เขยพี่โหดชัก 9 มม.รัวยิงเขยน้องโคม่าเป็นตายเท่ากัน เหตุไม่ถูกกันมานาน

2 หนุ่มเพื่อนซี้ นั่งก๊งเหล้าขาว เมาซัดกันนัว หัวแตก 1 ฟันคอเจ็บหนัก 1

เขยพี่เซียนพระเครื่องมีปัญหากับเขยน้องพักอาศัยอยู่บ้านชายคาเดียวกัน แถวร้านจำหน่าย กล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ คว้า 9 มม.รั่วยิงเขยน้องฟุบจมกองเลือดหน้าบ้านอาการโคม่า ก่อนหลบหนีลอยนวล

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 6 พ.ย. 2564 ร.ต.อ.ลือชัย รัตนคช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ 7 บ้านด่านซาง ต.หลักช้าง ออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิเชียร เปล่งฉวี ผกก. ร.ต.อ.วินัย นวลดุก รอง สวป.ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอศูนย์ นายสมเกียรติ รัตนบุรี ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ช้างกลาง กำลังตำรวจสืบสวนนอกเครื่องแบบ จนท.กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ทุ่งใหญ่ และ จนท.กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์จุดวัดหนองดี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณประตูทางเข้าบ้านด้านหน้า พบกองเลือดกองใหญ่ตกอยู่ ส่วนคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เครือญาติที่อยู่บ้านเดียวกันได้ช่วยนำตัวขึ้นรถกระบะส่ง รพ.พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ไปก่อนแล้ว ทราบชื่อ นายคเชนทร์ หรือ เดียร์ คงปาน อายุ 31 ปี บ้านเดิมคน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มาได้ภรรยาพักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ อาชีพทำสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ที่เกิดเหตุตำรวจพบหลักฐานปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอก และหัวกระสุนปืน 9 มม. ที่ยังไม่ได้ยิงอีก 4 หัว จึงเก็บเป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือเขยผู้พี่นายคเชนทร์ คนถูกยิง ซึ่งทราบเพียงชื่อเล่นว่า โอ๋ อายุ 35 ปี ชาว จ.สุราษฏร์ธานี อาชีพเป็นเซียนพระเครื่องในพื้นที่ อ.ช้างกลาง และอำเภอใกล้เคียง หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ของเพื่อนที่มานั่งดื่มเหล้าที่บ้านเกิดเหตุหลบหนีไป

หลังพนักงานสอบสวนตรวจที่เกิดเหตุได้เดินทางไปยัง รพ.พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ เพื่อดูอาการคนเจ็บและสอบปากคำญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นพบว่านายคเชนทร์ถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม.เข้าที่หน้าท้อง 3 นัด และแขนซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน อาการโคม่าเป็นตายเท่ากัน แพทย์ รพ.พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ส่งตัวไปรักษาต่อยัง รพ.ทุ่งสง นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งคนที่ถูกคมกระสุนปืนของผู้ก่อเหตุยิงเฉียดเข้าที่เอวขวาเป็นแผลยาว 6 เซนติเมตร เลือดไหลซึม ยังอยู่ในอาการตกใจกลัว พยาบาลได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทำแผลให้เร่งด่วน ทราบชื่อ น.ส.เป็นสุข รักษา อายุ 73 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ เป็นป้าเมียของคนถูกยิง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายโอ๋เขยผู้พี่มือยิง ชวนเพื่อนชายมานั่งดื่มเหล้าที่บ้านตั้งแต่หนึ่งทุ่มไปจนถึงสี่ทุ่ม นายคเชนทร์เขยผู้น้องขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากบ้านญาติเมีย จอดรถหน้าบ้านเพื่อเดินไปเปิดประตูนำรถขี่เข้าบ้าน นายโอ๋เขยผู้พี่เห็นนายคเชนทร์เขยผู้น้องกลับมาบ้าน ไม่พูดพร่ำทำเพลงด้วยฤทธิ์เมา ชักปืนที่พกติดตัวยิงขู่ขึ้นฟ้าไป 2 นัด นายคเชนทร์ซึ่งไม่ถูกกับเขยผู้พี่มานานได้ตะโกนด่านายโอ๋ แต่พูดไม่ทันจบคำก็ถูกนายโอ๋เขยผู้พี่ยิงปืนเข้าใส่หลายนัด กระสุนเจาะเข้าหน้าท้องของนายคเชนทร์ จนฟุบลงไปนอนจมกองเลือดอยู่หน้าประตูทางเข้าบ้าน

ขณะเกิดเหตุ น.ส.เป็นสุข รักษา ที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และเห็นนายคเชนทร์ถูกยิง ตะโกนเสียงดังเรียกคนที่อยู่ในบ้านให้ออกมาดู และเข้าช่วยเหลือ กลับถูกนายโอ๋รัวยิงไม่หยุด กระสุนพลาดเฉียดมาถูก น.ส.เป็นสุข เข้าที่เอวขวาจนเป็นแผลยาว กระสุนทะลุเสื้อที่ น.ส.เป็นสุข ใส่เป็นรูโบ๋ หลังก่อเหตุนายโอ๋ได้ขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นรถยนต์ของเพื่อนที่มานั่งกินเหล้า ขับหลบหนีไป

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น คนในบ้านให้การว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันมานานร่วม 3 ปี ตั้งแต่นายโอ๋มาได้ภรรยาอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ ทำตัวไม่ค่อยถูกกับคนในบ้านสักเท่าไหร่ เนื่องจากมีนิสัยโมโหร้าย ไม่ได้ทำงานเป็นหลักที่มั่นคง เป็นคนชอบเล่นพระ สะสมพระเครื่อง วันๆ เอาแต่ส่องดูพระเครื่องไปตามสถานที่ต่างๆ ส่วนนายคเชนทร์ คนถูกยิงเป็นเขยผู้น้อง มาได้ภรรยาพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับนายโอ๋ นายคเชนทร์ทำแต่งานทั้งสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ส่วนภรรยาของนายคเชนทร์ก็เปิดบ้านรับซื้อน้ำยางสด ทำให้เป็นที่รักของคนในบ้าน ทั้งนายโอ๋คนก่อเหตุและนายคเชนทร์ไม่ถูกกันมานานแรมปี เห็นหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องมีเรื่องกันแทบทุกครั้ง ล่าสุดเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกัน ถึงขั้นนายโอ๋จะเอาปืนลูกซองยาวออกมายิงนายคเชนทร์ แต่คนในบ้านเข้าไปห้ามไว้ทัน เรื่องจึงจบลงด้วยความคาใจของนายโอ๋ ในที่สุดนายโอ๋ก่อมาก่อเหตุใช้ปืนยิงนายคเชนทร์เขยผู้น้องจนได้

เบื้องต้นตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พ.ต.อ.วิเชียร์ เปล่งฉวี ผกก.ได้สั่งระดมกำลังตำรวจสืบสวน ออกติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ คาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็ววัน และหากผู้ก่อเหตุยังไม่เข้ามามอบตัว เจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อขอศาลออกหมายจับตามล่าตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *