐานต่างๆ ในวันนี้นับเป็นข่าวดี หลังจากปรับแผนการค้นหา แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นจุดแล้วพบชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นของมนุษย์ทั้งหมดหรือไม่ โดยจุดที่พบมากสุดอยู่บริเวณกอพืชที่มีกล่องจมอยู่ ซึ่งภายในมีกระดูกต้นขา สะโพก และกะโหลก โดยแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ตรวจสอบด้วยสายตาแล้วคาดว่าเป็นของมนุษย์แน่นอน

เมื่อดูสะโพกแล้วคาดว่าเป็นของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพอที่จะนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความได้ จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และยังค้นหาต่อไป เบื้องต้นคาดว่ามีเหยื่อไม่ต่ำกว่า 3 คน

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายอภิชัยไปแล้ว 4 กลุ่มข้อหา คือเรื่องครอบครองอาวุธปืน,ยาเสพติด,อำพรางศพ น.ส.กุ๊กกิ๊ก รวมถึงกระดูกที่พบใหม่ และยังจะเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เพราะมีผู้ให้ข้อมูลว่ามีผู้ถูกนายอภิชัย ข่มขืนเมื่อธันวาคม ปี 2562 แต่ต้องรอผลพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์มายืนยันอีกครั้ง

พล.ต.ต.สหรัฐ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร แต่หลังจากที่ได้สอบปากคำพยานแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานได้สเก็ตภาพของบุคคลดังกล่าวและประกาศหาตัวคนหาย โดยพยานบอกว่าคนที่หายไปเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงน่าจะใส่ในหีบที่พบได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่ภาพ สเก็ตของหญิงสาวที่หายตัวไปซึ่งคาดว่าอาจเป็นศพล่าสุดที่พบอยู่ในหีบของวันนี้ นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ให้ญาติของผู้ที่เคยทำงานบ้านดังกล่าว หากพบว่า ญาติหายตัวไปให้รีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย


ตามหาให้ควั่ก หนุ่มส่งภาพผูกคอตายประชดแฟน ส่งโรงพยาบาลยังไม่หยุดป่วน

(20 ม.ค.63) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครร่วมกตัญญู จุดแสวงหา จ.อ่างทองรับแจ้งให้ช่วยตามหานายวิษณุ สอดสี อายุ 39 ปีอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว หลังโพสต์ภาพขณะใช้เชือกผูกคอและส่งให้กับ น.ส.สุพรรษา อายุ 34 ปี แฟนสาว ก่อนที่จะไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ทั้งนางสาวสุพรรษาและญาติๆ ของนายวิษณุเกรงว่าจะผูกคอตายประชด เนื่องจากมีปากเสียงกันกับแฟนสาว

โดยหลังจากระดมกำลังกันค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงพบนายวิษณุนอนอยู่บริเวณบ่อทราย ม.10 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และที่ต้นไม้ไม่ห่างจากจุดที่พบตัวมีร่องรอยเชือกพลาสติกที่นายวิษณุใช้ผูกคอขาดลงมาทั้งเส้น โดยเบื้องต้นมีอาการอ่อนเพลีย ทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.แสวงหา ท่ามกลางความโล่งใจของญาติและแฟนสาว

แต่เหตุการณ์ไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อนายวิษณุที่มีอาการเมาสุราอย่างหนักและนอนพักอยู่ที่หอพักผู้ป่วยกระชากสายน้ำเกลือที่ทางแพทย์ให้ ก่อนที่จะเดินไปทั่วโรงพยาบาล ท่ามกลางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและนางสาวสุพรรษาที่ต้องพยายามเดินพูดคุยให้นายวิษณุกลับเข้าไปนอนพักรักษาตัว แต่นาวิษณุไม่ยอมพูดอยู่อย่างเดียวว่านางสาวสุพรรษาโกหกตนทำให้ตนคิดอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งสุดท้ายหลังจากใช้ความพยายามในการพูดคุยก็สามารถนำนายวิษณุกลับเข้าไปนอนพักรักษาตัวได้

นางสาวสุพรรษาเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ตนเองกับนายวิษณุมีปากเสียงกันจนกระทั่งนายวิษณุหายตัวออกจากบ้านมาก่อนที่จะส่งรูปที่เห็นมาให้ดูด้วยความเป็นห่วงตนเองจึงออกตามหาและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยจนกระทั่งมาพบตัวไปผูกคออยู่ในล๊อคหลังศาลเจ้าจึงเร่งนำตัวมาส่งโรงพยาบาล

หลังจากเจรจามาสักพักใหญ่แล้วจนกระทั่งสุดท้ายทั้งคู่เดินเข้ามกอดกันก่อนปรับความเข้าใจและยินยอมที่จะเข้าไปรักษาตัวก่อนจนกระทั่งสุดท้ายจบลงอย่างแฮปปี้โดยไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น

โจรในคราบพลเมืองดี จอดช่วย จยย.คว่ำ กระชากทอง 2 บาทหนีไปหน้าตาเฉย คนเจ็บครวญ

โจรในคราบพลเมืองดี วันที่ 16 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ปาดหน้ารถจยย.ล้มคว่ำหลายคันบริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ระหว่างนั้นมีคนเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนฉกสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทของผู้บาดเจ็บหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน ซอย 59 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

จากการตวรจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ารถยนต์ขับเปลี่ยนเลนกระทันหันทำให้รถจยย.ที่ขี่ตามหลังมาเบรกไม่ทัน ทำให้พุ่งชนท้ายรถยนต์คันดังกล่าว จนผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนขี่รถจยย. นอกจากนี้ยังทราบว่า สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทของผู้บาดเจ็บหายไปด้วย

จากการสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 08.30 น.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมีรถยนต์ขับปาดหน้าทำให้รถจยย.ที่ขี่ตามมาเสียหลักพุ่งชนล้มคว่ำ 3 คัน โดยขณะนั้นมีพลเมืองดีหลายคนจอดรถลงช่วยเหลือ แต่ระหว่างที่กำลังช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บพยายามบอกว่าสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทถูกขโมยไป

ด้าน นายชัยประเสริฐ ดีทองหลาง ผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเปาโลเกษตร กล่าวว่า ระหว่างที่รถจยย.เกิดเสียหลักล้มคว่ำ ได้มีคนจำนวนมากเข้ามารุมช่วยเหลือ แต่จังหวะนั้นรู้สึกเหมือนมีคนมาดึงสร้อยทองคำออกจากคอไป อยากบอกคนที่เอาไปรีบนำมาคืนเพราะสร้อยเส้นดังกล่าวหาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน จะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุและจะสอบปากคำผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาเบาะแสติดตามบุคคลที่ขโมยสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาทของผู้บาดเจ็บไป


หนุ่มใหญ่ง้อแฟนไม่สำเร็จ คว้าปืนยิงดับ ก่อนยิงตัวตายตาม ศพนอนซบกันสลด

เมื่อเวลา 17.30น. พ.ต.ท.วิศิษฐ์ ศรีโสภา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งมีคนพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน อยู่ภายในบ้าน จึงรุดไปพร้อมแจ้ง พ.ต.อ.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ ผกก.สภ.เมืองชัยนาท เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท แพทย์เวร รพ.ชัยนาทนเรนทร และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้าน ใกล้กับโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นบ้าน 2 ชั้นยกสูง ด้านบนเป็นห้องนอน ภายในห้อง พบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ศพ เป็นเพศชายและหญิง จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้งรายคือ นายสุพจน์ วงษ์วิลัย อายุ 44 ปี ชาว จ.สระบุรี ศพอยู่ในสภาพนอนหงาย สวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงบ็อกเซอร์ลายสีขาว ถูกยิงเข้าที่ขมับด้านขวา กระสุนไม่ทะลุ และ น.ส.อัญชลี ศรีวิชัย อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน ศพอยู่ในสภาพนอนคว่ำ ซบกับศพของนายสุพจน์ สวมใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นลายขาว-ดำ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวาเช่นกัน โดยระหว่างช่องกลางของศพผู้เสียชีวิตทั้ง2 ยังพบ ปืนลูกโม่ ขนาด .38 ตกอยู่

จากการสอบถาม น.ส.อรพิน ศรีวิชัย อายุ 31 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ของ น.ส.อัญชลี ผู้ตาย  ได้โทรศัพท์หาตน แล้วบอกให้มาดูพี่สาวหน่อย ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ช่วงคืนของวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเวลา 17.00น.ที่ผ่านมา ตนเองได้ให้แฟน ขี่รถมาดูที่บริเวณหน้าบ้านของพี่สาว แฟนก็ตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ แฟนจึงขับรถกลับมารับเพื่อที่จะให้ปีนกำแพงเข้าไปดู เพราะว่าแฟนปีนกำแพงไม่ไหว

พอเมื่อเข้ามาภายในรั้วบ้านได้ ตนเองก็ได้ขึ้นไปบนบ้าน แต่พบประตูห้องถูกล็อกจากด้านใน ตนจึงเขย่าประตูแล้วใช้นิ้วพยายามเปิดล็อกออก เมื่อเปิดประตูได้ก็ต้องตกใจถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตน และแฟนหนุ่มนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ และรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

น.ส.อรพิน ญาติผู้เสียชีวิต ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ปกติแล้ว น.ส.อัญชลี มีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย ก่อนหน้า ได้คบหากับนายสุพจน์ แต่ระยะหลังได้เลิกรากันไป นานกว่า 3 เดือน เนื่องจากนายสุพจน์ปันใจไปมีหญิงใหม่ และตนก็คาดว่าสาเหตุของเรื่องในครั้งนี้คาดเป็นเพราะอาจจะง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ เพราะก่อนหน้า น.ส.อัญชลี เคยมาเล่าให้ฟัง ถึงสถานะ และยังบอกอีกว่าต่อไปก็เป็นได้แค่เพื่อน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการส่งศพทั้งคู่ไปทำการผ่าชันสูตรยังสถาบันนิติเวช รพ.สวรรค์ประชารักษ์ และสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุต่อไป


ตร.สงขลา บุกทลายแหล่งจำหน่าย บุหรี่ไฟฟ้า ยึดของกลางกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ ร่วมกับ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.มาชา แก้วทอง รอง ผกก.ป. ตำรวจฝ่ายปราบปราม สภ.หาดใหญ่ และชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ปฏิบัติการจับกุมและทลายแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอุปกรณ์และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ระดับประเทศในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาใกล้โรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป แห่งหนึ่ง จากการจู่โจมตรวจค้นรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน โน้ต ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะนำบุหรี่ไฟฟ้าแพ็กใส่กล่องมาเต็มคันรถ เพื่อส่งให้ลูกค้าที่ไปรษณีย์หาดใหญ่ ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 1 กลางเมืองหาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายภาสกรณ์ ชูเกื้อ อายุ 23 ปี และนายสหรัฐ อินด้วง อายุ 23 ปี ที่อยู่ภายในรถ ไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 54 ซอยเอนกประสงค์ 4 (เจริญศรี) ในพื้นที่บ้านคลองหวะ ชานเมืองหาดใหญ่ ที่ใช้เป็นโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้า และยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา พร้อมอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากนับร้อยกล่องเกือบ 1,000 ชิ้น ประเมินมูลค่าของกลางที่ยึดได้ประมาณ 5 ล้านบาท

จากการสอบสวนนายภาสกรณ์และนายสหรัฐ บอกว่าเป็นเพียงผู้ดูแลและจัดส่งของให้ลูกค้ามีนางลลิตา บันดาศักดิ์ เป็นนายทุนใหญ่ สินค้าทั้งหมดลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ผู้ต้องหาทั้งสองจะจัดของส่งให้กับลูกค้าตามรายการที่มีการสั่งซื้อมาทางเพจเฟซบุ๊กและแอดมินจะส่งรายการมาให้ มีออร์เดอร์จากทั่วประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่า ได้มีการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าน้ำยาและอุปกรณ์กันทางเพจเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยเส้นทางการซื้อขาย พบว่าแหล่งใหญ่ที่สุดที่มีการสั่งซื้อคือในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และมีการส่งของการทางพัสดุไปรษณีย์และมีการพรางชื่อผู้ส่ง เพื่อไม่ให้สาวไปถึงตัวที่มา แต่เจ้าหน้าที่วางแผนเข้าจับกุมได้ในที่สุด โดยจะมีการคัดแยกของกลางทั้งบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาและอุปกรณ์ว่ามีกี่รายการและราคาที่มีการซื้อขายกันตามท้องตลาด เพื่อสาวไปถึงนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ

พ่อขับรถชนต้นไม้ สละชีวิตตายแทนลูก-หลาน ญาติเชื่อหมาตาบอดรู้เหตุร้ายล่วงหน้า

(3 ม.ค.63) ความคืบหน้าอุบัติเหตุสลดรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทา-ดำ ซึ่งมีนายอ่อนตาโชคชัย อายุ 52  ปี หนุ่มรับจ้างร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค เป็นคนขับ เพื่อจะไปส่งลูกสาวอายุ 11 ปี และคนเล็ก 7 ขวบ รวมถึงหลานชายวัย 7 ขวบ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ปังกู อ.ประโคนชัย  จ.บุรีรัมย์  ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร แต่พอขับออกไปได้เพียงประมาณ 600 เมตร รถได้เกิดเสียหลักพุ่งชนอัดก็อปปี้ติดกับต้นไม้ข้างทางเต็มแรง  เป็นเหตุให้นายอ่อนตา  ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตติดคาที่ ส่วนลูกสาว 2 คน และหลานชายอีก 1 คนรวม 3 คน ได้รับบาดเจ็บติดภายใน  หน่วยกู้ภัยต้อง ใช้เครื่องตัดถ่างช่วยกันงัดออกจากซากรถเพื่อเร่งนำส่งโรงพยาบาล

ล่าสุดญาติได้นำศพนายอ่อนตา พ่อที่เสียชีวิตกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเลขที่ 13 ม.12  ต.ปังกู อ.ประโคนชัย ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว  ส่วนลูกสาวคนโตวัย 11 ปีซี่โครงหัก  และหลานชายวัย 7 ขวบขาเป็นแผลฉีกขาด ยังอาการสาหัสถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์  ส่วนลูกสาวคนเล็กวัย 7 ขวบบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณศีรษะ และขาด้านขวา  หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ยังอยู่ในอาการหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นพ่อเสียชีวิตไปต่อหน้า 

ด้านนายสุนทร อยู่สุข อายุ 62 ปี พ่อตาผู้เสียชีวิต เล่าว่า  ลูกชายและลูกเขยไปทำงานรับจ้างก่อสร้างที่ จ.นนทบุรี ประมาณ 2-3 เดือนหรือช่วงเทศกาลก็จะกลับมาเยี่ยมบ้าน ส่วนลูกทั้ง 2 คนตนก็เป็นคนดูแลอยู่ที่บ้าน  ปกติตนเองจะเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ไปส่งหลานทั้ง 2 คน ไปโรงเรียนเอง เพราะโรงเรียนอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร  แต่พอเวลาที่ลูกเขยกลับมาบ้านก็จะไปรับไปส่งลูกทั้ง 2 คนเอง แต่วันเกิดเหตุเพิ่งจะเปิดเรียนเป็นวันแรกหลังจากหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 5 วัน ซึ่งวันนั้นออกจากบ้านค่อนข้างสายประมาณ 8 โมงเช้าแล้ว  ลูกสาวคนโตจึงบอกให้พ่อรีบๆ เพราะถ้าไปสายไม่ทันเข้าแถวโรงเรียนจะทำโทษ  จึงคิดว่าลูกเขยอาจจะขับด้วยความเร็วแต่ก็ไม่น่าจะเกิด 80 เพื่อจะเร่งให้ทันโรงเรียน 

แต่ด้วยสภาพถนนซึ่งเป็นถนนลูกรังขรุขระ  อาจทำให้รถเสียหลักบังคับไม่อยู่พุ่งชนต้นไม้ข้างทางจนเป็นเหตุให้ลูกเขยเสียชีวิตคาที่ และหลาน 3 คนบาดเจ็บ ทันทีที่รู้ว่ารถเกิดอุบัติเหตุก็รีบออกไปดูพอไปเห็นสภาพหลานติดภายในส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด  ก็สงสารหลานมาก  แต่ไม่รู้จะเอาหลานออกมายังไงเพราะรถอัดก็อปปี้ติดกับต้นไม้ต้องรอให้กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างงัดออก  จึงสามารถช่วยหลานออกมาได้  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับผู้ใช้รถใช้ถนนว่าอย่าประมาท หรือรีบร้อน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นหรือเกิดการสูญเสียไปแล้ว  ก็ยากที่จะเรียกกลับมาคืนได้

ขณะที่นายบุญรอด ไกรเพชร พ่อของเด็กชาย วัย 7 ขวบที่นั่งไปรถคันดังกล่าวและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย  บอกว่า สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้น่าจะเกิดจากความเร่งรีบและสภาพถนนที่ขรุขระ จนทำให้รถเสียหลัก และคิดว่าผู้ตายได้เสียสละตัวเองเพื่อป้องลูกสาวเพราะจริงๆ แล้วต้นไม้ที่ชนอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายที่ลูกสาวนั่ง แต่ผู้เป็นพ่อพอรู้ว่ารถเสียหลักก็น่าจะหักพวงมาลัยหลบออก จนฝั่งที่ตนเองขับอัดก็อปปี้ติดกับต้นไม้จนเสียชีวิต ซึ่งหากไม่หักออกก็อาจจะเป็นลูกสาว   

ทั้งนี้ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มีลางบอกเหตุ  เพราะสุนัขชื่อว่า “เจ้ามดแดง” ที่ผู้ตายเก็บมาเลี้ยงไว้ซึ่งตาข้างซ้ายบอด ได้เข้าไปนอนข้างเตียงของผู้ตายซึ่งอยู่ในบ้านไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมออก   ทั้งที่เมื่อก่อนหมาตัวนี้ไม่เคยเข้าในบ้านเลย  และวันเกิดเหตุเจ้ามดแดงก็วิ่งตามรถของผู้ตายไป  คล้ายกับอยากจะสื่อสารหรือเตือนอะไรบางอย่าง  กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น      


ขับเบนซ์บุกยิงหนุ่มดับหน้าร้านสะดวกซื้อ แค้นแฟนสาวกลับมากินน้ำพริกถ้วยเก่า

หนุ่มแค้นแฟนสาวกลับมาคบกับแฟนเก่า บุกยิงหนุ่ม 29 ปี เสียชีวิตสยองหน้าร้านสะดวกซื้อ หลังก่อเหตุขับเบนซ์หลบหนี เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ม.ค.) เมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง พร้อมด้วยศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และนิติเวช รพ.สุราษฎร์ธานี ร่วมชันสูตรร่างผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อข้างร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค แห่งหนึ่ง ถนนโฉลกรัฐ ซอย 21 ม.1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต อยู่ที่จุดดังกล่าว

ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบขื่อ นายปรมินทร์ อายุ 29 ปี นอนหงายสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว บริเวณหน้าประตูร้านสะดวกซื้อ มีบาดแผลที่หน้าผาก และลำตัว 2 นัด ใกล้กันพบรถยนต์ ฟอร์ด เอฟเวอร์เรส ป้ายทะเบียน 9549 สุราษฎร์ธานี จอดติดเครื่องยนต์ตรงหน้าร้าน ในบริเวณที่เกิดเหตุยังพบประกระสุนขนาด 9 มม. 4 ปลอก และหัวกระสุน 1 เม็ด

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตมากับแฟนสาวเพื่อแวะซื้อข้าวกลับเข้าบ้าน แต่ถูกคนร้ายตามมายิง ขณะที่นายปรมินทร์กำลังเดินออกจากประตูร้านสะดวกซื้อ คนร้ายก็ยิงใส่ทันที จนล้มลงเสียชีวิตคาที่ ก่อนใช้รถเบนซ์สีขาวหลบหนีไป ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายอภิสิทธ์ อายุ 26 ปี

ส่วนสาเหตุการสังหารเบื้องต้นเกิดจากปมชู้สาว เนื่องจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ที่มากับผู้เสียชีวิต เคยคบกับผู้เสียชีวิตมานาน ก่อนจะเลิกกัน และไปคบกับนายอภิสิทธ์ จากนั้น น.ส.เอ ได้กลับมาหาผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ จึงคาดว่าคนก่อเหตุเกิดความหึงหวงและแค้นใจจึงตามมายิง

ทางด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ ผกก.เมืองสุราษฎร์ฯ ที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสกัดรถเป้าหมาย และประสานพื้นที่ใกล้เคียงเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี