เจอแล้วหนุ่มหลงป่า 4 วัน! ทีมหาขนลุกถามใครมาส่ง เล่างูยักษ์ขวางทางออกไม่ได้

เจอแล้วหนุ่มหลงป่า 4 วัน! ทีมหาขนลุกถามใครมาส่ง เล่างูยักษ์ขวางทางออกไม่ได้

วันที่ 23 ก.ย.2564 นายกิตติบูลย์ คูณทวี กำนันตำบลโขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อม ชุดรักษาความสงบหมู่บ้านห้วยหมากใต้ เกือบ 100 นาย

แบ่งชุดปูพรมค้นหา นายสาธิต อายุ 27 ปี หลังขึ้นเขาเข้าไปเก็บเห็ดหาของป่าบนภูหลง หน้าโรงงาน ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5-6 กม. แล้วหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่วนเพื่อนอีก 2 คนที่ไปด้วยกันกลับลงมาแล้วไปแจ้งคนในหมู่บ้าน จนมีการตั้งชุดค้นหาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับการค้นหาวันนี้ เป็นวันที่ 4 นายสาคร คมขำ ผู้ใหญ่บ้านห้วยหมากใต้ นำสิ่งของไปไหว้ขอขมาต่อเจ้าป่า เจ้าเขา และบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทางให้ผู้หลงป่าสามารถกลับออกมาจากป่าได้ด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่แยกย้ายกันค้นหา จนกระทั่งไปเจอนายสาธิต เดินอยู่บนภูหินแห่ห่างจากภูหลงจุดพลัดหลง โดยครอบครัวและชาวบ้านมารอรับ พร้อมทำพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญตามประเพณีชาวบ้านอีสาน

นายสาธิต เล่าว่า ระหว่างแยกกับเพื่อนที่ชวนกันไปเก็บเห็ด ก็เกิดเดินหลงป่าแม้พยายามจะหาทางเดินออกจากป่า ระหว่างนั้นมีงูเห่าขนาดใหญ่มาคอยกั้นทางไม่ให้ออก ทำให้เดินหลงอยู่ในป่า และนอนพักแรมอยู่นานถึง 3 คืน 4 วัน ส่วนอาหารก็อาศัยเก็บหาผลไม้ป่ามากิน จนทีมค้นหามาพบ

แก่งตะนะ

ส่วนนายศักดา ทองอ่อน ชรบ.ที่พบตัวเล่าว่า ระหว่างพักกินข้าวเที่ยงได้ยินเสียคล้ายคนจำนวนมาก พากันเดินตรงมายังจุดที่พวกเรานั่งกินข้าวอยู่ นึกว่าเป็นทีมค้นหาเช่นเดียวกัน จึงตะโกนเรียกให้มากินข้าวด้วยกัน แต่ยังไม่เห็นมีใครมา ด้วยคสามสงสัยจึงเดินไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง ก็เห็นนายสาธิตเดินอยู่ตรงนั้นคนเดียว ตอนแรกที่เห็นนายสาธิตทำท่าจะวิ่งหนี

หนุ่มชรบ.

” ผมจึงตะโกนเรียกชื่อเล่น นายสาธิต ก็จ้องมองด้วยความดีใจ จึงพาตัวเดินกลับมาจุดที่ทีมค้นหานั่งพักอยู่ ระหว่างนั้นยังถามว่า ใครเดินมาส่ง แต่นายสาธิตตอบว่า เดินมาเพียงคนเดียว ทำให้ทีมค้นหาพากันขนลุกพูดขึ้นว่า “หาพูดให้ขนลุกหลาย” ”

สำหรับพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ บางส่วนอยู่ในเขตเทือกเขาพนมดงรัก ทำให้มีภูเล็กภูน้อยจำนวนมาก อาทิ ภูกระแต ภูหมี ภูหลง ภูลม ห้วยยาหัว ห้วยบักพริก ผู้ไม่ชำนาญเส้นทางสามารถหลงป่าได้ ทำให้นายสาธิต ซึ่งไม่เคยเข้าไปเก็บเห็ดหาของป่าแถบนี้มาก่อนหลงป่าในที่สุด

รองอธิบดีควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบ น้ำทิ้งฟาร์มหมูราชบุรี รั่วลงพื้นที่เกษตร

รองอธิบดีควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบ น้ำทิ้งฟาร์มหมูราชบุรี รั่วลงพื้นที่เกษตร

รองอธิบดีควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบ น้ำทิ้งฟาร์มหมูราชบุรี รั่วลงพื้นที่เกษตร ชาวบ้านเดือดร้อนซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 8 ราชบุรี ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ราชบุรี สำนักงานปศุสัตว์ จ.ราชบุรี และเทศบาลเมืองจอมพล

ร่วมกันตรวจสอบกรณีชาวบ้านหน้าโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ร้องเรียนการประกอบกิจการฟาร์มสุกรของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.จอมบึง อ.จอมบึง มีการขุดบ่อกักเก็บน้ำและสร้างคันดินปิดกั้นทางน้ำ เมื่อถึงช่วงหน้าฝนน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ ได้รั่วไหลลงสู่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง และเป็นปัญหาต่อเนื่องมาหลายปี

รองอธิบดีควบคุมมลพิษ

ในการลงพื้นที่ตรวจสอบของรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษครั้งนี้ มีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนพาไปดูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนางมนัญชญา เจิมเกิด อายุ 59 ปี 1 ในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้กล่าวว่า หลังจากที่ฝนตกต่อเนื่องลงมาคันดินที่ทางฟาร์มหมูของบริษัทดังกล่าวสร้างพังลงมา ทำให้น้ำที่ขังอยู่ในบ่อที่ทางฟาร์มเก็บไว้ไหลลงมาในพื้นที่ตนเองและชาวบ้านอีกหลายคนทำการเกษตรได้รับความเสียหาย

ทหารพัฒนา เร่งช่วยปชช.ประสบอุทกภัย หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์

ทหารพัฒนา เร่งช่วยปชช.ประสบอุทกภัย หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์

จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นหลังโรงงานถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ในจังหวัดเพชรบรูณ์ ทาง พล.อ.นเรนท์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ได้สั่งการไปยัง สำนักงานพัฒนาภาค 1(สนภ.1) หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ที่ 16 (นพค.16) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.)

ให้จัดชุดเครื่ออยที่เร็วเข้าคลี่คลายสถานการณ์ และเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ฝนขึดต่างๆ ทั้งนี้ได้เคลื่อนย้ายชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว จากเทศบาลตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์ เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ อบต.ปากดุก อ.หล่มสัก พร้อมยุทโธปกรณ์

ประกอบด้วยกำลังพล จำนวน 12 นาย รถยนต์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 1 คัน, รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 1 คัน และเรืออลูมิเนียมท้องแบนกู้ภัยพร้อมเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ

โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ที่ อบต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์ ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญู ออกให้ความช่วยเหลือ มอบของอุปโภค – บริโภค โดยในครั้งนี้ได้มอบข้าวกล่อง จำนวน 100 กล่อง น้ำดื่ม จำนวน 200 ขวด แก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดลงอย่างต่อเนื่อง ณ พื้นที่ประสบอุทกภัย บ.ปากดุกพัฒนา ม.6 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบนูณ์

สาวเครียดคว้ามีดทำร้ายตัวเอง หลังโควิดทำพิษ ไร้งานทำ-เงินเก็บเริ่มหมด

สาวเครียดคว้ามีดทำร้ายตัวเอง หลังโควิดทำพิษ ไร้งานทำ-เงินเก็บเริ่มหมด

10 ก.ย. 64 เมื่อเวลา13.30 น. เกิดเหตุภายในตึกให้เช่า ภายใน ซอย 66 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. หลังเกิดเหตุตำรวจสน.ธรรมศาลได้รับแจ้งพร้อมประสานกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นตึกแถว 4 ชั้น แบ่งให้เช่าเป็นห้องๆ ใกล้กลับโรงงานผลิต กล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก

โดยชั้นที่ 2 พบผู้บาดเจ็บนอนขวางประตูห้อง มือซ้ายยังกำมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้วไว้แน่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปแย่งมีดออกจากมือ ก่อนยกคนเจ็บออกมาปฐมพยาบาลด้านนอกห้อง พบบาดแผลที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อยและอุ้งมือด้านในเป็นแผลลึก ก่อนนำส่งโรงพยาบาลราชพิพัฒน์

สอบถามผู้บาดเจ็บเป็นหญิง อายุ 38 ปี เล่าว่า ก่อนนี้ตนเคยทำงานกับร้านอาหาร ด้านบริการเสิร์ฟมาก่อน แล้วมาหยุดไปในช่วงโควิดระบาดหนัก ตนมาเช่าอยู่ห้องพักนี้ได้ 2 เดือนยังหางานทำไม่ได้ รายได้ก็ไม่มีเข้ากระเป๋าเลยสักบาท เงินเก่าที่เก็บไว้ก็เริ่มหมดลง วันๆ ก็ไม่ได้ไปไหน จึงเกิดอาการเครียดจึงใช้มีดปลอกผลไม้ทำร้ายตนเอง

แม่ค้า แน่นอก-ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีด ซิโนแวค ไปหาหมอได้แค่ยากลับบ้าน

แม่ค้า แน่นอก-ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีด ซิโนแวค ไปหาหมอได้แค่ยากลับบ้าน

แชร์ว่อน แม่ค้า แน่นหน้าอก-ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีดวัคซีน ซิโนแวค ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ไปหาหมอได้แค่ยากลับบ้าน วอนช่วยด่วน

วันที่ 10 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แจ้งว่า อยู่ที่หน้าโรงงานผลิตถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า “ว่าด้วยเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาบังคับให้กลุ่มแม่ค้าในแถบอำเภอเขาค้อไปฉีดวัคซีนเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ4-5 วันก่อนอาเราไปฉีดวัคซีนซิโคแวคมาคือมีอาการหลังฉีดทันที แต่หลังฉีดหมอเขาไม่ให้รอดูอาการให้กลับบ้านเลย จากนั้นช่วงบ่ายไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขาค้อแล้วหมอบอกว่าอาเราเป็นโรคกระเพาะอาหารให้ยามากิน

จากนั้นอาเราก็กลับบ้านมาแล้วเกิดอาการแน่นอกมากขึ้นเริ่มหายใจไม่ทั่วปอดพอวันที่สองไปหาหมอก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารเหมือนเดิมไม่ยอมรับทำการรักษาให้กลับบ้านเหมือนเดิมแล้วในวันที่สามอาการก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ ไปหาหมอก็ยังพูดแบบเดิม จนมาวันนี้คืออาการแย่ แน่นออกตัวชาไปทั้งตัวเ ดินไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ โทรให้ทางโรงพยาบาลมารับ คือมาถึงแล้วยังไม่รีบมาดูคนไข้ ยังถามอยู่นั้นแหละว่าเป็นอะไรมากไหมอาการเป็นยังไง

แม่ค้า แน่นหน้าอก-ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีดวัคซีน ซิโนแวค ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

คือจริง ๆ คนเป็นหมอเรียนมาใช้เวลาตั้งนานกว่าจะได้มาเป็นหมอคุณดูคนไข้ก็น่าจะเดาออกไหมว่าเป็นอะไรอาการข้างต้นญาติคนไข้ก้อบอกให้แล้วไหมแล้วคุณมาตะคอกใส่คืออะไรจรรยาบรรณการเป็นหมอของคุณอยู่ไหนรู้เข้าใจแหละว่าช่วงนี้โควิด-19ที่เขาค้อเป็นยังไงรู้ว่าคุณหมอเหนื่อยแต่คุณกรุณาช่วยทำหน้าของคุณให้ดีหน่อยได้ไหมหากว่าคนนั้นเป็นคนในครอบครัวคุณล่ะคุณจะทำแบบนี้ไหม โรงพยาบาลนี้เป็นโรงบาลที่…….มาก”

โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1.38 นาที ในคลิปมีภาพหญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนที่นอนขยับตัวไม่ได้ และญาติหลายคนเฝ้าดูอาการอยู่อย่างใกล้ชิด และมีชายคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นญาติ พูดอธิบายอาการ บอกว่า ต้องการให้โลกโซเชียลได้รับรู้ ว่าคนป่วยที่นอนอยู่ มีอาการแน่นหน้าออก ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน อ.เขาค้อ

ในวันแรกหลังกลับบ้าน หลังมีอาการก็ได้ติดต่อไปทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการดูแล เพียงแต่ให้ยากลับมารับประทานที่บ้าน จึงอยากให้ทุกคนในโลกโซเชียลได้รับรู้และวอนหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ความช่วยเหลือ

แจ้งจับนางเอก-เน็ตไอดอล กล่าวหาขายยาปลอม

แจ้งจับนางเอก-เน็ตไอดอล กล่าวหาขายยาปลอม

นางสาวสุภาภรณ์ แซ่จาง ตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายยาสมุนไพรจีนยี่ห้อหนึ่งในประเทศไทย ที่ได้จดทะเบียน อย. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีกับนางเอกสาว “ปุ๊กลุก” ฝนทิพย์ วัชรตระกูล และ นารา เครปกะเทย เน็ตไอดอล และเจ้าของเพจขายผลิตภัณฑ์สินค้าต้านโควิด กรณีขายยาสมุนไพรอย่างผิดกฎหมาย

โดยกรณีของเน็ตไอดอลมีการไลฟ์สดขายยาสมุนไพรจีน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยไปประกาศขายสินค้าที่ตลาดแห่งหนึ่งย่าน โรงงานผลิต ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า ระบุว่า “ยาสมุนไพรช่วยในเรื่องการต่อต้านโควิด-19 หรือช่วยบรรเทาอาการโควิด-19 มีของปลอมวางขายเกลื่อนตลาดขอให้มาซื้อกับทางเพจตนเอง ของตนเองเป็นของแท้และยังมีการแจกยาสมุนไพรให้กับผู้ค้าและผู้ซื้อในตลาด ซึ่งทางบริษัทฯ ตรวจพบว่ายาที่ “นารา” นำไปจำหน่ายแจกจ่ายให้กับประชาชนเป็นยาปลอมไม่มี อย.รับรอง เข้าข่ายความผิดลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม

ส่วน ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ก็โพสต์คลิปวิดีโอโฆษณาผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เสนอขายยาสมุนไพรเช่นกัน โดยมีเนื้อหาระบุว่ามีพี่ที่สนิทนำเข้ามาขายเลยมาช่วยโปรโมท เป็นฉลากไทย มี อย. และเป็นของแท้แน่นอน แต่เมื่อทางบริษัทสั่งซื้อยาสมุนไพรดังกล่าวมาตรวจสอบก็พบว่าแม้ยาจะได้รับรองจาก อย.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตในเรื่องของการโฆษณาขายยาทางสื่อออนไลน์ จึงเข้าข่ายขายยาและโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงต้องดำเนินคดีด้วย

หนุ่มแวะเที่ยวจุดชมวิว ศาลกรมหลวงชุมพร เดินหาที่ฉี่ ก่อนพลัดตกหน้าผา

หนุ่มแวะเที่ยวจุดชมวิว ศาลกรมหลวงชุมพร เดินหาที่ฉี่ ก่อนพลัดตกหน้าผา

หนุ่มแวะเที่ยวจุดชมวิวหน้า ศาลกรมหลวงชุมพร “หัวเขาถ่าน” เดินจะไปฉี่ พลัดตกหน้าผา ลึก 100 เมตร ก่อนร่างติดกิ่งไม้ เจ้าหน้าที่ระดมช่วยชีวิต

เมื่อเวลา 03.35 น. วันที่ 6 ก.ย.2564 นายจักรพงษ์ ประเสริฐสกุล พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดชุมพร พร้อมพวกรวม 3 นาย นำอุปกรณ์ช่วยชีวิตเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาหลังโรงงานผลิตถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว เป็นเหวลึกกว่า 100 เมตร บริเวณจุดชมวิว หน้าศาลกรมหลวงชุมพร “บ้านหัวเขาถ่าน” ม.8 ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลทุ่งตะโก และ กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์(สายชลชุมพร)เขตสวี

ที่เกิดเหตุเป็นหน้าผาจุดชมวิว อยู่ริมถนนสายบ้านท้องเกร็ง-อ่าวมะม่วง รอยต่อระหว่างตำบลท่าหิน อ.สวี และ อ.ทุ่งตะโก มองลงไปเป็นเหวลึกถึงก้นเหวประมาณ 100 เมตร ริมหน้าผามีความยาวตลอดแนว 150-200 เมตร มีต้นไม้เล็กใหญ่ขึ้นปกคลุมโดยไม่มีที่กั้นหรือป้ายเตือนเห็นชัดเจน ณ จุดดังกล่าว พบนักท่องเที่ยวที่พลัดตกลงไปติดอยู่กับกิ่งต้นไม้ที่มีความลึกลงไปประมาณ 30 เมตร ส่งเสียงขอความช่วยเหลือเป็นระยะและตะโกนบอกว่าปลอดภัยดี

หนุ่มแวะเที่ยวจุดชมวิวหน้า ศาลกรมหลวงชุมพร "หัวเขาถ่าน" เดินจะไปฉี่ พลัดตกหน้าผา ลึก 100 เมตร

โดยมี นายนิติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี และ น้องชายวัย 20 ปี อยู่ในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า คนที่พลัดตกไปคือ นายสุรวงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นญาติกัน เดินทางมากับรถเก๋งจากตัวอ.สวี มุ่งหน้าจะกลับบ้านที่ ต.เขาทะลุ โดยใช้ถนนเลียบชายทะเลแวะจุดชมวิวเพื่อชมบรรยากาศยามค่ำคืนของท้องทะเลตั้งแต่ช่วงเวลา 23.00 น.ที่ผ่านมา

นายนิติ เปิดเผยว่า จู่ ๆ นายสุรวงศ์ ก็พลัดตกหน้าผาหายไปแต่รอดปาฏิหาริย์ โดยไปติดอยู่กับกิ่งไม้ก่อนถึงก้นเหว ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยฯ ต่อมาพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดชุมพร ได้ใช้สลิงโรยตัวลงไป โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถช่วยนายสุรวงศ์ขึ้นมาจากเหวได้อย่างปลอดภัย โดยมีรอยถลอกบริเวณแผ่นหลัง แขนขวา และรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ทั่วร่างกาย

ด้าน นายสุรวงศ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าจุดชมวิวมีทิวทัศน์สวยงามจึงแวะเที่ยว สักพักปวดปัสสาวะและเห็นว่าจุดที่ยืนอยู่มันไม่เหมาะ จึงเดินริมหน้าผาเพื่อไปอีกจุดที่เป็นหน้าผาแหลมยื่นออกไปแต่มีต้นไม้ปกคลุม ระหว่างเดินมืดมองไม่เห็นว่าหน้าผาจุดดังกล่าวมันมีส่วนโค้งว้าว เดินเพียง 4 ก้าวเท่านั้นจึงพลัดตกลงไปและขาติดอยู่กับต้นไม้

ทั้งนี้ หลังจากกู้ภัยทำแผลให้เบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอีกครั้ง นายสุรวงศ์ได้เดินไปยกมือไหว้ขอบคุณทีมพนักงานปภ. และกู้ภัยด้วย พร้อมเตือนว่าคราวหลังต้องระมัดระวังให้มากยิ่งเวลาค่ำคืน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวโชคดีที่ไม่มีการสูญเสียถึงชีวิต ส่วนหนึ่งมีความเชื่อว่าที่รอดปลอดภัยมาได้เพราะความศักดิ์สิทธิ์เกิดปาฏิหาริย์ของเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรด้วยหรือไม่เพราะมีศาลอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ

เจ้า”โนวา”ยืนจ้องมองหาลุงกลิ้ง โดดฝายน้ำช่วยชีวิตรอด แต่เจ้าของจมหาย

เจ้า"โนวา"ยืนจ้องมองหาลุงกลิ้ง โดดฝายน้ำช่วยชีวิตรอด แต่เจ้าของจมหาย

เจ้าโนวารอด แต่ตัวเองไม่รอด ลุงกลิ้งวัย 61 โดดฝายน้ำล้น ช่วยตูบคู่ซี้พลัดร่วง สุดท้ายจมหายไปกับกระแสน้ำเชี่ยวไม่ได้กลับขึ้นฝั่ง เจ้าโนวาขึ้นมาได้ ยืนจ้องมองหาไม่ยอมไปไหน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ก.ย.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุชายจมน้ำสูญหายภายในฝายน้ำล้น บ้านด่านใต้ หน้าโรงงานผลิตถุงห่อผลไม้ ถุงห่อมะม่วง หมู่ 17 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดโนนไทย และทีมนักประดาน้ำ

เมื่อไปถึงพบรองเท้า กระเป๋าย่าม และขวดน้ำวางอยู่ริมฝายน้ำ โดยมีสุนัขเพศผู้ สีขาว ชื่อเจ้า โนวา ยืนมองจ้องหาเจ้าของอยู่ไม่ยอมไปไหน ด.ต.บรรจง เลิศล้ำ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ขณะตัดหญ้าอยู่ทุ่งนาใกล้กับฝายน้ำล้น

ช่วยหมาตัวตาย

” เห็นนายกลิ้ง อายุ 61 ปี กำลังดักจับปลาอยู่บริเวณฝายน้ำล้น โดยมีเจ้า โนวา สุนัขตัวโปรดมาด้วย ระหว่างนั้นปรากฎว่า เจ้าโนวา พลัดตกลงไปในฝายน้ำล้น ทำให้นายกลิ้ง รีบกระโดดลงไปช่วย เห็นแต่สุนัขขึ้นจากน้ำ แต่ไม่เห็นนายกลิ้งขึ้นมาด้วย จึงรีบแจ้งขอความช่วยเหลือ ”

ช่วยหมาตัวตาย

จากนั้นทีมนัประดาน้ำหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ลงจมค้นหาอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง จึงพบร่างนายกลิ้ง จมน้ำอยู่ก้นฝายน้ำล้น จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งรพ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เยาวชนถือปืนร่วมชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดง มอบตัวแล้ว

เยาวชนถือปืนร่วมชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดง มอบตัวแล้ว

เรื่องที่คนในสังคมออนไลน์แชร์ภาพชายวัยรุ่นถืออาวุธปืนในการชุมนุมที่แยกดินแดง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงในการชุมนุมหลาย ๆ ครั้ง ล่าสุด พบว่าผู้ปกครองของวัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้พาเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว

ซึ่งผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ คือ พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่บอกว่า ผู้ปกครองของเยาวชนชายอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นคนเดียวกับในภาพดังกล่าว ได้พาไปเข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี แล้ว

ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบสวน เยาวชนชายรายนี้ ยอมรับว่า ได้ไปร่วมชุมนุมและพกปืนไทยประดิษฐ์ไปด้วยจริงโดยห่อ ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ หลังปรากฎเป็นข่าวก็ได้นำปืนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

เยาวชนทะลุฟ้า 14 คน รับทราบข้อหา
ส่วนกลุ่มมวลชนทะลุฟ้า จำนวน 14 คน พร้อมทนายความ ก็ได้ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อรับทราบข้อหา จากกรณีที่ร่วมกันพ่นสีทับป้าย สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมแล้วเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ดำเนินคดีกับ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน กับเพื่อนไปแล้ว จากการสอบสวนทั้ง 14 คน ให้การภาคเสธ ขอให้การในชั้นศาล ตำรวจจึงได้พิมพ์มือ ตรวจสอบประวัติ แจ้งข้อหาตามหมายเรียก ก่อนอนุญาตปล่อยตัว ระหว่างรอนัดหมายนำตัวส่งฟ้องศาลในภายหลัง

คาด Car Mob – Call out กระทบหลายเส้นทาง
ส่วนที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบคอลเอาต์ (Car Mob – Call out) ที่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กและทางสื่อสังคมออนไลน์ชักชวนคนออกไปร่วมการชุมนุม โดยนัดหมายกันที่บีทีเอส อโศก ซึ่งอยู่ตรงแยกอโศกเพชรบุรี ในเวลา 16.00-20.00 น.

พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า แม้จะยังไม่ทราบเส้นทางว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปในเส้นทางใดบ้าง แต่คาดว่าจะกระทบกับการจราจรหลายเส้นทางแน่นอน เพราะเป็นการนัดหมายใจกลางเมืองในช่วงเวลาเลิกงานไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งตำรวจจะประสานงานหาข้อมูล เพื่อวางแผนอำนวยความสะดวก จะวางกำลังตำรวจจราจรตลอดเส้นทาง ช่วยแก้ปัญหาการจราจรไม่ให้ติดขัด ซึ่งก่อนการนัดทำกิจกรรมดังกล่าว ตำรวจจะมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางจราจรอีกครั้ง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้

ร้องเอาผิด Car Mob – Call out 29 สิงหาคม
ส่วนกิจกรรม Car Mob – Call out เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน เพื่อขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ที่เป็นผู้นัดทำกิจกรรมดังกล่าว

ขณะที่พนักงานสอบสวน บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับคดีนี้ไปแล้ว 1 คดี มีผู้กระทำผิด 3 คน แต่จากการตรวจสอบในคดีก่อนหน้า ไม่ปรากฏว่ามี บก.ลายจุด ร่วมกระทำผิดด้วย ซึ่งต้องรอตรวจสอบยืนยันก่อนว่าได้ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบจริงหรือไม่ หากพบมีการกระทำผิดจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมาย