ดับสยอง 3 ศพ! กระบะซิ่งชนจยย.สองผัวเมีย ก่อนชนรั้วโรงงานพลิกคว่ำ

ดับสยอง 3 ศพ! กระบะซิ่งชนจยย.สองผัวเมีย ก่อนชนรั้วโรงงานพลิกคว่ำ

หนุ่มวัย 32 ปี ซิ่งรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ผัวเมียตาย 2 ศพ ก่อนชนรั้วโรงงานเข้าไปชนรถกระบะอีกคัน แล้วรถพลิกคว่ำดับคาที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (30 ธ.ค.) เมื่อเวลา 21.30 น. สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนรถจักรยานยนต์ และรถกระบะที่จอดอยู่ที่บริเวณหน้าโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ริมถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 9 ปากซอยเก็งซิว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ 4 ประตูยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ก 4 ประตู สีเขียว หมายเลขทะเบียน 151 สมุทรปราการ พลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันยังพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ แคป ดีเม็ก สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1445 นครสวรรค์ ถูกชนได้รับความเสียหายอีก 1 คัน จากแรงกระแทกทำให้กระจกสำนักงานของบริษัทดังกล่าวแตกได้รับความเสียหาย ห่างไปเล็กน้อยได้พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีแดง ดำ ทะเบียน2 กต 3507 กรุงเทพมหานครถูกชนจนพังยับเยินทั้งคัน

ที่เกิดเหตุยังพบร่าง นางทองเลื่อน อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ นอนเสียชีวิตอยู่กับพื้นถนนในสภาพคอหัก ศีรษะแตกและมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง ใกล้กับได้พบคนขี่รถจักรยานยนต์ นายประมวล อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางทองเลื่อน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี แต่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล

ขณะที่ภายในรถกระบะ อีซูซุ สีเขียวที่พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าพบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับชื่อ นายคุณาฉันท์รพี อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เสียชีวิตคาที่อยู่ในซากรถกระบะคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เครื่องตัดถ่างตัดโครงเหล็กซากรถ ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ 

จากการสอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นายประมวลและนางทองเลื่อนทำงานอยู่โรงงานขนมปัง ซึ่งอยู่ในซอยวงแพทย์ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 15 เมตร ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าสำโรง อยู่ๆ รถกระบะคันสีเขียวที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์เข้าอย่างแรง จนร่างนายประมวลและนางทองเลื่อนกระเด็นตกจากรถ ส่วนรถกระบะคันดังกล่าวจะเสียหลักพุ่งชนรั้วบริษัทเข้าอย่างแรง และเข้าไปชนรถกระบะที่จอดอยู่ในโรงงานจนพลิกคว่ำ ทำให้คนขับเสียชีวิตติดภายในคาซากรถดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าระหว่างที่รถกระบะคันดังกล่าวน่าจะขับมาด้วยความเร็ว ก่อนที่จะพุ่งชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ก่อนที่จะเสียหลักพุ่งเข้าไปชนรั้วของบริษัททะลุเข้าไปชนรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ในโรงงานจนพังยับเยิน ก่อนที่รถจะพลิกคว่ำทับร่างคนขับเสียชีวิตคาซากรถ

อย่างไรก็ตาม จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เจ้าของร้านชำ ผวาหนัก! หัวขโมยคนเดิม 3 ปี ฉก 8 ครั้ง แจ้งจับติดคุกยังไม่เข็ด

เจ้าของร้านชำ ผวาหนัก! หัวขโมยคนเดิม 3 ปี ฉก 8 ครั้ง แจ้งจับติดคุกยังไม่เข็ด

เจ้าของร้านชำ ผวา หัวขโมยคนเดิม 3 ปี ฉกทรัพย์ 8 ครั้ง แจ้งจับติดคุกยังไม่เข็ด พ้นโทษมาก่อเหตุซ้ำ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย วอนตร.จับตัวให้ได้

