สลด! ม่ายสาวขี่จยย.ล้ม เก๋งทับร่างดับ ลูกชาย 8 เดือนต้องกำพร้า หลังพ่อเพิ่งเสีย

สลด! ม่ายสาวขี่จยย.ล้ม เก๋งทับร่างดับ ลูกชาย 8 เดือนต้องกำพร้า หลังพ่อเพิ่งเสีย

ม่ายสาวขี่จยย.เสียหลักล้ม เก๋งสวนมาเหยียบหัวดับสลด ลูกชายวัย 8 เดือนต้องกำพร้า หลังสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อ 7 เดือนก่อน

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.ปรมินทร์ หมวดศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง แล้วมีรถยนต์ทับศีรษะคนขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต 1 ราย ที่ถนนอุดรธานี-กุดจับ บ้านเชียงพิณ ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี จึงรีบรุดไปตรวจสอลพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมที่เกิดเหตุพบศพหญิงนอนหงายอยู่กลางถนน ทราบชื่อคือ น.ส.อุทุมพร มาวงษา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 378 หมู่ 1 ต.เชียงพิณ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กถ 2142 อุดรธานี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ที่ท้ายรถจักรยานยนต์มีรถเข็นเด็กมัดติดเอาไว้ ที่พื้นถนนพบถุงอาหารเม็ดสุนัข และถุงใส่พวงมาลัยจำนวน 1 พวง ตกหล่นอยู่โดยมีพลเมืองดีนำภาพคลิปจากกล้องหน้ารถยนต์มาให้ตำรวจดู ทำให้ทราบว่าผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวขวา เพื่อที่จะแซงรถกระบะที่อยู่ข้างหน้า แต่รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลงก่อน ทำให้รถเก๋งที่ขับสวนทางมาอีกเลนเหยียบศีรษะผู้ตาย แล้วรถเก๋งได้ขับหนีไปไม่จอดรถลงมาดู

ต่อมา น.ส.กมลทิพย์ ชินคำอาคำ อายุ 50ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.1 ต.เชียงพิณ พี่สาวของผู้ตาย พร้อมด้วยญาติได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างของน้องสาวต่างพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างหนัก

สอบสวน น.ส.กมลทิพย์ ให้การว่า น้องสาวทำงานเป็นพนักงานส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนี่ง แถวบ้านเลื่อม ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี ส่วนสามีน้องสาว ขับรถยนต์กระบะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต เมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา ที่ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ขณะนั้นน้องสาวเพิ่งตั้งท้องได้ประมาณ 2 เดือน กระทั่งน้องสาวได้คลอดลูกชายออกมา ขณะนี้หลานเพิ่งอายุ 8 เดือน

น.ส.กมลทิพย์ ให้การต่อว่า ปกติน้องสาวจะนำลูกชายไปเลี้ยงด้วยเวลาไปทำงาน โดยจะนำรถเข็นเด็กมัดใส่ท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วย แต่วันนี้สามีของตนอยู่บ้าน น้องสาวจึงนำลูกชายไปฝากให้สามีของตนเลี้ยงดู คาดว่าน้องสาวเพิ่งเลิกงาน แล้วแวะซื้ออาหารสุนัขกับพวงมาลัยที่จะเอาไปไหว้พระ ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านก็ประสบอุบัติเหตุ ต่อไปตนจะเลี้ยงหลานชายให้ดีที่สุด จะรักเหมือนลูกตัวเอง

โดยแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ พบว่าที่กะโหลกด้านขวาแตก คอหัก และแขนท่อนบนด้านขวาหัก ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยจะเรียกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของกล้องหน้ารถยนต์ให้นำภาพมาเป็นหลักฐาน เพื่อติดตามหาเจ้าของรถยนต์คู่กรณี และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชายป่วยอัมพฤกษ์จ่อยิงหนุ่มรุ่นน้อง 16 นัดซ้อน ขังตัวเองในบ้านกับศพ แค้นปมจำนองที่ดิน

ชายป่วยอัมพฤกษ์จ่อยิงหนุ่มรุ่นน้อง 16 นัดซ้อน ขังตัวเองในบ้านกับศพ แค้นปมจำนองที่ดิน

ชายป่วยอัมพฤกษ์จ่อยิงหนุ่มรุ่นน้อง 16 นัดซ้อน ขังตัวเองในบ้านกับศพ แค้นผู้ตายเอาโฉนดที่ดินไปจำนองแล้วไม่ให้เงิน

(8 พ.ย.63) เมื่อเวลา 17.40 น. ร.ต.อ.หญิงจิราภา แจ่มแจ้ง รอง สว.สส.สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้ง มีเหตุยิงกันที่บ้าน ม.9 ต.ไร่ส้ม อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.สส. กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี แพทย์เวร รพ.พระจอมเกล้า และมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรีอีกหลายนาย

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านลักษณะเป็นอู่ทำโครงเหล็กอยู่ใน ซอยศาลาแต่งแง่ ห่างจากปากซอยประมาณ 50 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการสายตรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ได้ใช้โทรโข่งพูดเกลี้ยกล่อม นายเอกอนันต์ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ผู้ก่อเหตุที่ยังอยู่ภายในบ้านให้ทิ้งอาวุธและเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายเอกอนันต์ผู้ก่อเหตุจึงยอมมอบตัว โดยตำรวจได้คุมตัวไว้และนำกำลังเข้าตรวจต้นภายในบ้าน พบอาวุธปืน ขนาน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ในห้องนอน

นอกจากนี้ภายในบ้านยังพบศพ นายณัฐวัฒน์ อายุ 31 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณท้อง 4 นัด ขาซ้าย 4 นัด เอว 1 นัด มือขวา 1 นัด และที่บริเวณก้นซ้าย 6 นัด ใกล้กันยังพบปลอกกระสุนปืนตกกระจัดกระจายเกลือนอยู่ทั่วบริเวณ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นายเอกอนันต์ อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุกล่าวว่านายณัฐวัฒน์ ผู้ตาย ได้นำโฉนดที่ดินของตนไปจำนองเมื่อได้เงินมาก็ไม่ยอมนำเงินมาให้ เป็นจำนวนกว่า 4 แสนบาท เมื่อนายณัฐวัฒน์ ผู้ตายทำอย่างนี้ ตนจะมีอะไรกิน ภรรยาก็เป็นมะเร็ง ส่วนตนก็ขาเป็นอัมพฤกษ์ และนายณัฐวัฒน์ ผู้ตายยังท้าให้ตนไปฟ้องเอา ตนจะไปฟ้องได้ยังไงขาก็จะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว

พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นนายเอกอนันต์ เกตุแก้ว ผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีปัญหากับนายณัฐวัฒน์ ผู้ตายเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก่อนเกิดเหตุจึงเรียกนายณัฐวัฒน์ ผู้ตายมาคุยแต่เคลียร์กันไม่ได้ นายเอกอนันต์ จึงก่อเหตุลงมือยิงนายณัฐวัฒน์ จนเสียชีวิตในที่สุด โดยตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และส่งร้อยเวรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่
ผัวโมโหเมียบังคับให้ขอเงินแม่ ชักปืนยิงเมียที่กำลังท้อง 3 เดือน ก่อนยิงขมับตัวเองสาหัส
(23 พ.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น.  ร.ต.อ.คำรณค์ จันทร์ทิตย์ ร้อยเวร ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณด้านหลังศูนย์ท่ารถชุมแสง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ ผกก.สภ.ชุมแสง ทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเเถวร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป พร้อมกับ พ.ต.ท.อภิเชษฐ์ ภู่ทอง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมนึก เดชรัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นิพัฒน์ แท่งทอง สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพสว่างชุมแสง  
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายดีเด่น อายุ 45 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่บนกองเลือด ในสภาพมีมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธเข้าที่ขมับขวา แต่ไม่ทะลุ โดยที่มือข้างขวาของเจ้าตัวกำอาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโนริงโก้ ซึ่งยังมีกระสุนปืนขนาด 7.65 คาอยู่ในแมกกาซีน จำนวน 3 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ อีก 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยจะนำร่างนายดีเด่นส่งไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาการสาหัส และในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า เหตุการณ์นี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นางภาดา อายุ 45 ปี ถูกนายดีเด่น ผู้เป็นสามีใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว 
จากการสอบถาม น.ส.จินดานุช อายุ 16 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า นายดีเด่นผู้บาดเจ็บมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด้านหลังศูนย์ท่ารถ โดยพักอาศัยอยู่กับนางภาดา ผู้เป็นภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายดีเด่นและนางภาดาเกิดมีปากเสียงและออกมาทะเลาะกันที่หน้าบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่ช่วงบ่ายทั้งคู่จะออกมาทะเลาะกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ นายดีเด่นเกิดบันดาลโทสะ เดินถือปืนออกมายิงใส่นางภาดาที่ริมถนนหน้าบ้าน จนนางภาดาร่วงล้มลงไปกับพื้น

จากนั้น นายดีเด่นจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดิมจ่อยิงที่ขมับของตนเองจนล้มจมกองเลือดไปอีกราย โดยมีชนวนสาเหตุมาจากนางภาดาบังคับให้นายดีเด่นไปขอเงินจากแม่ผัว จำนวน 5,000 บาท เพื่อให้พานางภาดาไปบำบัดยาเสพติด และเก็บเอาไว้บำรุงครรภ์ แต่นายดีเด่นไม่ทำตาม เพราะกลัวถูกแม่ว่า จึงทำให้ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันจนนายดีเด่นต้องใช้อาวุธปืนยิงตัดสินปัญหาดังกล่าว 
อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า นายดีเด่นและนางภาดา มีพฤติกรรมติดยาเสพติดทั้งคู่ และเคยตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง แต่นายดีเด่นได้กลับตัวกลับใจเลิกยาได้ก่อนแล้ว ซึ่งสวนทางกับนางภาดาที่ยังเลิกยาไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน โดยจากการสอบถามเพื่อนบ้านหลายราย ต่างระบุว่า นางภาดามีอาชีพขายไก่ทอด นายดีเด่นไม่มีอาชีพ และทั้งคู่ก็มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันในเรื่องเงินทองให้เพื่อนบ้านเห็นทุกวันจนชินตา แต่ก็ไม่คาดคิดว่า คราวนี้นายดีเด่นจะตัดสินใจใช้ปืนยิงภรรยาและตนเองเพื่อหวังจบปัญหา โดยล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้ นางภาดาอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายดีเด่นอาการค่อนข้างสาหัส และถูกนำตัวย้ายส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ แล้ว

ระทึก! ไฟไหม้สายสื่อสารหน้าพรรคเพื่อไทย ทำรถติดยาว ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว

ระทึก! ไฟไหม้สายสื่อสารหน้าพรรคเพื่อไทย ทำรถติดยาว ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว

ไฟไหม้สายสื่อสารหน้าพรรคเพื่อไทย ทำถนนเพชรบุรีตัดใหม่ติดแน่นทั้งขาเข้า-ขาออก

เมื่อเวลาประมาณ 15.17 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้สายสื่อสารบริเวณหน้าพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเร่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวติดขัดทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากรถชะลอดูเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงเรียบร้อยแล้ว

โจ๋วัย 16 จุดประทัดเล่นกับเพื่อน บึ้มคามือดับสลด เพื่อนหายเข้ากลีบเมฆ งานศพยังไม่มา

โจ๋วัย 16 จุดประทัดเล่นกับเพื่อน บึ้มคามือดับสลด เพื่อนหายเข้ากลีบเมฆ งานศพยังไม่มา

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น 3-4 คน นำร่างเพื่อนมาส่งที่หน้าศูนย์กู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยผู้บาดเจ็บหมดสติ ไม่มีชีพจร มือทั้งสองข้างแหลกเละ ส่วนบริเวณหน้าอกมีรอยช้ำ นอนแน่นิ่ง หน้าซีด เจ้าหน้าที่จึงได้ปั๊มหัวใจพร้อมขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลเเละหน่วยพยาบาลใกล้เคียง จนทีมพทย์จากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์มาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก่อนเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือนายธนพล อายุ 16 ปี

ล่าสุดวันนี้(15 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เดินทางไปที่บ้าน ในตำบลดอนสมบูรณ์ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิต โดยทางญาติได้นำร่างผู้เสียชีวิตมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้ายังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายบุญโชค อายุ 42 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนมีลูกคนเดียว โดยลูกชายจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นก็ได้ไปทำงานขายของกับน้า ส่วนตนก็ทำการเกษตรอยู่ที่บ้าน ซึ่งลูกก็จะกลับมานอนอยู่ที่บ้านทุกวัน ตอนค่ำก็จะไปเล่นกับกลุ่มเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเป็นประจำ ซึ่งวันเกิดเหตุเพื่อนของลูกชายมาบอกที่บ้านว่า ลูกชายถูกประทัดระเบิดจนหมดสติ จึงออกไปดู ก็พบว่าบริเวณมือของลูกแหลกเละ หน้าอกถูกกระแทกอย่างรุนแรง โดยตนไม่คาดคิดว่าลูกชายจะถูกประทัดรุนแรงถึงขนาดนี้  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แต่ลูกชายก็ได้เสียชีวิตลง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถามทางญาติว่าติดใจสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้หรือไม่ ตนบอกว่าไม่ติดใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจอยากให้มันเกิด ถือว่าลูกชายทำบุญได้มาเพียงเท่านี้ ส่วนกลุ่มเพื่อนๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ยังไม่เห็นเดินทางมากราบไหว้ศพของลูกชายแต่อย่างใด

ทางด้านชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณที่กลุ่มวัยรุ่นชอบจุดประทัด บอกว่าในช่วงค่ำกลุ่มวัยรุ่นจะพากันจุดประทัดส่งเสียงรบกวนชาวบ้านเป็นประจำ ซึ่งทางผู้นำหมู่บ้านได้สั่งห้ามการจำหน่ายและห้ามจุด แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ยังมารวมกลุ่มกันจุดเช่นกัน ส่วนประทัดที่ระเบิดจนเสียชีวิต คาดว่าจะเป็นประทัดแบบทรงกลมหรือนิยมเรียกกันว่า “ระเบิดปิงปอง” แต่หากจุดระเบิดปิดปองลูกเดียวเสียงจะไม่ดังมาก คาดว่ากลุ่มวัยรุ่นจะนำระเบิดปิงปองมามัดรวมกัน และผูกชนวนเชื่อมกัน จากนั้นก็ใช้เทปกาวรัดติดรวมกัน โดยจะโผล่ชนวนออกชนวนเดียว ซึ่งแรงของระเบิดจะรุนแรงมาก ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

สาวขี่ จยย.ถูกกระบะชนดับ ลากร่างไปไกล น้องสาวโผล่ร่ำไห้ สุดท้ายผิดคน

สาวขี่ จยย.ถูกกระบะชนดับ ลากร่างไปไกล น้องสาวโผล่ร่ำไห้ สุดท้ายผิดคน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 พ.ย. 2563 ร.ต.อ.แวนร์ จิตรจารุวงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะชนรถ จยย. มีผู้เสียชีวิต ที่ หน้าโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ถนนพหลโยธิน ชัยนาท-ตาคลี ม.4 ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท รุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท และแพทย์เวรโรงพยาบาชัยนาทนรนเทร

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะฟอร์ด สภาพด้านหน้ายุบเล็กน้อย ใต้ท้องรถ พบ รถ จยย. ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงินดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนสภาพพังยับ ข้างกันพบศพนางวรรณา เฮงสี อายุ 40 ปี สภาพศพขาหักแขนผิดรูป และกระดูกหักอีกหลายแห่ง นอนจมกองเลือด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำศพกลับ รพ. เพื่อติดต่อญาติมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป แต่ที่สร้างความฮือฮา คือ มีหญิงสาวคนหนึ่ง มาร้องห่มร้องไห้ ปานจะขาดใจ คิดว่าเป็นญาติของตัวเองตาย เพราะมีคนโทรแจ้ง แต่พอมาถึงรู้ว่าคนละนามสกุล แต่ชื่อเดียวกันเท่านั้น จึงโล่งใจ เพราะตอนแรกคือร้องไห้มาจากบ้านคิดว่าพี่สาวตัวเองตาย

จากการสอบสวน คนขับรถกระบะ เป็นหญิงสาวอายุ 26 ปี (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ขับรถออกมาจาก จ.อุทัยธานี กำลังจะขับรถไปหาญาติที่ กรุงเทพ พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ตายเปลี่ยนเลนส์กระทันหันเพื่อมากลับรถ กระบะที่ขับมาเลนส์ขวาจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง และรีบเหยียบเบรค แต่กว่าจะเบรคได้ก็ลากทั้งรถทั้งคนมาประมาณ 60 เมตร ทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งสาวที่ขับกระบะยังอยู่ในอาการช็อก ไม่สามารถให้ปากคำได้ จึงทำการนัดเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในภายหลัง โดยญาติยืนยันว่าจะช่วยเหลือเยียวยาฝ่ายผู้ตายอย่างเต็มที่

กาฬสินธุ์ รับสมัครนายก อบจ.-ส.จ. วุ่น! ไม่รับภาพถ่ายกลุ่มก้าวหน้า เหตุมีรูปเสา 3 ต้น

กาฬสินธุ์ รับสมัครนายก อบจ.-ส.จ. วุ่น! ไม่รับภาพถ่ายกลุ่มก้าวหน้า เหตุมีรูปเสา 3 ต้น

การรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) กาฬสินธุ์ วันนี้ (6 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วน จ.กาฬสินธุ์ ย่านโรงงาน ผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ เกิดความวุ่นวายขึ้นก่อนการปิดรับสมัคร 

เนื่องจากนายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ผู้สมัคร นายก.อบจ.กาฬสินธุ์ และผู้สมัครส.อบจ.กาฬสินธุ์ในนามกลุ่ม “ก้าวหน้า กาฬสินธุ์” จำนวน 10 คนจาก 6 อำเภอ เดินทางมาฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ ถึงเหตุผลที่ไม่รับและให้เปลี่ยนภาพถ่ายในการรับสมัครที่สวมเสื้อสีกรมท่าบริเวณหน้าอกมีสัญลักษณ์รูปขีดสีขาว 3 ขีด และมีข้อความ “ก้าวหน้า กาฬสินธุ์”

สงสัย ทำไมเพิ่งบอกให้เปลี่ยนวันสุดท้าย?

ผู้สมัครรายนี้ เผยว่า เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้สมัครไปเปลี่ยนภาพถ่ายมาใหม่ เพราะภาพดังกล่าวสุ่มเสี่ยงความผิดในการหาเสียงฝ่าฝืนมาตรา 65 (5) จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด ซึ่งมีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือ ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิ์ 20 ปี

ผู้สมัคร กล่าวต่อไปว่า สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม “ก้าวหน้ากาฬสินธุ์” ที่สมัครนายก อบจ. และ ส.จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นภาพเสา 3 ต้น มีความหมายว่า ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไม่ได้เป็นภาพชู 3 นิ้ว และไม่ได้นำโลโก้พรรค และสัญลักษณ์พรรคการเมืองหรือสัญลักษณ์กลุ่มใดมาใช้ในการลงสมัคร

นายวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ผู้สมัคร นายก อบจ. กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ และผู้สมัคร ส.จ. กาฬสินธุ์ทั้ง 10 คน สงสัยว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการรับสมัครไม่รับและให้ทุกคนเปลี่ยนภาพที่นำมาสมัครในครั้งนี้

ผู้สมัคร นายก อบจ. รายนี้ บอกอีกว่า ทุกคนยืนยันว่าภาพถ่ายที่มีโลโก้บริเวณหน้าอกไม่ได้เป็นภาพที่ชู 3 นิ้ว แต่เป็นภาพเสา 3 ต้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หรือโลโก้กลุ่มก้าวหน้ากาฬสินธุ์ หมายถึง ชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่ได้นำโลโก้พรรค และสัญลักษณ์พรรคการเมืองหรือสัญลักษณ์กลุ่มใดมาใช้ในการลงสมัคร ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงความผิดนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ และอยากฟังคำชี้แจงด้วย 

นายวัชรินทร์ ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งแจ้งให้เปลี่ยนรูปเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันสุดท้ายในการรับสมัครสมัคร จึงทำให้ทุกคนไม่สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายได้ ทำให้ต้องยืนยันที่จะใช้ภาพถ่ายนี้ในการลงสมัคร

ไม่ได้ไม่รับ แค่กลัวมีปัญหาทีหลัง

ด้านนายจักรี แสงสุริยินทร์ รองปลัด อบจ. กาฬสินธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวสั้นๆ เพียงว่า คณะกรรมการเห็นว่าภาพถ่ายของผู้สมัครอาจนั้นอาจจะสุ่มเสี่ยง จึงแนะนำให้เปลี่ยนภาพถ่ายใหม่เท่านั้น ไม่ใช่ไม่รับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สมัครเอง ซึ่งตอนแรกผู้สมัครก็ยินดีเปลี่ยน แต่มาเปลี่ยนใจว่าไม่เปลี่ยน ซึ่งหากยืนยันที่จะใช้ภาพเดิม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็จะรับไว้ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

การรับสมัครนายก อบจ. และ ส.จ. กาฬสินธุ์ มีผู้สมัครมาสมัครรับการเลือกตั้ง นายก อบจ. 4 คน และมีผู้สมัคร ส.จ. ทั้ง 30 เขต ใน 18 อำเภอ รวม 92 คน

สลด! ป้าแม่บ้านเจ็บเข่าขึ้นสะพานลอยไม่ไหว เดินข้ามถนนถูกรถชนเสียชีวิต

สลด! ป้าแม่บ้านเจ็บเข่าขึ้นสะพานลอยไม่ไหว เดินข้ามถนนถูกรถชนเสียชีวิต

ป้าแม่บ้านโชว์รูมรถยนต์เจ็บเข่าเดินขึ้นสะพานลอยไม่ไหว ถูกรถชนเสียชีวิต ขณะเดินข้ามถนนไปซื้อของช่วงพักกลางวัน

วานนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 12.45 น. เกิดอุบัติเหตุสลดกลาง ถ.ลำลูกกา บริเวณหน้าโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก พบรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง ชนคนข้ามถนนเสียชีวิต ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 62 ปี ทำงานอยู่โชว์รูมรถฝั่งตรงข้าม ที่เกิดเหตุมีข้าวของตกกระจาย และพบเงินสดกว่า 7,000 บาท ฝากไว้กับตำรวจ สภ.คูคต แล้ว

จากการสอบถาม โชว์รูมรถซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของผู้เสียชีวิต ทราบว่า คุณป้าทำงานเป็นแม่บ้านมาได้ประมาณ 1 ปี เป็นคนอัธยาศัยดี เคยสอบถามว่าทำไมไม่ขึ้นสะพานลอย เพราะเห็นข้ามถนนแบบนี้เป็นประจำ ซึ่งคุณป้าบอกหัวเข่าไม่ดี ขึ้นสะพานลอยไม่ไหว เมื่อช่วงเช้ายังพูดคุยกันปกติ กลางวันทราบว่าเดินข้ามถนนไปซื้อของ

ทั้งนี้ ฝ่ายบุคคลของโชว์รูมรถยนต์ได้ประสานลูกสาวให้ทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้เป็นแม่แล้ว