หลวงพ่อใจเย็นลงแล้ว ไม่เอาเงิน 3 ล้าน มาขอขมาก็พอ ล่าสุดสำนักพุทธฯ ลงพื้นที่ด้วย

หลวงพ่อใจเย็นลงแล้ว ไม่เอาเงิน 3 ล้าน มาขอขมาก็พอ ล่าสุดสำนักพุทธฯ ลงพื้นที่ด้วย
วันที่ 28 ธ.ค. 64 ในวันนี้สำนักพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย ตร.สภ.ชนบท ได้เดินทางไปที่วัดเจริญวารี บ้านโนนพะยอม ต.โนนพะยอม อ.ชนบท จ.ขอนเเก่น เพื่อไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ พระประเสริฐ ฐานุตตะโร อายุ 62 ปี เจ้าอาวาสวัดเจริญวารี หลังถูก นายกิจเหมรัตน์ โพธิยาคำหอม อายุ 48 ปี หรือ เจ๊บัวบาน ชาวบ้านโนนพะยอมเจ้าของร้านขายส่ง ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ แกล้งทำสำรับ
ภัตราหารหกใส่เมื่อวานนี้ จนทำให้ทางเจ้าอาวาส ต้องไปแจ้งความเอาผิดกับเจ๊บัวบาน โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น ได้ใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง
เจ้าอาวาสโดนสาดน้ำแกง ลั่นไม่ต้องขอขมา รับคำขอโทษเป็นเงินสด 3 ล้านเท่านั้น
ตร.เรียกสอบ “เจ๊บัวบาน” สาวสองล้มเทกระจาด สาดสำรับใส่พระ แกงราดทั้งตัว (คลิป)
พระประเสริฐ ฐานุตตะโร อายุ 62 ปี เจ้าอาวาสวัดเจริญวารี กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองได้ใจเย็นลงแล้ว จากเดิมที่จะเรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาทเมื่อวานนั้น แต่ตอนนี้ขอเพียงมาขอขมาให้ถูกต้องตามประเพณีอีสานก็พอ ส่วนการที่ได้ไปแจ้งความกับทางตำรวจนั้น ตนเองจะยังไม่ถอนแจ้งความ ส่วนระยะเวลาที่จะมาขอขมาตนเองยังไม่กำหนด แต่อยากให้มาขอขมาโดยเร็ว หลังจากนั้นตนเองก็จะถอนแจ้งความ
ส่วนความคืบหน้าในทางคดี พ.ต.อ.ชาญศิลป์ นาสูงชน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้ให้พนักงานสอบสวน เรียกตัวหญิงผู้ที่เป็นคนถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวมาสอบสวนอย่างละเอียด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรหรือไม่ เพราะหากดูจากคลิปจะเห็นว่า ผู้ถ่ายคลิปวีดีโอมีการบันทึกภาพตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุไปจนถึงช่วงหลังเกิดเหตุ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียด ขณะเดียวกันได้เชิญชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับเจ๊บัวบาน เป็นเพียงการรับแจ้งความจากฝ่ายเจ้าอาวาสวัดไว้ก่อน เนื่องจากจะต้องมีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด และต้องรอผลการตรวจร่างกายของเจ้าอาวาสที่ได้รับบาดเจ็บ ว่า อาการหนักเบาขนาดไหน
เมื่อการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน จึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับเจ๊บัวบาน หลังจากนั้นก็จะสรุปสำนวนส่งให้อัยการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สยองขวัญกลางดึก สาวถูกบุกแทงถึงในห้องพัก หนีออกมาตายหน้าลิฟต์คอนโด

สยองขวัญกลางดึก สาวถูกบุกแทงถึงในห้องพัก หนีออกมาตายหน้าลิฟต์คอนโด

เผยภาพสุดท้ายของหญิงสาว ก่อนถูกชายปริศนาบุกแทงถึงในห้องพัก หนีมาเสียชีวิตที่หน้าลิฟต์ ด้าน ผกก.สภ.บางพลี คาดเป็นคนในคอนโดเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลา 00.30 น. ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงสาวถูกแทงเสียชีวิตที่บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 7 คอนโดแห่งหนึ่ง หมู่ 7 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 10 ชั้น ที่บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 7 ได้พบร่างของ น.ส.อินทุอร อายุ 23 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่หน้าลิฟต์ โดยมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่บริเวณต้นขาซ้ายซึ่งเป็นบาดแผลฉกรรจ์ และมีเลือดจำนวนมากแดงฉานเต็มพื้น เห็นรอยเลือดออกมาจากห้องที่ 164/143 ซึ่งอยู่ห่างจากลิฟต์ประมาณ 10 เมตร

ในห้องพักของผู้เสียชีวิตภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจาย และมีเลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง และได้พบมีดสแตนเลสยาวประมาณ 10 นิ้ว เปื้อนเลือด ตกอยู่ 1 เล่ม ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายตกอยู่ พบ ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ในที่เกิดเหตุ คาดว่าโดนเทปพันข้อมือ

และที่พื้นบริเวณนอกห้องได้พบรอยเท้าเปื้อนเลือด วิ่งออกไปจากห้องหลบหนีไปลงทางบันไดหนีไฟ เชื่อว่าน่าจะเป็นรอยเท้าของผู้ก่อเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลบางพลี ก่อนมอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาสมุทรปราการ

จากการสอบถาม นายวราวุฒิ อายุ 37 ปี ซึ่งพักอยู่ห้องเยื้องๆ กับห้องผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ก็ได้ยินเสียงคล้ายมีการทะเลาะกัน ข้าวของตกกระแทกพื้นออกมาจากในห้องของผู้เสียชีวิต ตอนแรกตนก็ไม่ได้ออกมาดู เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน ก่อนที่จะได้ยินเสียงเปิดประตูออกมา และได้ยินเสียงผู้ตายร้องตะโกนว่าช่วยด้วย

ตนจึงมั่นใจว่าไม่น่าจะใช่เรื่องผัวเมีย ตนจึงเปิดประตูออกมาดู ได้เห็นรอยเลือดแดงฉายเป็นทางออกจากห้องไปที่หน้าลิฟต์ ตนจึงรีบตามไปดูได้เห็นผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัวไปยืนอยู่ที่ระเบียงด้านหน้า ก่อนที่จะเดินมาล้มลงที่หน้าลิฟต์ แต่ไม่เห็นตัวผู้ก่อเหตุ

ซึ่งขณะนั้นหญิงคนดังกล่าวยังพอมีสติอยู่ได้บอกว่า “ช่วยหนูด้วย หนูถูกทำร้ายมันงัดห้องเข้ามา” ตนเห็นหญิงคนดังกล่าวมีบาดแผลถูกแทงที่ต้นขาเป็นแผลขนาดใหญ่ เลือดไหลออกมาจำนวนมาก ตนจึงรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน น.ส.ธิติมา อายุ 22 ปี ซึ่งมีห้องพักอยู่ที่ชั้น 6 เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังนอนอยู่ได้ยินเสียงข้าวของตกกระแทกพื้นดังมาจากห้องด้านบน และเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ตนและแฟนจึงเปิดประตูออกมาดู

ระหว่างที่กำลังเดินหาที่มาของเสียง ก็ได้มีชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ใส่เสื้อกีฬาสีแขนสั้นสีน้ำเงิน ใส่กางเกงสีดำขาสามส่วน ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเป็นคนไทย วิ่งลงมาทางบันไดหนีไฟ ในสภาพเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยเลือดและวิ่งมาประจันหน้ากับตน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะมีอาการตกใจและวิ่งย้อนกลับไปลงบันไดหนีไฟลงไปทางด้านล่าง

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เปิดภาพกล้องวงจรที่ติดตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารดังกล่าว ได้พบเห็นผู้เสียชีวิตลงมาซื้อของที่ชั้นล่างก่อนที่จะเดินกลับมาขึ้นลิฟต์ในเวลาประมาณ 22.55 น. ของวานนี้ และในเวลา 23.25 น. มีคนมาพบว่าผู้ตายนอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าลิฟต์ หลังจากนั้นก็ไม่พบเห็นใครลงมาที่ชั้นล่างอีกเลย

จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะซ่อนตัวอยู่ในอาคารที่เกิดเหตุ และผู้ก่อเหตุก็ไม่สวมใส่รองเท้าเดินทางเท้าเปล่าแล้วเข้าไปก่อเหตุ ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีออกมาในสภาพเท้าเปล่าและไปเหยียบกองเลือดในขณะหลบหนี จนมีรอยเท้าเปื้อนเลือดเป็นทางยาวตั้งแต่ชั้นที่ 7 ที่เกิดเหตุ

และรอยเท้าเปื้อนเลือดหายไปที่บริเวณทางบันไดหนีไปที่บริเวณชั้น 3 เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังทำเคาะประตูเรียกเข้าไปตรวจดูแต่ละห้อง แต่ก็ยังไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังมีบางห้องที่เปิดไม่ได้เนื่องจากเป็นห้องเปล่าเจ้าของได้ปิดล็อกเอาไว้

ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี กล่าวว่า เชื่อว่าคนที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นคนที่พักอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกันกับที่เกิดเหตุ เนื่องจากการตรวจสอบรอยเลือดตามทางพบว่าคนร้ายเดินเท้าเปล่าวนขึ้นลงตามบันไดหนีไฟ และมีการแอบฉกเสื้อของชาวบ้านสีเหลืองที่ตากไว้ที่ราวด้านนอกระเบียงข้างลิฟต์ชั้น 3 ไป 1 ตัว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของผู้ก่อเหตุ คาดจะใช้ในการอำพรางตัวหลบหนี

โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย กระจายกำลังค้นหาผู้ต้องสงสัยตามห้องต่างๆ ทุกชั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวคนร้าย เนื่องจากที่เกิดเหตุภายในคอนโดแห่งนี้พบว่ามีกล้องวงจรปิดที่ชั้น 1 ด้านหน้าเพียงอย่างเดียวไม่มีกล้องตามชั้นแต่อย่างใด ขณะนี้สั่งสแกนคนเข้าออกจัดทำประวัติไว้ทุกรายหลังจากนี้

ส่วนประเด็นของการก่อเหตุตั้งไว้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเรื่องชู้สาว พยายามบุกข่มขืนแต่ผู้ตายขัดขืนจึงเกิดการต่อสู้ รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

เผยคลิปนาทีระเบิด หลังโจรใต้ป่วนกลางเมืองรือเสาะ หวังปองร้ายพระ และชุดคุ้มครองฯ

เผยคลิปนาทีระเบิด หลังโจรใต้ป่วนกลางเมืองรือเสาะ หวังปองร้ายพระ และชุดคุ้มครองฯ

คลิปนาทีระเบิด โจรใต้ป่วนกลางเมืองรือเสาะ หวังปองร้ายชุดคุ้มครองพระ

เมื่อเวลา 06.35 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2564 เจ้าหน้าที่สื่อสาร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้ง เกิดเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดชุด รปภ.พระที่กำลังเดินบิณฑบาต บริเวณเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ม.2 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้โรงงาน ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า ได้รับผลกระทบไปด้วย

ภายหลังเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ โดยมีชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และพิสูจน์หลักฐานภ.จว.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบ

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง บันทึกให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จำนวน 2 นายเดินนำหน้าและตามหลังพระสงฆ์ 2 รูปจากวัดราษฎร์สโมสร ที่ออกบิณฑบาตในช่วงเช้า โดยทหารพรานทั้ง 2 นายเดินนำหน้าและตามหลังคนละฝั่งถนน ซึ่งระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเวลา 06.26 น. – 06.27 น. ภายหลังที่พระสงฆ์และชุดคุ้มครองเดินผ่านไปเพียง 37 วินาที ก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ชู้เฒ่า 69 แทงสาว 45 ดับอนาถ หลอกให้รักเปย์เป็นล้าน พอเงินหมดตีตัวออกห่าง

ชู้เฒ่า 69 แทงสาว 45 ดับอนาถ หลอกให้รักเปย์เป็นล้าน พอเงินหมดตีตัวออกห่าง

ชู้วัย 69 แทงสาว 45 ดับอนาถ พบรักในวงไฮโล ส่งเสียเลี้ยงดูเป็นล้าน พอเงินหมดตีตัวออกห่าง ฝ่ายสามีผู้ตายก็รู้อยู่เต็มอก ภรรยาไปกิ๊กกับชายรุ่นลุง

วันที่ 4 ธ.ค.64 พ.ต.ท.สันต์ เทียมวงศ์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ นำตัว นายสม อายุ 69 ปี มาสอบสวน พร้อมของกลางเป็นปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก และอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 30 ซม.เปื้อนเลือด 1 เล่ม

หลังจากเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดเล่มดังกล่าวแทง นางรุ่งเรือง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบ้านเช่าของผู้ตาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบมีร่องรอยการถูกแทงด้วยของมีคม บริเวณหน้าอกซ้าย และบริเวณท้องรวม 6 แผล

โดยนายสม ให้การกับตำรวจว่า ตนไม่มีภรรยา เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้รู้จักกับนางต๋อย ในวงไฮโลในหมู่บ้าน จากนั้นได้สานสัมพันธ์กันจนได้เสียกันเป็นสามีภรรยากันอย่างเปิดเผย ถึงแม้จะรู้ว่านางต๋อย จะมีสามีและลูกเป็นตัวเป็นตนก็ตาม แต่สามีนางต๋อย ไปทำงานอยู่จังหวัดระยอง ไม่ค่อยได้กลับบ้านตนซึ่งรักเขาไปแล้วพยายามส่งเสียเลี้ยงดูมาโดยตลอด หมดเงินไปนับล้านบาท แต่ในระยะหลังนางต๋อย กลับพยายามตีตัวออกห่าง เพราะไม่มีเงินส่งเสียตั้งช่วงโควิด-19 ระบาด และพยายามไปติดชายใหม่ จนถึงขั้นไล่ตนหนีออกจากบ้าน ตนพยายามตามง้อคืนดี แต่ไม่เป็นผลจึงสะสมความแค้นมานานร่วม 2 ปี

วันเกิดเหตุตนทราบว่านางต๋อย จะไปออกกำลังกายและซื้อ เทปใส เทปกาว กับเพื่อนทุกวัน จึงปีนรั้วเข้าหลังบ้าน พกปืนลูกซอง และมีดติดตัวมาด้วย แล้วมาดักซุ่มรอบริเวณศาลพระภูมิ จนกระทั่งนางต๋อย กลับมาถึงบ้านเวลา ประมาณ 18.00 น.เมื่อเห็นเปิดประตูบ้านเข้ามา ตอนแรกกะจะใช้ปืนยิง แต่เกรงว่าจะเสียงดัง จึงเข้าไปใช้มีดกระหน่ำแทงแบบไม่ยั้ง จนนางต๋อย ล้มคว่ำลง จึงหลบหนีไป ตอนแรกคิดว่าจะผูกคอตายตามในช่วงกลางดึก แต่อากาศหนาว จึงเปลี่ยนใจกลับบ้าน แต่มีเจ้าหน้าที่มาดักรอที่บ้านแล้ว ก่อนจะถูกควบคุมตัวดังกล่าว

ขณะ นายแก้วเจริญ อายุ 58 ปี สามีนางรุ่งเรือง ผู้ตาย เล่าว่า รู้เรื่องภรรยาตนกับนายสม มีความสัมพันธ์กันมาประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา พยายามชวนภรรยาไปทำงานด้วยกัน แต่ไม่ไป จึงตามใจและโอนเงินค่าใช้จ่าย ค่าเช่าบ้านมาให้ประจำ ส่วนนายสม รู้จักกันดีนับถือเป็นลุง ช่วงที่ตนกลับบ้านได้เรียกมากินข้าวด้วยกันประจำ แต่ไม่คิดว่าจะทำรุนแรงขนาดนี้

ทั้งนี้เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และ พ.ร.บ.อาวุธปืน พร้อมคัดค้านการประกันตัวเอาไว้ก่อน

ราชทัณฑ์ไล่ออก 4 ผู้คุมเรือนจำ เรียกรับผลประโยชน์ ร่วมกันทำร้ายผู้ต้องขัง

ราชทัณฑ์ไล่ออก 4 ผู้คุมเรือนจำ เรียกรับผลประโยชน์ ร่วมกันทำร้ายผู้ต้องขัง

ราชทัณฑ์ไล่ออก 4 ผู้คุมเรือนจำ เรียกรับผลประโยชน์ ร่วมกันทำร้ายผู้ต้องขัง ส่วนกรณี จนท.เรือนจำนครปฐม ช่วยนักโทษ 9 คน หลบหนี ยังไม่สรุป

(16 ธ.ค.64) ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรมราชทัณฑ์ มีมติไล่ออกผู้คุมเรือนจำ 4 คน หลังพบมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์ และทำร้ายผู้ต้องขังใน 2 กรณี

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยผลการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรมราชทัณฑ์ ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อพิจารณาลงโทษข้าราชการที่ทำผิดวินัย มีพฤติการณ์เสื่อมเสีย ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่า ที่ประชุมมีมติไล่ออกเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด 4 นาย จากการกระทำผิดใน 2 กรณี กรณีแรกเป็นการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ต้องขังและญาติ โดยเจ้าหน้าที่รายนี้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่พักการลงโทษ แต่อาศัยตำแหน่งหน้าทีเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ต้องขังและญาติ ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องขัง อีกกรณีที่ประชุมมีมติไล่ออกเจ้าหน้าที่พร้อมกัน 3 คน จากพฤติการณ์ร่วมกันทำร้ายผู้ต้องขัง เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต

สำหรับทั้ง 2 กรณี ยังไม่ใช่ผลสรุปการลงโทษเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐมแถวโรงานจำหน่าย แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือให้นักโทษ 9 คน หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราว มทบ.11 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ แต่ขอยืนยันว่าทุกกรณี หากพบมีเจ้าหน้าที่รายใดที่มีพฤติการณ์ หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรมราชทัณฑ์จะพิจารณาให้ผู้เกี่ยวข้องออกจากราชการไว้ก่อน หากพบว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา จะพิจารณาโทษสถานหนักต่อไป