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2563 เจ้าของร้านขายของชำ และ กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ในพื้นที่หมู่ 8 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เผยแพร่ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ขณะหัวขโมยรายหนึ่ง เป็นชายวัยกลางคนสวมใส่หมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ทำทีเป็นลูกค้ามาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านขายของชำ ซึ่งเจ้าของร้านปิดร้านออกไปทำธุระนอกบ้าน

โดยหัวขโมยพยายามมองลอดช่องลูกกรงหน้าร้าน พร้อมหาทางงัดแงะประตูลูกกรง เพื่อจะเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้าน โดยใช้เวลาอยู่นานหลายนาที แต่ไม่สามารถงัดประตูลูกกรงได้สำเร็จ จึงขโมยถุงโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวที่พนักงานตัวแทนจำหน่าย นำมาส่งให้กับทางร้านและแขวนไว้ที่ประตูลูกกรงหน้าร้าน ก่อนจะเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนายฐานันดร์ เหมบุตร อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายของชำ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2563 เวลาประมาณ 11.50 น. ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แล้ว ที่หัวขโมยรายนี้เข้ามาก่อเหตุที่ร้านของตน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2560 คนร้ายก่อเหตุงัดประตูหน้าร้านเข้ามาขโมยทรัพย์สิน และงัดหน้าต่างข้างบ้าน ปีนเข้ามาขโมยเงินสดในลิ้นชัก เหล้าและบุหรี่ที่อยู่ภายในร้านไปเป็นจำนวนมากนายฐานันดร์ กล่าวต่อว่า โดยช่วงระหว่างเดือน พ.ย. 2560 ถึง ม.ค. 2561 หัวขโมยรายนี้เข้ามาก่อเหตุที่ร้าน รวม 5 ครั้ง ตนได้นำภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม กระทั่งเดือน ก.พ. 2561 สามารถจับกุมหัวขโมยรายนี้ได้ ขณะก่อเหตุขโมยเงินจากตู้บริจาคภายในวัดลาดหญ้า ก่อนถูกดำเนินคดีและถูกจำคุกอยู่ประมาณ 2 ปี แต่เมื่อพ้นโทษออกมา ช่วงต้นปี 2563 ก็มาก่อเหตุที่ร้านของตนอีกรวม 3 ครั้ง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับพฤติกรรมเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

นายฐานันดร์ กล่าวอีกว่า หัวขโมยรายนี้ก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้แต่ช่วงกลางวันแสกๆ ที่มีรถขับผ่านไปมา ยังก่อเหตุอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่กลัวว่าจะถูกจับกุม ตนเชื่อว่าสาเหตุที่เลือกมาก่อเหตุที่ร้านของตนซ้ำๆ น่าจะเป็นเพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ ประกอบกับคนร้ายอาจจะมีความแค้นฝังใจ ที่เคยถูกตนแจ้งความดำเนินคดีจนต้องติดคุกอยู่เป็นปี เมื่อพ้นโทษออกมาจึงอยากที่จะมาก่อเหตุซ้ำที่ร้านของตน เพื่อเป็นการล้างแค้น

“แม้ทุกวันนี้จะพยายามหาวิธีป้องกันทรัพย์สินของตนอย่างเต็มที่ ทั้งการทำประตูลูกกรง และติดตั้งกล้องวงจรปิดจนรอบร้าน แต่ยังไม่วายถูกหัวขโมยรายนี้เข้ามาก่อเหตุขโมยทรัพย์สินไปอีก จึงอยากวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ช่วยติดตามจับกุมหัวขโมยที่ก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ ไม่รู้ว่าร้านของผมจะถูกก่อเหตุอีกกี่ครั้ง รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงก็มีความเสี่ยงที่จะถูกก่อเหตุเช่นกัน” นายฐานันดร์ กล่าว

สลด! หนุ่มสติไม่สมประกอบ ขโมยรถเก๋งแม่มาขับ พุ่งชนต้นไม้ ไฟคลอกดับคาซาก

สลด! หนุ่มสติไม่สมประกอบ ขโมยรถเก๋งแม่มาขับ พุ่งชนต้นไม้ ไฟคลอกดับคาซาก

หนุ่มวัย 26 สติไม่สมประกอบ ขโมยรถเก๋งแม่มาขับ เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ตกข้างทาง ไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน คลอกร่างดับคาซาก

เมื่อเวลา 20.05 น. วันที่ 19 พ.ค. ร.ต.ท.ฐาปนัท เจนณาเทพ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเกิดเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ร่องกลางถนนมีไฟลุกไหม้ และมีคนติดภายในรถบนถนนเอเชีย 41 ฝั่งขาขึ้น หมู่ที่ 5 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน ย่าน โรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก จึงพร้อมพ.ต.ท.เสวี เวชพิทักษ์ รอง ผกก.สอบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาท่าโรงช้าง ไปตรวจสอบและประสานรถดับเพลิงศูนย์ ปภ. เขต 11 เข้าช่วยเหลือที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจรตรงข้ามโรงงานเครื่องดื่มกรีนสปอร์ต ที่ร่องกลางถนนพบ
รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน กค 8769 พัทลุง เพลิงกำลังโหมลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดใช้เวลา 30 นาที เพลิงจึงสงบเหลือแต่ซากรถ ตรวจสอบภายในพบผู้เสียชีวิต 1 รายถูกไฟคลอกเหลือเพียงลำตัว ส่วนท่อนบนถูกไหม้เป็นกองกระดูก ไม่พบหลักฐานประจำตัวในที่เกิดเหตุ ส่วนต้นไม้ที่ร่องเกาะกลางถูกชนล้ม 2 ต้น บนถนนไม่พบร่องรอยเบรกห้ามล้อต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังนางอุสา นาคจันทร์ ชาว จ.พัทลุง ที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว แจ้งว่า นายสุทธิชัย นาคจันทร์ อายุ 26 ปี บุตรชายที่มีอาการสติไม่สมประกอบ ขโมยรถขับมาจากบ้านที่ ต.เขาชัยสน จ.พัทลุง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา และกำลังตามหา กระทั่งทราบว่าเกิดเหตุดังกล่าวสอบสวนเบื้องต้น ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ระหว่างขับรถสวนทางกับรถเก๋งคันที่เกิดเหตุ สังเกตุเห็นว่ารถเก๋งคันดังกล่าวขับมาเพียงคันเดียวด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเห็นรถเสียหลักชนต้นไม้เกาะกลางถนนและมีประกายไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงพยายามเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากเพลิงโหมไหม้อย่างรุนแรง จึงรีบแจ้งตำรวจทราบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลท่าโรงช้าง และรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สุดสลด ดินสไลด์ถล่มบ้าน สองแม่ลูกนอนหลับในบ้านไม่รู้ตัว ลูกชายรอด ส่วนแม่เสียชีวิต

สุดสลด ดินสไลด์ถล่มบ้าน สองแม่ลูกนอนหลับในบ้านไม่รู้ตัว ลูกชายรอด ส่วนแม่เสียชีวิต

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 19 ธ.ค.63 ร.ต.อ.บัณฑิต ประเสริฐ รอง สว.สอบสวน สภ.อัยเยอร์เวง ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านได้รับความเสียหายและมีผู้ติดอยู่ในบ้าน ถูกดินที่สไลด์ลงมาทับไว้ 1 คน จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ฉก.44 อส. อาสาสมัครกู้ภัยสว่างธรรมสถานเบตง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ภายในสวนยางพาราห่าง โรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ประมาณ 10 เมตร พบชาวบ้าน ช่วยกันขุดดินภายในห้องนอนที่ไลด์ลงมาจากภูเขา และพาตอไม้หลุมพอขนาดใหญ่ลงมาด้วย จนทำให้ฝาผนังบ้านพัง ดินลงมาทับนางบีเดาะ ฮาบิน อายุ 76 ปี ซึ่งนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่และชาวบ้านใช้เวลา นานกว่า 2 ชม จึงนำนางบีเดาะ ซึ่งถูกดินที่สไลด์ลงมาทับฝั่งอยู่ใต้ดินออกมาได้ แต่ก็เสียชีวิตแล้ว

นายธงไชย ฮาบิน อายุ 55 ปี ลูกชาย และเป็นผู้ที่รอดออกมาได้เล่าให้ฟังว่า ฝนได้ตกติดต่อกันมาประมาณ 2 วัน และเมื่อคืนช่วงกลางดึกขณะที่ตนกับแม่นอนหลับอยู่ภายในห้องนอน ก็ได้เกิดดินสไลด์พาตอไม้หลุมพอขนาดใหญ่ลงมาด้วยจนทำให้ฝาผนังห้องนอนพังดินไหลลงมาทับตนและแม่ ตนซึ่งนอนอยู่ข้างประตูห้องถูกดินถมไปครึ่งตัว ก็พยายามช่วยตัวเองออกมาได้ แล้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อม กม.23 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านตน ให้มาช่วยแม่ที่ถูกดินทับถมอยู่ แต่แม่ก็มาเสียชีวิต

จากสถานการณ์ ฝนตกต่อเนื่องนานเป็นวันในพื้นที่อำเภอเบตง ทำให้ในพื้นที่ ต.ตาเนาะแมเราะ ก็เกิดดินสไลด์ทับบ้านอีกหลังพังเสียหายด้วยเช่นกัน โดยห้องครัว ห้องนอน ข้าวของภายในบ้าน ถูกดินทับพังเสียหาย บ้านไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต น.ส.วิลาสินี คงทอง อายุ 34 ปี และครอบครัวต้องไปพักอาศัยอยู่บ้านญาติ เพราะบ้านได้รับความเสียหายมากเกรงจะพังลงมาอีก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น

11ชีวิต ระทึกกลางดึก เพิ่งกลับจากงานรับปริญญา รถตู้พุ่งตกสะพาน หวิดสลดยกคัน

11ชีวิต ระทึกกลางดึก เพิ่งกลับจากงานรับปริญญา รถตู้พุ่งตกสะพาน หวิดสลดยกคัน

11ชีวิต ระทึกกลางดึก เพิ่งกลับมาจากงานรับปริญญา รถตู้พุ่งตกสะพาน หวิดสลดยกคัน พบในจำนวนนี้ มีอาการสาหัส 5 ราย ตร.คาดคนขับหลับใน

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 14 ธ.ค.2563 พ.ต.ท.สุเทพ ร่างมณี สว.(สอบสวน)สภ.ปลายพระยา รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารพลัดตกสะพานคลองบางลังตัง ถนนสายพนม-อ่าวลึก ม.6 บ้านนา ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม แพทย์เวรโรงพยาบาลปลายพระยา จนท.หน่วยกู้ภัยปลายพระยา กู้ภัยมูลนิธิสว่างการกุศลอ่าวลึก และหน่วยกู้ภัยบางสวรรค์ที่เกิดเหตุเป็นสะพาน สูงประมาณ 4 เมตร ที่คลองใต้สะพานมีน้ำขังพบรถตู้โดยสาร โตโยต้า สีขาว ทะเบียน 30-0677 พังงา ในสภาพพลิกแตะแคง แถบขวาตัวรถพังยับทั้งแถบ พบผู้โดยสารและคนขับรวม 11 คน ติดอยู่ในรถ ในสภาพได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล และรอยช้ำตามร่างกาย เจ้าหน้าที่เปิดประตูท้ายรถตู้ รีบช่วยเหลือนำคนเจ็บออกจากรถ และรีบพาส่งรพ.ปลายพระยาในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 5 คน ถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.กระบี่ ประกอบด้วย นายธวัชชัย โต๊ะคต อายุ 31 ปี ชาว จ.พังงา เป็นคนขับ ด.ช.ธี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นางสุวิภา ลือเสียง อายุ 56 ปี นายสุวิทย์ พรหมแก้ว อายุ 60 ปี และนางเจนนิดา พรหมแก้ว อายุ 57 ปีจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้คนดังกล่าว เพิ่งกลับมากจากไปร่วมงานรับปริญญาที่จ.อยุธยา มุ่งหน้ากลับ จ.พังงา โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 10 คน นั่งมาในรถ ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คาดว่าคนขับน่าจะเกิดอาการหลับในทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนน ก่อนพุ่งตกสะพานอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะคนขับที่ยังอยู่ในอาการสาหัส ยังไม่สามารถให้การได้ รวมทั้งผู้โดยสารคนอื่นๆ เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัด ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

หนุ่ม 26 หัวหน้า รปภ. ขี่จยย.เสยท้ายรถสไลด์ ร่างกระเด็นดับคาที่ หน้าโชว์รูม

หนุ่ม 26 หัวหน้า รปภ. ขี่จยย.เสยท้ายรถสไลด์ ร่างกระเด็นดับคาที่ หน้าโชว์รูม

หนุ่ม 26 หัวหน้า รปภ. ขี่จยย.พุ่งเสยท้ายรถสไลด์สนั่น ร่างลอยกระแทกหลังรถดับคาที่ หน้าโชว์รูมฮอนด้า

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. 2563 พ.ต.ท.สมพร พรธานิศกุล สารวัตร(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อมีผู้เสียชีวิต ริมถนนกาญจนาภิเษก ทิศทางมุ่งหน้าพระราม 2 แขวงและเขตบางแค กทม.จึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์ แผนกนิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่บนถนนทางคู่ขนาน บริเวณหน้าโชว์รูม บริษัท ธนบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด ข้างร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน 9 กฮ 2012 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถพังยับเยิน ลักษณะพุ่งเสยท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน 73-2788 สมุทรปราการ ซึ่งเป็นรถสไลด์ เพื่อขนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงจากโรงงานส่งตามโชว์รูมจากการตรวจสอบบริเวณด้านหลังรถบรรทุก พบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อนายเอกชัย บุญศรัทธา อายุ 26 ปี หัวหน้า รปภ.บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่งกายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้าคลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ สภาพศพคอหัก มีบาดแผลที่โคนขาซ้าย แขนและขาหักหลายท่อน ใกล้กันพบหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุสอบสวนนายธนิต โพธิ์ทองงาม อายุ 43 ปี โชเฟอร์รถบรรทุก ให้การว่า ขับรถบรรทุกขนรถยนต์ใหม่ป้ายแดง จำนวน 3 คัน จากโรงงานมาส่งให้โชว์รูมตามปกติ โดยมีการวางกรวยพลาสติก ระยะห่างออกไปประมาณ 50 เมตรบนพื้นถนน และติดตั้งสัญญาณไฟบอกเตือนตามระเบียบทุกอย่าง เมื่อนำรถป้ายแดงคันแรกเข้าโชว์รูมไปแล้ว ระหว่างที่กำลังนำรถป้ายแดงคันที่ 2 และคันที่ 3 ลงสู่พื้นถนน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ผู้ตายบิดเร่งเครื่องเสียงดังวิ่งฝ่าชนกรวยพลาสติกที่วางไว้ 3 อันกระเด็นไป ก่อนจะพุ่งมาเสยชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้ออย่างแรง ส่งผลให้ผู้ขับขี่ร่างกระเด็นลอยเข้าไปกระแทกด้านหลังรถบรรทุกเสียชีวิตคาที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำศพผู้ตายส่งไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรอทางญาติมาติดต่อรับศพ และทำการสอบสวนโชเฟอร์รถบรรทุก 6 ล้ออีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป