ขนกันสนั่น! ตำรวจ บชปส ร่วมกับตำรวจสระบุรี สกัดจับรถกระบะบรรทุก”กัญชา”อัดแท่ง “กลางเมืองสระบุรี คนขับสารภาพส่งให้เอเยนต์ในกรุงเทพฯ

(27 ส.ค.64 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บชปส (กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ประสาน ตำรวจ ภูธรจังหวัดสระบุรี นำกำลังเข้าสกัด จับ รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 2ฒอ1077 กรุงเทพ หลังได้รับข้อมูลจากสายข่าว ว่า จะมีรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขนกัญชา อัดแท่งมาเต็มคัน พร้อมรถยนต์ เก๋ง อีก2คัน ขับนำหน้า เพื่อคอยรายงาน ให้รถ กระบะที่บรรทุกกัญชา หลบเลี่ยง ด่าน และเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ที่ไล่ติดตาม จาก จังหวัด นครพนม มุ่งหน้าเข้า กรุงเทพ โดยใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธินผ่านเข้าตัวเมืองสระบุรี

เจ้าหน้าที่ จึงนำกำลัง ไล่สกัดรถกระบะคันดังกล่าว จนทำให้ รถ ยนต์เก๋ง ทั้ง2คันซึ่งเป็นรถ สะเก๋า หน้า เกิดไหวตัว ขับหลบหนี ไปจากการ พัดหลง กับรถยนต์กระบะที่ ขนกัญชา พร้อมทั้ง เข้า สกัดรถ กระบะคันดังกล่าว จน สามารถ จับกุม ชาย อายุ33 ปี คนขับ ทราบชื่อ นายทวีศักดิ์ หรือ เบล พร้อม รถยนต์กระบะ ที่บรรทุกกัญชา อัดแท่ง ได้ บริเวณ ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ กลางสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก (สะพาน อำนวยสงคราม) จึง นำตัว ชาย 50ปี พร้อมของกลางกัญชา และรถยนต์กระบะ มาสอบสวน ที่ สภ เมืองสระบุรี ส่วนของกลางเป็นกัญชาอัดแท่ง ทั้งหมดรวม 750กิโลกรัม

จากการ สอบสวน ชาย 33ปี ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้าง จาก ขบวนการ ขนกัญชาจำนวน 20000บาท ให้ขับรถคันดังกล่าว เข้าไปส่ง ให้เอเยนต์ ในพื้นที่ ชั้นในกรุงเทพ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จับกุมได้เสียก่อน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จะ สอบสวน ขยายผล ติดตามจับกุม ขบวนการ ลักลอบขนกัญชา รายนี้ มาดำเนินคดี ต่อไป

จับคาผ้าเหลือง! หลวงพี่ บวชหนีคดีทิ้งเมียเด็ก13 อ้างหวังลดบาปกรรม

จับคาผ้าเหลือง! หลวงพี่ บวชหนีคดีทิ้งเมียเด็ก13 อ้างหวังลดบาปกรรม

กองปราบ บุกวัดในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จับ หลวงพี่ บวชหนีคดีทิ้งเมียเด็กวัย 13 ปี ตามยถากรรม หลังผิดคำสัญญากับครอบครัว สารภาพหวังลดบาปกรรม

วันที่ 26 ส.ค.2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายพนม หรือ พระภิกษุพนม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี

ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรีที่ 395/2553 ลงวันที่ 18 ส.ค.2553 ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ได้ที่หน้ากุฏิพระในวัดแห่งหนึ่ง พื้นที่หลังโรงงานผลิตถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ม.3 ต.หนองกร่าง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

กองปราบ บุกวัดในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จับ หลวงพี่ บวชหนีคดีทิ้งเมียเด็กวัย 13 ปี ตามยถากรรม

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2553 ขณะนั้นนายพนมยังอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ระหว่างนี้เกิดไปชอบพอคบหาอยู่กับ ด.ญ.เจ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เมื่อผู้ปกครองของเด็กทราบเรื่อง ก็ไม่อยากขัดใจลูก จึงให้ผู้ต้องหามาสู่ขอตามประเพณี ก่อนจะพาไปอยู่กินฉันสามีภรรยาที่ จ.ราชบุรี แต่หลังจากนั้นได้ไม่ถึงปี นายพนมเกิดความเบื่อหน่าย และบังคับให้ด.ญ.เจ ออกจากบ้าน ต้องกลายมาเป็นเด็กเร่ร่อนใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง และไม่กล้ากลับบ้านไปหาพ่อแม่

กระทั่ง มีผู้มาพบเห็นช่วยเหลือพาส่งคืนครอบครัวที่สุพรรณบุรี ทางญาติ ๆ เลยเห็นว่า เมื่อผู้ต้องหาสู่ขอเด็กไปแล้ว ตอนแรกก็รับปากว่า รักและจะเลี้ยงดูให้เป็นอย่างดี ไม่ใช่มาปล่อยให้มาเป็นแบบนี้ จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณ จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมา นายพนม เมื่อรู้เรื่องว่าถูกแจ้งความเอาผิด จึงหลบหนีจากราชบุรี แล้วมาบวชเป็นพระอยู่ที่จ.กาญจนบุรี หวังหลบหนีคดีมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี กระทั่ง ถูกตามจับกุมได้ดังกล่าว จากการสอบสวน นายพนม ให้การรับสารภาพว่า เมื่อตนรู้ว่าถูกแจ้งความเพราะทอดทิ้งเมียเด็ก ก็รู้สึกผิด จึงตัดสินใจมาบวชตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน หวังลดบาปกรรมที่เคยก่อไว้ จึงนำตัวส่งสภ.เมืองสุพรรณบุรี ดำเนินคดีต่อไป

น้องช็อก! ไฟไหม้ห้องแถว คลอกช่างแอร์ดับสลด เผยเพิ่งนั่งกินข้าวด้วยกัน

น้องช็อก! ไฟไหม้ห้องแถว คลอกช่างแอร์ดับสลด เผยเพิ่งนั่งกินข้าวด้วยกัน

สลด ไฟไหม้ห้องแถว ย่ายบางพูน จ.ปทุมธานี คลอกช่างแอร์ เสียชีวิต น้องชาย เผยเศร้า เพิ่งนั่งกินข้าวด้วยกันเมื่อหัวค่ำ ด้าน เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 ส.ค.2564 ร.ต.ท.รังสรรค์ ห่วงรัก ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยสันติภาพ หลังโรงงานผลิตซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ ม.8 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางพูน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย 4 คัน รถบรรเทาบรรเทาสาธารณภัย 1 คัน แพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวปลูกติดกัน 12 ห้อง เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นายอุดม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวนครราชสีมา ถูกไฟไหม้อยู่บริเวณหน้าห้องที่ 7

จากการสอบถาม นายคาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี เพื่อนบ้านที่พักอาศัยอยู่ห้องแถวเดียวกัน กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้ยินเสียงดังขึ้น 1 ครั้ง จากนั้น เดินออกมาดู ก็พบไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยห้องเกิดเหตุเป็นห้องของนายอุดมซึ่งเป็นเจ้าของห้อง มีอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องไฟฟ้าซึ่งภายในห้องดังกล่าวมีอุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายจิรโชติ (ขอสงวนนามสกุล) น้องชายของผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนยังมานั่งกินข้าวกับพี่ชายอยู่เลย ได้มีเพื่อนบ้านมาโทรบอกว่าไฟไหม้ห้องพี่ชาย จึงได้เดินทางมาดู ก็พบว่าพี่ชายถูกไฟไหม้เสียชีวิต พี่ชายมีอาชีพเป็นช่างแอร์ และรับซื้อตู้เย็นและแอร์เก่า นำมาซ่อมขาย ส่วนภรรยากลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด

ร.ต.ท.รังสรรค์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และชันสูตรพลิกศพ พร้อมกับแพทย์เวร จากนั้น บันทึกภาพก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้เชิญเพื่อนบ้านที่พักอาศัยไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก ส่วนสาเหตุต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง ว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งใดที่ทำให้เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ส่วนผู้เสียชีวิต มอบให้เจ้าหน้าที่นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์

แม่สุดทนแจ้งจับลูกชายเมากาว พยายามจะข่มขืนแม่ตัวเอง จ.นครนายก

แม่สุดทนแจ้งจับลูกชายเมากาว พยายามจะข่มขืนแม่ตัวเอง จ.นครนายก

หญิงอายุ 74 ปี สุดทน แจ้งตำรวจให้เข้าจับกุมลูกชายตัวเอง หลังลูกชายเมากาวและสารระเหย และคลุ้มคลั่งทำลายข้าวของในบ้าน และทำร้ายร่างกายแม่ อีกทั้งพยายามจะข่มขืนด้วย

ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งจากหญิงอายุ 74 ปี ชาวบ้านในตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้โรงงาน ผลิต แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ว่าลูกชายของตัวเองเมากาวและสารระเหย แล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่งไม่ได้สติ อาละวาดทำลายข้าวของและทำร้ายแม่ อีกทั้งพยายามจะข่มขืนแม่ด้วย จึงนำกำลังไปตรวจสอบยังบ้านที่เกิดเหตุ พบบ้านเป็นชั้นเดียว มีร่องรอยถูกทุบพังหลายแห่ง โอ่งน้ำขนาดเล็ก-ใหญ่ ถูกทุบทำลายแตกเสียหาย

โดยชายอายุ 44 ปี ผู้ก่อเหตุ หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกมา ตำรวจจึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ออกมา

ด้านหญิงอายุ 74 ปี ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ลูกชายคนนี้ติดดมกาวและดมสารระเหยมานานหลายปี ชอบทำลายข้าวของภายในบ้าน และชอบทำร้ายร่างกายแม่อยู่เป็นประจำ และเคยถูกจับเข้าดำเนินคดี ติดคุกมาแล้วหลายครั้ง พอออกมาก็ดมกาวและสารระเหยอีก จนเมาไม่ได้สติ ทำลายข้าวของและทำร้ายแม่ ทั้งพยายามจะข่มขืนด้วย ครั้งนี้ทนไม่ไหวแล้ว อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

วันเดียว 5 ศพ! โควิดคร่าไม่หยุด สุพรรณฯติดเชื้อ+147 วัดเผาเช้ายันเย็น

วันเดียว 5 ศพ! โควิดคร่าไม่หยุด สุพรรณฯติดเชื้อ+147 วัดเผาเช้ายันเย็น

สุพรรณบุรี สุดเศร้าวันเดียวดับอีก 5 ราย โควิดคร่าชีวิต ติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุดบวกอีก 147 วัดเผาศพเช้ายันเย็น

วันที่ 19 ส.ค.2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 147 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 7,993 ราย รักษาอยู่ 2,400 ราย หายแล้ว 5,477 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 116 ราย

โดยผู้เสียชีวิตวันนี้ 5 ราย วันนี้ชายไทย อายุ 61 ปี ต.วังลึก อ.สามชุก ชายไทย อายุ 73 ปี ต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า ชายไทย อายุ 74 ปี ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง ชายไทย อายุ 77 ปี ต.สนามชัย อ.เมือง หญิงไทย อายุ 47 ปี ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง

วันเดียว5ศพ

ส่วนที่เมรุเผาศพชั่วคราว วัดเถรพลาย หลังโรงงานผลิตถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ ได้สงเคราะห์ดำเนินการเผาศพผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 2 ราย รายแรก หญิงไทย อายุ 63 ปี ชาวต.หนองกระทุ่ม อ.เดิมบางนางบวช และ ชายไทย อายุ 80 ปี ชาวต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้อง

พระครูพิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย เจ้าคณะตำบลวังน้ำซับ กล่าวว่า วัดขออนุโมทนาบุญแก่ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ร่วมบริจาคเข้าโครงการเผาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายของวัดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน วัดได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์จำนวนสถิติผู้เสียชีวิตจากโควิดที่มากขึ้นทุกวัน เพื่อเป็นการรองรับโครงการที่ตั้งไว้ ล่าสุดจึงดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนเตาเผาถ่าน เป็นระบบเตาเผาน้ำมัน เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดถึงการลดมลภาวะที่เป็นพิษต่อชุมชน

“ดังนั้นช่วงการปรับปรุงเปลี่ยนเตาเผาระบบน้ำมัน ผู้รับเหมาจึงนำเตาเผาสำรองระบบน้ำมันเคลื่อนที่มาติดตั้งบริเวณลานปูนวัดเพื่อเผาศพช่วงนี้ พร้อมปฏิบัติตามมาตราการสาธารณสุขเป็นอย่างดี โดยการเผาศพผู้ยากไร้ และ ผู้เสียชีวิตจากโควิด วัดเถรพลายได้รับความอนุเคราะห์จากผู้นำท้องถิ่น โดยนายอำเภอศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยเป็นอย่างดีทุกครั้ง ต้องขออนุโมทนาบุญแก่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคซื้อโลงศพฟรี และ สมทบทุนสร้างเมรุเตาเผาน้ำมัน”

เจ้าของวงปี่พาทย์มอญ โอดครวญช่วงโควิด-19 งานไม่มี ซ้ำถูกโจรขโมยฆ้องวงไปอีก

เจ้าของวงปี่พาทย์มอญ โอดครวญช่วงโควิด-19 งานไม่มี ซ้ำถูกโจรขโมยฆ้องวงไปอีก

เช้านี้ที่หมอชิต – เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจ้าของวงปี่พาทย์มอญช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 งานก็ไม่มี เงินก็หายาก แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์ คนร้ายขโมยฆ้องวง เครื่องมือทำมาหากินไปอีก

นายสุชาติ คล้ายสุบรรณ, นายปรีชา คล้ายสุบรรณ และ นายสุชิน คล้ายสุบรรณ เจ้าของแตรวงเพชรน้ำหนึ่ง และคณะวงปี่พาทย์มอญสุชินบรรเลง พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่เพิงพักเก็บอุปกรณ์ดนตรี ในพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี หลังถูกคนร้ายขโมยฆ้องวงใหญ่ 2 วง และฆ้อวงเล็ก 2 วง มูลค่าประมาณ 40,000 บาท

นายสุชาติ เล่าว่า 2 คืนก่อนเกิดเหตุ น้องชายซึ่งเป็นคนขาย ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า ได้นำมีดมาฝากเก็บไว้ แต่พอรุ่งเช้าตนเองและน้องชายก็ได้เข้าไปเอามีด เพื่อจะนำไปส่งให้ลูกค้า แต่พยายามหาทั่วเพิงพักหาแต่ไม่เจอ จึงลองเปิดผ้าคลุมฆ้องวงที่ตั้งอยู่ แต่กลับพบว่าฆ้องวงก็ได้หายไปด้วย จึงรีบไปแจ้งตำรวจทันที

โดย นายสุชาติ บอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุตนเองคาดว่าน่าจะเป็นคนที่รู้จักกัน รู้ทางเข้าออกเป็นอย่างดี และต้องเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้านด้วย

อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ ฝากถึงคนร้ายขอให้นำฆ้องวงที่ขโมยไปทั้งหมดนำมาคืน แต่ถ้าไม่กล้าเอามาคืนที่บ้าน ก็ให้เอาไปไว้ข้างทางหรือที่ไหนก็ได้ และตนเองพร้อมที่จะไปรับ เพื่อนำมาใช้ทำมาหากินต่อไป

ชื่นชม บุคลากรแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต ผ่าคลอดหญิงเมียนมา ติดโควิด ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก

ชื่นชม บุคลากรแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต ผ่าคลอดหญิงเมียนมา ติดโควิด ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก

ชื่นชม บุคลากรแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต ผ่าคลอดหญิงเมียนมา ติดโควิด อายุครรภ์ 39 สัปดาห์ ประสบความสำเร็จ เป็นทารกเพศชาย ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 ทีมสหวิชาชีพแพทย์และเตรียมความพร้อมทีมสูตินรีเวชวิทยา ทีมวิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล และทีมกุมารแพทย์ โดยมี นพ.ปฐม ยะจ่อ กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม, พญ.สิตาภา ภาษี กลุ่มงานกุมารเวชกรรม, พญ.พยุงภัค สวนยา หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา, นพ.กริช หรรษอุดม วิสัญญีแพทย์ ทีมห้องผ่าตัด และทีมอื่นๆ ของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ตั้งอยู่หลังโรงงานผลิตตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ร่วมแรงร่วมใจทำการผ่าคลอดให้หญิงชาวเมียนมา อายุ 30 ปี แต่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ 39 สัปดาห์ โดยสามารถผ่าตัดได้สำเร็จ เป็นทารกเพศชาย ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

