ผัวเก่าแค้น ยิงเมีย 7 นัด ดับคาสวนยาง แค้นพาผัวใหม่เข้าบ้าน แม้เลิกกันไปนาน 3 ปีแล้ว

ร.ต.อ.สมปอง แก้วศิริ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายในป่าสวนยาง พื้นที่ บ้านควนดินแดง ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาและลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.ภว.สงขลา พ.ต.อ.บัญชา มีบุญ ผกก.สภ.รัตภูมิ พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 และหน่วยกู้ภัยรัตภูมิธรรมาวาส

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วรรณดี อายุ 34 ปี เจ้าของร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ และ ถุงเมทัลไลท์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เจ้าหน้าอกจำนวน 7 นัด ในลักษณะจ่อยิง นอนตายอยู่ในสวนยางพารา ในสภาพหงายท้องสวมชุดกรีดยาง เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงวอร์ม รองเท้าบู๊ทและสวมหมวกแก๊ป และใกล้กับศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 9 ปลอก ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุยิง น.ส.วรรณดี คือ นายยุทธวี อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของผู้ตาย ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา โดยก่อนเกิดเหตุ นายยุทธวี ได้ขับรถจักรยานยนต์มาหาผู้ตาย ที่กำลังกรีดยางอยู่สวนยางพารา เพื่อเคลียร์ปัญหากันแต่คุยกันไม่รู้เรื่องจึงใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง 7 นัดซ้อน จนตายคาที่และหลบหนีไป

ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องเงินและความหึงหวงและความแค้น โดยทั้งสองคนแม้ว่าจะเลิกรากันมา 3 ปี แล้วและมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 13 ปี แต่ปรากฏว่าตอนหลังอดีตภรรยา มีสามีใหม่และพาเข้าไปอยู่ในบ้านที่สร้างร่วมกันมา นายยุทธวี อดีตสามีไม่พอใจและขอเงินสร้างบ้านคืน 2 แสนบาท แต่อดีตภรรยาไม่ยอมคืนทำให้มีปัญหากันเรื่อยมาและเคยถูกสามีขู่ฆ่าหลายครั้งทั้งเรื่องเงินและความหึงหวงที่พาผู้ชายคนใหม่เข้าไปอยู่ในบ้าน

ในตอนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายออกไปกรีดยางคนเดียวในสวนยางพาราซึ่งหลังบ้าน ได้ถูกนายยุทธวี ตามมาหาและคุยกันอีกครั้งแต่ก็คุยกันไม่รู้สึก จึงถูกนายยุทธวี อดีตสามีชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง 7 นัดซ้อน ตายคาที่ โดยหลักเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนสภ.รัตภูมิ กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับอดีตสามีแล้ว

เก่งหลังจอ! คู่กรณีบูลลี่ “น้องเนย” แม่ค้าออนไลน์ เบี้ยวนัดไกล่เกลี่ย อ้างติดธุระ

จากกรณี “น้องเนย” เด็กหญิง ม.2 ไลฟ์สดขายของทั้งน้ำตา เนื่องจากมีคนมาต่อว่าเธอ คล้ายกับการเหยียดรูปลักษณ์ทางร่างกายของเธอ ทำให้ชาวโซเชียลต่างพากันวิพากษ์ถึงคนที่มาต่อว่าน้องเนยว่าเป็นการบูลลี่

4ล่าสุดวันนี้ (23 ก.ค.63) น.ส.นิตยา พื้นบาตร แม่ของ ด.ญ.เกณิกา หรือน้องเนย ได้มีการนัดคู่กรณีมาทำการตกลงต่อหน้าร้อยตำรวจโทประสพชัย แสงใต้โพธิ์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว หลังจากแม่น้องเนย ได้ขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดี เยาวชนหญิงคนหนึ่งที่เข้าไปบลูลี่ ขณะที่ทำการไลฟ์สดขายสบู่ ครีม ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล โดยได้มีการนัดเจรจากันในช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว และศูนย์ดำรงธรรม เดินทางเข้าพบน้องเนย ต่อหน้าร้อยเวร

ทั้งนี้ แม่น้องเนย เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากคนที่อ้างว่า “เป็นผู้ปกครองของเยาวชนหญิงคนหนึ่ง ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา” จะเดินทางมาพบน้องเนย พร้อมกับครอบครัว ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว แต่ก็ยังไม่พบคู่กรณี ทำให้ทางร้อยเวร ตรวจสอบชื่อ และนามสกุลจริงของคู่กรณี รวมถึงการกล่าวหากันในเฟซบุ๊ก

จากนั้นจะทำการเชิญตัวคู่กรณีมาทำการพูดคุยกัน โดยร้อยเวรให้เวลาถึง 12 นาฬิกา หากไม่มา จะให้แม่และน้องเนยกลับบ้านได้ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ทำการเชิญตัวคู่กรณีมาสอบสวนเพิ่มเติม

ร้อยตำรวจโทประสพชัย แสงใต้โพธิ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว ได้โทรศัพท์ไปหาคู่กรณีน้องเนย โดยฝ่ายคู่กรณี แจ้งว่า ทางบิดาและน้องสาว “ติดภารกิจ” แต่ร้อยตำรวจโทประสพชัย ได้แจ้งไปว่า “จะให้โอกาสอีกเพียงครั้งเดียว ให้มาพบคู่กรณีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว ซึ่งฝ่ายคู่กรณีรับปากว่า จะรีบปรึกษากันในครอบครัวแล้วจะเดินทางมาพบ และขอโทษครอบครัวน้องเนยต่อหน้าพนักงานสอบสวนให้เร็วที่สุด”

ตำรวจได้เบาะแส “ชายต้องสงสัย” ลักพาตัวหญิงย่านสวนลุมขึ้นรถตู้แล้ว

พ.ต.อ.สุธีร์ เสน่ห์ลักษณา ผู้กำกับการทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลเบาะแสคนขับรถตู้ ที่ลักพาตัวหญิงสาววัย 25-30 ปี ย่านสวนลุมพินี ใกล้ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป โดยมีแฟนหนุ่มกระโดดเกาะหน้ารถตู้และถูกชนเสียชีวิตที่สะพานไทย-เบลเยี่ยม ฝั่งขาออกแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน แล้ว โดยระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายไทย ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนพบหลักฐานรถตู้โฟล์ค สีบรอนเทา ที่ใช้ก่อเหตุ ลักษณะใช้กระดาษแปะปิดบังป้ายทะเบียนรถไว้ เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม จึงเชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุเตรียมการมาล่วงหน้าเป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ก.ค.) พนักงานสอบสวนทุ่งมหาเมฆ จะเชิญผู้เสียหายหญิงที่ถูกลักพาตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรายละเอียดรูปพรรณสัณฐานของคนขับรถตู้ เพิ่มเติมเบื้องต้น หญิงคนดังกล่าวให้การยืนยันว่าไม่รู้จักกับชายที่ลักพาตัว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานกลุ่มสาวประเภทสองเพิ่มเติม พร้อมกับสเกตซ์ภาพคนขับรถตู้ ซึ่งภาพสเกตซ์ตรงกับภาพชายต้องสงสัยของตำรวจ อายุประมาณ 40-50 ปี ลักษณะสีผิวคล้ำ, ผอม, ปากห้อย โดยตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งรัดติดตามจับกุมตัว

สำหรับศพแฟนหนุ่มของหญิงคนดังกล่าวที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ส่งมาผ่าชันสูตรที่นิติเวช รพ.จุฬาฯ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลแต่อย่างใด

รุ่นพี่ ม.ดังรับน้อง สั่งห้ามกลับบ้าน เข้าข่ายรังแกข่มเหง ตร.แนะแจ้งความเอาผิดได้



ตร. แนะผู้ปกครองแจ้งความเอาผิด รุ่นพี่ ม.ดัง รับน้อง สั่งห้ามกลับบ้านทุกกรณี ชี้ เข้าข่ายรังแก ข่มเหง คุกคามฯ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าวกรณีเปิดแชทรุ่นพี่ ม.ดัง ใกล้ร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป และ ที่ตัดเทป รับน้อง สั่งห้ามกลับบ้านทุกกรณี อ้างตนพี่เสียยังไม่กลับ!ซึ่งโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่า จากกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้น หากการจัดกิจกรรมมีการกระทำที่ส่งผลให้ได้รับความเสียหาย ต่อเสรีภาพ ร่างกาย ชีวิตหรือทรัพย์สิน ผู้เสียหายหรือผู้ปกครองสามารถเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้

ทั้งนี้ การกระทำของรุ่นพี่หรือผู้ที่จัดกิจกรรมตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีสั่งห้ามไม่ให้กลับบ้านและอาจส่งผลต่อการไม่ผ่านกิจกรรมของสถาบัน ก็คงต้องให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวนั้นก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามฯ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมการรับน้องในหลายสถาบันที่ผ่านมาจะจัดเพื่อแสดงถึงประเพณีหรือธรรมเนียมปฏิบัติของสถาบัน และจัดกิจกรรมที่เป็นไปในแนวสร้างสรรค์ เน้นถึงการรู้จักความมีอาวุโส ความรักความสามัคคีของหมู่คณะที่มีต่อสถาบัน แต่ในบางครั้งก็อาจจะมีรุ่นพี่บางกลุ่มบางราย ที่จัดกิจกรรมไม่คำนึงถึงอันตรายต่อชีวิตร่างกาย จิตใจ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และไม่ปรึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครองหรืออาจารย์ที่รับผิดชอบ เพื่อช่วยกำกับดูแลถึงความเหมาะสมความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม

ซึ่งหากทำไปโดยพละการไม่ว่าจะเป็นด้วยความคึกคะนองหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียถึงขั้นชีวิต ตัวผู้กระทำเองก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เสียชื่อ เสียประวัติและอนาคต



จิ๊ก เนาวรัตน์ แก้บน “ไอ้ส้มฉุน” ตะลึงทั้งวัด เลขปลายประทัดตรงกับเลขเซียมซี

 จิ๊ก เนาวรัตน์ ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของ “ไอ้ส้มฉุน” วัดทรงเสวย จ.ชัยนาท คอหวยฟันธงงวดนี้เลข 2 มาแน่

(13 ก.ค. 63) เมื่อเวลา 17.00 น. เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ หรือ จิ๊ก ดารานักแสดงหญิงชื่อดัง ดาราจิตอาสาแต่งหน้าศพ พร้อมด้วย ผศ.ดร.มนตรี ศิริวัฒนวรากร เจ้าของสถาบันมนตรีติวเตอร์ และคณะ เดินทางมายังวัดทรงเสวยตรงข้ามโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล  ซองไปรษณีย์สีพาสเทล อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เพื่อทำการแก้บน โดยการนำ พิซซ่า น้ำแดง ขนมขบเคี้ยว ไก่ และประทัดจำนวน 2,000 นัด ถวายให้กับ “ไอ้ส้มฉุน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ที่ได้สร้างรูปปั้นตั้งไว้บนศาลาแห่งนี้ เนื่องจากหลวงปู่คล้อย เจ้าอาวาสองค์แรก ทั้งรักและเอ็นดูมาก โดยไอ้ส้มฉุน จะออกมาปรากฎให้ชาวบ้านเห็นอยู่ตลอด ทำให้ผู้คนมาขอโชคลาภ ขอให้ประสบความสำเร็จในหลายๆ เรื่อง

ภายหลังจากการแก้บนเสร็จ สื่งที่หลายๆ คน มารอคอย คือ เลขปลายประทัด คือเลข 886 และ 82 ซึ่งทำให้ตัวของจิ๊ก เนาวรัตน์ถึงกับตกใจ อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เนื่องจาก มีเลข 2 ตรงกับเลขที่ตนเพิ่งเสี่ยงเซียมซี บนศาลา พอดิบพอดี ทำให้ชาวบ้านและคอหวย ต่างฟันธงและคิดว่า งวดนี้เลข 2 มาแน่นอน

ผศ.ดร.มนตรี ศิริวัฒนวรากร เผยว่า ตนเคยมาขอเรื่องงาน ให้ราบรื่น ซึ่งงานที่ทำก็ดีขึ้นๆ เป็นลำดับ และดีขึ้นจน ตอนนี้ มีผู้สมัครเรียนเป็นจำนวนมาก ส่วนตัวเชื่อเรื่องนี้ เพราะอย่างน้อย สิ่งที่เราทำอยู่ มันดีอยู่แล้ว แต่พอมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้เรามีกำลังใจจะทำในสิ่งที่ทำอยู่ อยากให้ทุกคนลองมาเปิดใจ มาขอโชค ขอลาภ ขอสิ่งที่หวังไว้กับไอ้ส้มฉุน แล้วจะได้รู้ว่าเรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้จริง

จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เผยว่า ตนมากราบไหว้ที่ วัดทรงเสวย ตามคำบอกกล่าวของ ผศ.ดร.มนตรี พอมาแล้ว ก็ขอให้งานราบรื่น งานต่างๆ ก็ราบรื่นจริงๆ ไม่มีติดขัดอะไรเลยสักอย่าง จึงเดินทางมาแก้บน แต่จริงๆ ก็เหมือนมาไหว้ เพราะปกติเวลาผ่านมาจะแวะมาไหว้ส้มฉุนตลอด ส่วนตัวคิดว่า ส้มฉุนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และช่วงนี้งานก็เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกนึกถึงอยู่ตลอด หากไม่ว่างก็จะหาเวลามาให้ได้

เก๋งชนเสาไฟฟ้าย่านบางพลัด ดับคาที่ 3 ศพ รถพังยับ-เครื่องยนต์ปลิวขึ้นหลังคาบ้าน

นักศึกษาขับเก๋งชนเสาไฟฟ้า ดับ 3 ศพ รถเละเป็นซาก เครื่องยนต์หลุดไปตกหลังคาบ้าน บนถนนสิรินธร ย่านบางพลัด

(12 ก.ค.63)  ร.ต.อ.สุดสาคร สโมสร รองสว.(สอบสวน) สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย บริเวณถนนสิรินธร ฝั่งขาออก ช่วงซอยสิรินธร 2 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ถูกรถยนต์ฮอนด้าซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส 2020 สีขาว ทะเบียน 9 กศ 5230 ชนจนหักเอียง ส่วนรถสภาพพังยับเยินทั้งคัน จนหลังคาเปิด ตัวเครื่องหลุดกระเด็นออกไปอยู่บนหลังคาบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ

ตรวจสอบในรถพบร่าง นายสุกัลย์ อายุ 21 ปี เป็นสาวประเภทสอง พนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ  โฟมห่อกุหลาบ มีบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียชีวิตในที่นั่งคนขับ ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างนำร่างออกจากตัวรถ ใกล้กันพบศพหญิงสาวไม่พกเอกสารติดตัวอายุประมาณ 20-25 ปี ร่างกระเด็นออกจากตัวรถมาอยู่บนถนน ห่างออกไปใกล้เกาะกลางยังพบศพ นายคมกฤษ อายุ 22 ปี สวมชุดกีฬานอนอยู่บนถนนเช่นกัน รวมเสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.วชิระ

ด้าน ร.ต.อ.สุดสาคร กล่าวว่า สอบสวนผู้บาดเจ็บแล้ว ทราบเพียงขณะก่อนเกิดเหตุคนขับได้ขับรถมาด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา จึงสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากถนนลื่น ทำให้รถที่มาเร็วเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่จนเอียง และเหวี่ยงไปถูกเสาโทรศัพท์ ทำให้เสาไฟส่องทางที่อยู่ใกล้กันเสียหาย ด้วยความแรงทำให้ผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่อยู่ในรถกระเด็นออกมาที่พื้นถนน และเสียชีวิตในซากรถ 1 ราย

อย่างไรก็ตามตัองทำการสอบสวนอย่างละเอียด ตลอดจนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดละแวกเกิดเหตุ และรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ส่งกำลังใจ “ป้าเขียด นภาพร” นักแสดงรุ่นใหญ่ ชักเกร็งหมดสติ หามส่ง รพ.ด่วน

(10 ก.ค.) เฟซบุ๊กแฟนเพจดาราภาพยนตร์ รายงานว่า  ป้าเขียด นภาพร หงสกุล นักแสดงอาวุโส วัย​ 74​ ปี ล้มป่วยกะทันหันจากอาการติดเชื่อที่ทางเดินปัสสาวะ​และที่กระแสเลือด ​หลังจากชักเกร็งจนหมดสติ ถูกส่งตัวไปที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรตรงข้ามโรงงานกล่องคราฟท์  กล่องกระดาษคราฟท์ จ.ปราจีนบุรี ก่อนที่แพทย์จะส่งต่อไปยัง รพ.ศรีมหาโพธิ์​ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดูอาการ และยังไม่มีกำหนดออกจาก รพ.

คุณขาว สมคิด​ หงสกุล​ ลูกชายคนเดียวของป้าเขียด เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่​ 16​ มิ.ย. คุณแม่ได้เข้ารักษา​ตัวที่​โรงพยาบาลจุฬา​รัตน์​ ด้วยอาการชักเกร็งและหมดสติ โดยตอนแรกพักรักษาอยู่​ 5​ วันคุณหมอให้กลับบ้านได้หลังจากมาพักรักษาตัว​ที่บ้านประมาณ​ 6​ วันได้ก็ต้องกลับมาโรงพยาบาลอีก​ครั้ง​

ซึ่งครั้งนี้ได้​เข้า​รักษาตัว​ที่​โรงพยาบาล​เจ้าพระยา​ จ.ปราจีนบุรี​ ซึ่งทางคุณหมอได้แจ้งว่ามีอาการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ​และที่กระแสเลือด ​ตอนนี้หมอส่งตัวมารักษาที่​โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์​ อาการดีขึ้น​ครับ แต่ยังไม่มีแรงที่จะพยุงตัวเองขาข้างซ้ายชา แล้วก็เจ็บยังต้องนอนพักรักษา​ตัวอยู่ที่​โรงพยาบาลครับ”  

สำหรับ ป้าเขียด นภาพร หงสกุล เป็นที่รู้จักในชื่อ อีตุ่ม จากละครเรื่อง ประชาชนชาวแฟลต หลังห่างจากงานบันเทิงได้ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี​ โดยเปิด​ร้านขายของชำที่บ้านซึ่งเป็นทั้งร้านค้าและที่พักอาศัย โดยได้รับการดูแลจากมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ซึ่ง คุณขาว สมคิด​ หงสกุล​ บุตรชายเดินทางมาเป็นตัวแทนรับมอบจากมูลนิธิเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

หนุ่มเมาคลั่ง คว้ามีดดักแทงแฟนเก่าวัย 15 หน้าโรงเรียน ลั่น “กูจะเอามึงถึงตาย”

วงจรปิดจับภาพนาทีชีวิต นักเรียนหญิงวิ่งหนีตาย หลังแฟนเก่าพกมีดดักรอทำร้ายหน้าโรงเรียน โชคดีวิ่งหนีเข้าโรงเรียนได้ทัน ตำรวจตามจับทันควัน สารภาพแค้นถูกตีตัวออกห่าง

กล้องวงจรปิดของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองเชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์ระทึก คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ก่อเหตุใช้อาวุธมีดคัตเตอร์พยายามทำร้ายร่างกายนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี สัญชาติเมียนมาร์คนหนึ่ง บริเวณริมรั้วด้านหน้าวิทยาลัย ขณะกำลังจะเดินเข้าไปในวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนหญิงคนดังกล่าวได้พยายามปัดป้องและวิ่งหนีเข้าไปในวิทยาลัยและชายดังกล่าวได้วิ่งไล่ตาม เป็นจังหวะที่มีครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยเหลือและวิ่งไล่จับ แต่ผู้ก่อเหตุหลบหนีไปได้หวุดหวิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 8 ก.ค. สร้างความตื่นตกใจให้กับนักเรียนที่เข้าแถวตรวจคัดกรองเป็นอย่างมาก

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายปิติพงศ์ อายุ 30 ปี พนักงานโรงงานกล่องกระดาษ  กล่องกระดาษสำเร็จรูป ก่อนเกิดเหตุได้มาดักรอนักเรียนหญิงคนดังกล่าว ที่เป็นแฟนเก่าอยู่หน้าทางเข้าวิทยาลัย โดยนายปิติพงศ์​ อยู่ในอาการเมาสุราหนัก เมื่อผู้ปกครองมาส่งนักเรียนหญิงและขี่รถจักรยานยนต์ออกไป นายปิติพงศ์​ได้ตรงเข้าไปใช้มือบีบคอและผลักตัวติดกำแพงและใช้มีดคัตเตอร์ที่เตรียมมา พุ่งแทงไปที่ท้องแต่นักเรียนหญิงใช้มือปัดได้ทัน ทำให้มีดบาดมือ หลังจากนั้น นายปิติพงศ์ยังพยายามใช้มีดคัตเตอร์มาปาดที่บริเวณคอและพูดออกมาว่า “กูจะเอามึงถึงตาย”  แต่นักเรียนหญิงปัดป้องและวิ่งหลบหนีเข้าไปในวิทยาลัย และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย ส่วนนายปิติพงศ์ อาศัยจังหวะวิ่งหลบหนีออกไป

หลังจากทราบข้อมูล ในช่วงบ่ายวันเดียวกันชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ติดตามจับกุมนายปิติพงศ์ได้ ก่อนคุมตัวไปค้นหอพักใน ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ของกลางที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดคัตเตอร์ด้ามสีชมพู ความยาวประมาณ 15 ซม. จำนวน 1 เล่ม พร้อมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่านายปิติพงศ์เป็นอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อ แต่เพิ่งตกงานมาได้ไม่นาน สาเหตุที่ลงมือเป็นเพราะก่อนหน้านี้รู้จักคบหากับนักเรียนหญิงคนดังกล่าวมาระยะหนึ่ง แต่ช่วงหลังผู้ปกครองจับได้ จนถูกแจ้งความพรากผู้เยาว์ ก่อนไกล่เกลี่ยยอมความและให้เลิกคบหากัน ทำให้นักเรียนหญิงเริ่มตีตัวออกห่าง ประกอบกับภายหลังนายปิติพงศ์ทราบว่ามีผู้ชายคนอื่นมาชอบพอกับอดีตแฟนสาว ทำให้เกิดความแค้นดื่มสุราจนเมาหนัก ไปดักรอก่อเหตุดังกล่าว หลังจับกุมชุดสืบสวนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น

สุดสลด! แม่บราซิลบีบคอลูกจนตาย อ้างสอนไม่ฟัง เล่นเกมมือถือจนดึก

ตำรวจบราซิล แจ้งข้อกล่าวหาฆาตกรรมต่อนางสาวอเล็กซานดรา ดูโกเคนสกี อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป เมื่อวัน 2 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากหญิงคนนี้สารภาพว่าตนบีบคอลูกชาย ด.ช.ราฟาเอล จนเสียชีวิตที่บ้านพักเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เพราะไม่พอใจที่ลูกชายของตนไม่เชื่อฟัง ด้วยการเล่นโทรศัพท์มือถือจนดึก

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเมื่อนางสาวอเล็กซานดรา ก่อเหตุ แต่ขณะนั้นเธอบอกตำรวจว่าลูกชายของตนหนีออกจากบ้าน หลังจากมีปากเสียงกัน ทำให้ตำรวจออกค้นหาที่ป่าใกล้บ้านที่เมืองปลานาตู รัฐริอู กรันจี ดู ซูว ทางใต้สุดของบราซิล แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเก็บความลับเรื่องนี้ไว้คนเดียวนานถึง 10 วัน หญิงรายนี้ก็รู้สึกไม่ดีอย่างมาก และทรมานจิตใจตัวเอง จนต้องสารภาพว่า ที่ตำรวจหาไม่เจอ เพราะตนซ่อนร่างของลูกชายเอาไว้ และตำรวจก็พบร่างเมื่อวันที่ 25 พ.ค. อยู่ในลังกระดาษในโรงรถของเพื่อนบ้าน ที่อยู่ห่างจากบ้านของตนไม่กี่เมตร

เหตุการณ์สุดสลดใจนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากเด็กชายคนนี้อัดคลิปที่ตนอ่านกลอนบอกรักนางสาวอเล็กซานดรา แม่ของตน ที่เลี้ยงดูตนและน้องชาย ทั้งยังบอกว่ายิ้มของแม่คือทุกอย่างของเขา

ฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น! แม่เต่าเกยตื้นตาย พลาสติกเต็มท้อง-เชือกพันลำไส้ สูญไข่กว่า 200 ฟอง

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแสนสุข พบซากเต่าเกยตื้นริมชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี หลังจากนั้นได้นำซากเต่าไปผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก พบว่าเต่าที่พบ เป็นเต่ากระ คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 3 วัน

ล่าสุด นายกตุ้ย ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองแสนสุข โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว รายงานผลการผ่าพิสูจน์ซากเต่า ระบุว่า 

ความคืบหน้าจากการผ่าชันสูตรน้องเต่าที่มาตายเกยตื้นที่หาดบางแสนครับ เศร้าใจที่สุดตรงที่ แม่เต่ามีไข่ในท้องกว่า200 ฟอง ครับ มนุษย์เราคือฆาตกรนี่เอง 

ผลการผ่าพิสูจน์ เต่าทะเลตาย พบเบ็ดตกปลาปักลำคอ และเศษถุงพลาสติก
ซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก-เชือกพันเป็นก้อนอุดตันในลำไส้

นอกจากนี้ ยังพบว่า เต่าตัวนี้ตั้งท้องและมีไข่ในท้องไม่ต่ำกว่า 200 ฟอง สูญเสียทุกชีวิต