สำหรับการผ่าคลอดหญิงเมียนมารายนี้ ทางโรงพยาบาลฯ ได้วางแผนการดูแลรักษาและเตรียมการผ่าตัดคลอด มีการปิดกั้นพื้นที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วย ตั้งแต่กระบวนการดูแลผู้ป่วย การรับผู้ป่วยจากหอผู้ป่วย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากอาคารหอผู้ป่วยมายังอาคารห้องผ่าตัด โดยใช้รถพยาบาลและทีมศูนย์นเรนทรอันดามัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจนถึงห้องผ่าตัด เพื่อให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตที่ทำการผ่าคลอดผู้ป่วยโควิด-19 แต่เป็นครั้งที่ 4 แล้ว

สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ วิสัญญีแพทย์ได้ใช้เทคนิคการฉีดยาชาเข้าไขสันหลังหรือการบล็อกหลัง วิธีนี้ไม่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ ปลอดภัยทั้งผู้ป่วย ลูก และบุคลากรที่ให้การดูแล ทีมแพทย์สูตินรีเวชกรรม ได้ทำการผ่าคลอดทารกเพศชายในเวลา 12.50 น. แม่และทารกปลอดภัย ซึ่งทีมกุมารแพทย์ได้เข้าไปดูแลเด็กตั้งแต่แรกคลอดและเคลื่อนย้ายมายังหอผู้ป่วยแยกโรค โดยมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งโอกาสที่เด็กติดเชื้อจากในครรภ์มีน้อยมาก

นอกจากนี้ ภายหลังการผ่าตัด ได้ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณห้องผ่าตัดและจุดเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทุกจุด บุคลากรทางการแพทย์ได้วางแผนการทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อบริการประชาชนให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ครบ 2 ปีสูญเสียน้องมาเรียม “วราวุธ” ย้ำเป้าหมายปี 65 มีพะยูน 280 ตัว

ครบ 2 ปีสูญเสียน้องมาเรียม “วราวุธ” ย้ำเป้าหมายปี 65 มีพะยูน 280 ตัว

ครบ 2 ปี สูญเสียน้องมาเรียม “วราวุธ” ย้ำเป้าหมายปี 65 มีพะยูน 280 ตัว
“กรมทะเล” เร่งประกาศพื้นที่คุ้มครองทะเลตรังดูแลทุกมิติ

กระแสข่าวดังของการเสียชีวิตของน้องมาเรียม พะยูนน้อยขวัญใจคนไทยและชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ปี 2562 ได้ปลุกกระแสการอนุรักษ์ทะเลและสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล หลังโรงงานผลิตถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ในวันที่ 17 ส.ค. 64 จะครบ 2 ปี ที่เราได้สูญเสียน้องมาเรียม พะยูนน้อยขวัญใจคนไทย บทเรียนราคาแพงจากการสูญเสียครั้งนั้นทำให้ตนได้เกิดแนวคิดในการอนุรักษ์และดูแลสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายากอย่างเป็นระบบ ภายใต้ “มาเรียมโปรเจค” เพื่อสะท้อนความสำคัญและปัญหาด้านการจัดการสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายาก

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งกำหนดแนวทางและมาตรการกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีการเสนอแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติแล้ว พร้อมได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำกับและขับเคลื่อนแผนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายว่า ประเทศไทยต้องมีพะยูนไม่น้อยกว่า 280 ตัว ในปี 2565

ณ ปัจจุบันได้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการภายใต้แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ กว่า 7 โครงการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านวิชาการ การกำหนดมาตรการจัดการเครื่องมือประมง การพัฒนาองค์ความรู้และประชาสัมพันธ์ การทำแผนระดับพื้นที่ และการเพิ่มกำลังในการลาดตระเวน อีกบทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการตายของน้องมาเรียม คือ ปัญหาขยะทะเล ซึ่งเรื่องนี้ ตนได้ย้ำถึงปัญหาและผลกระทบมาโดยตลอด รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้ประกาศ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ซึ่งตนได้มอบให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.เร่งขับเคลื่อนในการจัดการขยะทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางก่อนลงสู่ทะเล

“ขยะพลาสติกไม่ได้พบแค่ในท้องของสัตว์ทะเล เรายังพบในท้องถนน ท้องน้ำ ท้องทะเล และสุดท้ายก็จะพบได้ในท้องของเราทุกคน ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันลดและเลิกใช้พลาสติกอย่างจริงจัง ร่วมมือกันจัดการขยะอย่างเป็นระบบจนเป็นนิสัย เราไม่อยากให้มีเศษพลาสติกในท้องเรา สัตว์ทะเลก็เช่นกัน เราต้องช่วยกันตั้งแต่ตอนนี้ อย่ารอพรุ่งนี้ เพราะมันอาจจะสายเกินไป” นายวราวุธ กล่าว

สำหรับแนวทางและมาตรการในการดูแลสัตว์ทะเลหายาก รวมถึง การคุ้มครองพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายาก นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมฯ ได้เร่งรัดดำเนินงานอย่างจริงจังมาตลอด โดยข่าวดีคือตอนนี้เราพบพะยูนในธรรมชาติกว่า 261 ตัว ในปี 2564

นอกจากนี้ เพื่อการคุ้มครองและดูแลที่เข้มข้นขึ้น กรมฯ ได้เตรียมประกาศมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอย่านตาขาว อำเภอกันตัง และอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทาทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกาศบังคับใช้ ต่อไป อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯกล่าว

ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มาเรียม คือ สัญลักษณ์แห่งการคุ้มครอง ปกป้องทะเลไทย การจากไปของเธอทำให้เราตระหนักถึงผลกระทบที่มนุษย์ทำต่อทะเล ทำให้เกิดกฎหมาย เกิดพื้นที่คุ้มครองและเกิดแรงขับเคลื่อนในสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะในเรื่องขยะทะเลที่ไม่มีทางหมดไปหากคนไทยไม่ช่วยกัน ทุกวันนี้ สิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารในท้องทะเลยังบาดเจ็บและตายจากผลพวงของความไม่ใส่ใจดูแลปัญหาขยะของพวกเรา แต่มาเรียมมามอบความหวังให้คนหันมาสนใจทะเลอีกครั้ง วันมาเรียมที่วนมาทุกปี จะทำให้เราพยายามมากขึ้นทุกครั้ง และขยะทุกชิ้นที่หายไปจากทะเลมีความหมายมากมายต่อเพื่อน ๆ ในน้ำของพวกเรา

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า จังหวัดกำหนดจัดงานสัปดาห์อนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม 2564 โดยจะมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้พะยูน ในพื้นที่ 4 อำเภอ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมด้วยประชาชนในจังหวัด จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันปกป้อง ดูแลพะยูนในพื้นที่จังหวัดตรังอย่างดี ซึ่งตนมั่นใจว่าพลังและความร่วมมือของพี่น้องประชาชนจังหวัดตรังจะทำให้มีจำนวนพะยูนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวย้ำความมั่นใจ

เกาะติด ม็อบ 13 สิงหา กลุ่มทะลุฟ้า มาตามนัดเตรียมชุมนุมบุกบ้านนายกรัฐมนตรี

เกาะติด ม็อบ 13 สิงหา กลุ่มทะลุฟ้า มาตามนัดเตรียมชุมนุมบุกบ้านนายกรัฐมนตรี

รายงานสดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ : บรรยากาศที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิใกลร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า ได้รวมตัวกันอีกครั้งวันนี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังบ้านพัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริเวณกรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อกดดันให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง โดยการเคลื่อนขบวนวันนี้ แกนนำระบุว่าจะมีการตั้งแถวเป็นหน้ากระดานเดินคล้องมือกันไปอย่างสันติ แม้เจ้าหน้าที่จะสกัดกั้นก็ตาม

ซึ่งบรรยากาศตอนนี้ มวลชนก็เริ่มเดินทางมาสมทบกันจำนวนหนึ่งแล้ว แต่กิจกรรมวันนี้มวลชนได้เปลี่ยนมาจัดเวทีใต้แนวรถไฟฟ้า ไม่ได้นำมวลชนลงไปปิดการจราจรเหมือนวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนถูกตำรวจเข้ากระชับพื้นที่จนต้องยุติการชุมนุม

โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เล่นดนตรี แกนนำเริ่มปราศรัยเรียกร้องให้นายกฯ ออกจากตำแหน่ง หลังบริหารงานผิดพลาด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การกระจายวัคซีนไม่ทั่วถึงให้กับประชาชน รวมถึงการประกาศล็อกดาวน์ จนทำให้ราคาผลไม้ทั้งมังคุด ลำไยตกต่ำเนื่องจากขาดแรงงาน และพ่อค้าคนกลางไม่เข้าไปรับซื้อ จึงทำให้มวลชนต้องรวมตัวกันมาขับไล่ในครั้งนี้ ส่วนขบวนจะเคลื่อนไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี ในเวลา 16.00 น.

ความพร้อมในการรับมือของตำรวจ วันนี้ทีมข่าวได้ตระเวนสำรวจตั้งแต่บริเวณแยกดินแดง เจ้าหน้าที่ห้ามกลับรถใต้สะพาน พร้อมนำรั้วลวดหนาม มาปิดไปทั่วบริเวณโดยเฉพาะตู้ไฟควบคุมสัญญาณจราจร ใต้สะพาน

นอกจากนี้ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ 2 ชั้น มาวางปิดการจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังกรมทหารราบที่ 1 บ้านพักของนายกรัฐมนตรี ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนและคอนโดฯ ที่เป็นกระจก ได้นำแผ่นไม้และสแลนมาปิดไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย

ขณะที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เริ่มตรึงกำลังบริเวณด้านหน้า เพื่อดูแลความเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอีกในวันนี้ ว่าการชุมนุมจะบานปลายจนถึงขั้นเกิดเหตุทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันอีกหรือไม่…

นอภ.ยันส่งเรื่องขอ 7 คนไทยเก็บเห็ดกลับ แจงดราม่าลาวฉีดวัคซีน ชี้แค่ประสงค์ดี

นอภ.ยันส่งเรื่องขอ 7 คนไทยเก็บเห็ดกลับ แจงดราม่าลาวฉีดวัคซีน ชี้แค่ประสงค์ดี

นายอำเภอสิรินธร ยันไทยทำหนังสือขอตัว 7 ชาวบ้านเก็บเห็ด กลับมากักตัวฝั่งไทยแล้ว เผยประเด็นดราม่าฉีดวัคซีน ชี้แค่ประสงค์ดี ชื่นชมลาวเผื่อจะใจดีปล่อยเร็วขึ้น ไม่คิดจะไปไกลกลายเป็นประเด็นทางการเมืองได้

จากกรณีชาวบ้าน 7 คน ถูกทหาร สปป.ลาว จับกุมตัวขณะรุกล้ำชายแดนเข้าไปเก็บเห็ด ริมแนวเขตชายแดนบ้านห้วยวังลมหลังโรงงานผลิตถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ถูกนำตัวไปไว้ที่ศูนย์กักกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แขวงจำปาสัก ต่อมาปรากฎว่ามีข่าว สปป.ลาว จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ก่อนส่งตัวกลับฝั่งไทย จนกระทั่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 6 ส.ค.2564 นายอภัย วุฒิโสภากร นายอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี ได้กล่าวในที่ประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำหนังสือไปยังสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ แขวงสะหวันนะเขต เพื่อประสานความช่วยเหลือขอส่งตัวทั้งหมดกลับมากักตัวที่ประเทศไทยก่อนกำหนดเวลา 14 วัน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าทั้ง 7 คนไทยจะได้กลับมาวันไหน ก็ต้องรอลุ้นกันอีกเนื่องจากเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับทางการลาว 7คนไทยเก็บเห็ด”

แต่เบื้องต้นอย่างน้อยก็ต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการของ สปป.ลาว ส่วนในกรณีว่าคนไทยจะต้องเสียค่าปรับให้กับลาวตามกฎหมายลักลอบเข้าประเทศของสปป.ลาว หรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเสียเงิน เรื่องนี้ญาติก็พร้อมจะเสียค่าปรับให้ ส่วนจำนวนจะถึงหนึ่งหมื่นบาทต่อรายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับลาว

ส่วนกรณีที่นายอำเภอสิรินธร ได้ระบุในเอกสารหนังสือราชการว่า ทางการลาวจะได้ฉีดวัคซีนให้กับ 7 คนไทย 1 เข็มนั้น ประเด็นนี้ผมเพียงประสงค์ดี ลักษณะชื่นชมลาว เผื่อทางการลาวจะใจดีปล่อยคนไทยเร็วขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่ากระแสข่าวจะออกไปไกลขนาดเป็นประเด็นทางการเมืองได้ “