สุดช็อกเด็กหญิง14 แขวนคอลูกน้อย ซ่อนศพไว้หลังบ้านหลายวัน เผยเหตุลงมือสลด

แม่สุดช็อกเด็กหญิงแขวนคอลูกซุกศพหลังบ้านหลายวันเอารถเข็นเด็กทับไว้เผยเหตุลงมือสุดสลด – เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ร.ต.อ.ชาญชัย ภูล้นแก้ว รอง.สว.(สอบสวน)สภ.เซกา บึงกาฬ ได้รับแจ้งว่ามีเด็กชายวัย 1 ขวบเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หมู่ 10 ในอำเภอเซกา จ.บึงกาฬ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบเด็กเสียชีวิตในสภาพถูกรถเข็นเด็กทับไว้ ไม่สวมเสื้อ จากการสอบถาม น.ส.ชรินทร์ทิพย์เจ้าของร้านจำหน่าย โฟมกันรอย,โฟมกันกระแทก (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และเป็นเจ้าของบ้าน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้เป็นแม่เด็ก มาหาน้องสาว แล้วทะเลาะกับแม่ ต่อมาแม่เด็กเดินทางกลับพร้อมบอกว่าได้พาลูกกลับไปด้วย แต่วันนี้มาพบศพเด็กอยู่หลังห้องน้ำ ทำให้ตกใจมาก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมเด็กหญิงเอ ผู้เป็นแม่ ขณะกลับมาดูศพลูก จึงคุมตัวไปสอบสวน ซึ่งเด็กหญิงเอ ให้การว่า เมื่อหลายวันก่อน ได้นำรถจักรยานยนต์ของพ่อเลี้ยง ออกไปหาเพื่อน ทิ้งลูกไว้กับแม่นานกว่า 3 วัน

พอกลับมา พ่อเลี้ยงได้ทำร้ายตนโดยตบที่ใบหน้าแล้วก็ปาก 2-3 ที ตนเกิดความน้อยใจที่พ่อเลี้ยงทำร้าย จึงหนีออกจากบ้าน มาขอพักที่บ้านของ น.ส.ชรินทร์ทิพย์ ก่อนเกิดเหตุตนนั่งร้องไห้คิดอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะใช้เชือกผูกกับขื่อบ้านแขวนคอลูกจนเสียชีวิต

จากนั้นตนนั่งคิดอยู่หลายชั่วโมง กลัวความผิดก็เลยใช้ผ้าห่มห่อร่างลูกชายไปซ่อนไว้หลังห้องน้ำหลังบ้าน แล้วก็ใช้รถเข็นเด็กทับไว้ แล้วโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ ไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งห่างจากที่เกิดเหตุราว 3 กิโลเมตร

วันต่อมากลับมาดูศพลูกอีก วันนี้ก็กลับมาดูอีก แล้วก็พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ จึงถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เซกา แรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่โดนแม่ด่า พ่อเลี้ยงทำร้าย ด้วยความคิดไม่ตกและโมโหจึงก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นร้อยเวรเจ้าของคดีได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุแก่ความตาย พร้อมเตรียมส่งศพเด็กชายไปให้แพทย์ชันสูตรที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัดอีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

หลังทราบข่าว นางเพ็ญประภา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี แม่ของเด็กหญิงเอ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเรื่องทะเลาะกันจริง ซึ่งมีเรื่องแบบนี้ประจำ เวลาหนีออกจากบ้านก็จะเอาลูกไปด้วย แล้วก็หอบลูกกลับมาให้แม่เลี้ยงเหมือนเดิม ไม่คิดว่าลูกสาวตัวเองจะกล้าฆ่าลูกในไส้ได้ลงคอ

แจ้งข้อหา เด็กแว้น ซิ่งขวางรถกู้ภัย ทำคนป่วยดับ ยอมรับคึกคะนอง-ไม่ได้ยินเสียง

จากกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพเด็กแว้นคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย บริเวณถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรธานี หน้าโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ขณะเร่งนำผู้ป่วยอาการหนักที่บ้านคำโป้งส่งโรงพยาบาลหนองคาย จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มี.ค. พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้เชิญตัว ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุขับจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย พร้อมพ่อแม่ มาทำการอบรมถึงพฤติการณ์ดังกล่าว และแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 43(8) พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ขับรถเร็วไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และ ขับรถประมาทหวาดเสียว อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้อื่น

จากการสอบถาม ด.ช.เอ กล่าวทั้งน้ำตาคลอและสำนึกผิดว่า วันเกิดเหตุตนขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อหมูปิ้ง ระหว่างทางกลับบ้านเกิดความคึกคะนองอยากลองรถจักรยานยนต์ จึงขับด้วยความเร็วไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ยินเสียงรถกู้ภัยเลย พอถึงสามแยกทางเลี่ยงเมืองจึงเลี้ยวขวากลับบ้าน

“จนได้เห็นข่าวก็รู้สึกเสียใจ สำนึกผิด ผมได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว และอยากขอโทษสังคม ยืนยันว่า จะไม่ทำแบบนี้อีก และจะคอยเตือนสติเพื่อน ๆ ที่คึกคะนองเวลาขับรถจักรยานยนต์แบบผมด้วย” ด.ช.เอ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาต ขับขี่รถให้ปลอดภัยไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อน ญาติพี่น้องก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย หากไปชนคนอื่นก็จะเกิดความสูญเสียต่อผู้อื่นด้วย

พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง อย่าให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีก เด็กแว้นขี่รถไปมาขอความกรุณางดเว้น ตอนนี้กำชับให้ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดกว่านี้ ต้องทำประกันภัยรถด้วยหากเวลาเกิดเหตุจะได้ไม่เสียใจภายหลัง พร้อมกำชับผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้ดีด้วย



ติดต่อไม่ได้หลายวัน! พบอีกทีเป็นศพ ดับปริศนา ภรรยาเผยเศร้า เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ร.ต.อ.พงศ์ภรณ์ เลิศรัตน รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต ภายในบ่อน้ำ บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 5 ซอยคลองหกตะวันตก 35 ต.คลองหก อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งได้รายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.รามณรงค์ เกียรติบุญเกิด ผกก.สภ.คลองห้า แพทย์เวรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ (พฐ.) และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหลังโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วกาว ถนนลูกรังสองข้างทางเป็นสวนเกษตร บริเวณหน้าบ้านพบประตูเหล็กบานใหญ่ปิดล็อกไว้ด้านในและรอบบ้านมีรั้วล้อมรอบที่ดินกว้าง 3 ไร่ มีกลิ่นเหม็นเน่าโชย พบว่าสังกะสีข้างประตูถูกงัด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ่อน้ำพบศพ สภาพนุ่งกางเกงขาสั้นคาดเข็มขัดหนังสีดำ ไม่สวมเสื้อ นอนหงายขึ้นอืดลอยอยู่ในบ่อน้ำหน้าบ้าน มือขวากำกิ่งไม้ไว้แน่น หน้าอกพบท่อนไม้หน้าสามวางพลาดตัวศพไว้

ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์ ชมแพ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/116 ซอยกำแพงเพชร 6 ซอย 7 แยก 7 สายรอง แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. หน้าประตูบ้านพบรถเก๋ง ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน ภภ-4340 กรุงเทพฯ จอดอยู่หน้ารถมีรอยเฉี่ยวชนล้อหน้าด้านขวาตกร่องถนน ประตูด้านคนขับเปิดอ้าไว้ นอกจากนี้ตรวจพบเสาปูนหลังคาหน้าบ้านถูกชนหักง้อห่างไปจากจุดพบบริเวณเปลนอนพบหยดเลือดจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน นางโสภี น้อยนาดี อายุ 54 ปี ภรรยา ให้การว่า ผู้ตายเป็นสามีซึ่งได้ขาดการติดไปตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ก่อนพบศพได้เดินทางมากับเจ๊เจ้าของบ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งสามีได้มาเช่าบ้านเพื่อเปิดอู่รถได้ปีกว่าถึงหน้าประตูบ้านพบประตูล็อกไว้ด้านในและได้กลิ่นเหม็นโรย จึงงัดสังกะสีรั้วเข้าไปพบศพสามีเสียชีวิตในบ่อน้ำ

นางโสภี กล่าวว่า สามีไม่มีโรคประจำเป็นคนแข็งแรง ไม่น่าเสียชีวิตด้วยอาการโรคกำเริบ อาจถูกไล่ทำร้าย แต่ก็พูดไม่ได้ว่าถูกฆาตกรรมหรือไม่ สามีมีเรื่องฟ้องคดีฉ้อโกงกับหุ้นส่วนทำอู่รถอยู่ระหว่างประกันตัวคดีอยู่ สภ.ลำลูกกา

ด้าน พ.ต.อ.รามณรงค์ เกียรติบุญเกิด ผกก.สภ.คลองห้า กล่าวว่า ตรวจเจอรอยเลือดบริเวณเปลนอน สันนิษฐานได้สองอย่าง คือถูกฆาตกรรมเรื่องชิงทรัพย์ตัดไปเนื่องจากภรรยาผู้ตายบอกสามีไม่มีทรัพย์สินติดตัว สองผู้ตายอาจมีอาการอะไรกำเริบและรีบขับรถออกไปหาหมอ หรือหาคนช่วย เพราะรถยนต์มีการขับชนสะเปะสะปะและชนเสาปูนหลังคาหน้าบ้าน

พ.ต.อ.รามณรงค์ กล่าวต่อว่า ก่อนที่รถจะมาจอดล้อรถตกร่องถนนหน้าประตูบ้านและเปิดประตูรถก้าวลงตกบ่อน้ำฝั่งคนขับพบรองเท้าตกอยู่ในรถด้วย ส่วนกิ่งไม้ที่กำอยู่ในมือผู้ตายมันเป็นกิ่งต้นรักมีรอยหักอยู่ข้างรถ ผู้ตายอาจตกรถและคว้ากิ่งไม้ไว้และอาจหมดแรง แต่ยังไม่รู้ว่าศพลอยไปอีกด้านได้ยังไง

อย่างไรก็ตาม ได้ให้ เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ได้ทำการชันสูตรศพเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาประมาณ 48 ชั่วโมง จึงมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิตเพื่อชันสูตรศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

เก๋งขับส่ายไปมา ก่อนพุ่งอัดจยย. ร่างลอยตกสะพาน สูง 10 เมตร กระแทกพื้นดับสลด

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 4 มี.ค. พ.ต.ตสำราญ ม่วงศรีเมืองดี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์ คนขับตกสะพานข้ามแม่น้ำน้อยเสียชีวิต บริเวณใกล้เคียงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท จึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ชัยนาทนเรนทร และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรน่า สีเทา ทะเบียน กค 3298 นครสวรรค์ ชนอัดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซุกิ อาร์ซี สีดำ ทะเบียน ก 0766 ชัยนาท จนติดราวสะพาน สภาพพังยับ ที่ใต้สะพาน ซึ่งเป็นหินทิ้งป้องกันตลิ่งทรุดริมแม่น้ำน้อย พบศพนายวิชัย อัคคภาคย์ อายุ 57 ปีเจ้าของร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.ท่าแพ จ.ราชบุรี ใส่เสื้อโปโลสีเขียว กางเกงวอร์มสีน้ำเงิน นอนคว่ำหน้ากับกองหิน สภาพศพมีกระดูกโผล่ที่เท้าขวา ศีรษะแตก กระดูกหักทั่วร่าง เพราะตกลงมาจากความสูงกว่า 10 เมตร

เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายรับราชการแผนกทันตกรรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กำลังจะออกไปซื้อของและทำธุระที่ในตัวเมืองชัยนาท

สอบสวนนายวรเศรษฐ์ ไพภิบูลย์ภัทร อายุ 59 ปี คนขับรถเก๋ง เปิดเผยว่า ตนกับครอบครัวมาทำธุระ ที่ จ.ชัยนาท กำลังขับรถกลับบ้านที่ จ.นครสวรรค์ แต่ขับมาไม่เร็วมาก พอมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์แฉลบเข้ามาหา ตนจึงหักหลบ แต่ไม่รู้ว่าชนตอนไหน เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก

ด้านนายทัศน์พล โตจีน อายุ 19 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ตนและเพื่อนกำลังขี่รถจักรยานยนต์จะไปว่ายน้ำกัน จู่ๆ รถเก๋งก็ขับปาดหน้าไปด้วยความเร็ว แล้วขับส่ายไปส่ายมา แล้วเบรกดังเอี๊ยด ก่อนพุ่งชนที่คอสะพาน แล้วมาชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขับอยู่เลนซ้ายสุด จนถูกอัดติดราวสะพาน ส่วนคนขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นตกสะพานไป ซึ่งทางคนขับรถเก๋งไม่ยอมรับ ยืนกรานว่าตัวเองมีกล้อง และให้ดูกล้องได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำศพมอบให้ญาติ เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และจะทำการสอบสวนพยานแวดล้อม พร้อมนำตัวคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว ไปสอบปากคำต่อที่ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มง้อสุดโหด ตบแฟนสาว-ชักปืนจ่อยิงเข้าหูกลางร้านอาหาร เผยชนวนเหตุ

หนุ่มง้อสุดโหด / เมื่อคืนวันที่ 28 ก.พ. ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหญิงสาวที่กำลังนั่งรับประทานอาหาร ภายในร้านอาหารชื่อดังข้างร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ริมถนนสายไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองพัทลุง จึงรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเพียงรอยเลือด และหัวกระสุน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อน.ส.อัญธิดา ศรีทองช่วย อายุ 30 ปี โดนยิงเข้าบริเวณใบหน้าทะลุ และเฉียดบริเวณกกหูได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่พยายามมาขอคืนดีแฟนสาว ก่อนโต้เถียงและมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่แฟนสาวที่บาดเจ็บไม่ยินยอม ผู้ก่อเหตุเลยบันดาลโทสะตบฝ่ายหญิงไปหนึ่งครั้ง จากนั้นเพื่อนๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะได้ห้ามปราบ ฝ่ายชายจึงเดินออกจากร้านไป

จากนั้นเพียงไม่กี่นาที ขณะฝ่ายหญิงยังนั่งรับประทานอาหารอยู่ ได้มีอาวุธปืนลอดมาทางช่องไม้ตรงกับผู้บาดเจ็บนั่ง คนร้ายได้ยิงออกมา 1 นัด เข้าบริเวณใบหน้าทะลุ และเฉียดบริเวณกกหูได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุคือ นายเอกพล ชูวงค์ อายุ 27 ปี อดีตแฟนหนุ่ม โดยสาเหตุมาจากความหึงหวง โดยทั้งคู่เคยอยู่กินกันและทะเลากันบ่อยครั้ง ทำให้ฝ่ายหญิงพยายามจะตีตัวออกห่าง จนฝ่ายชายไม่พอใจ และพยามยามตามง้อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธจึงมาก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ขอศาลอนุมัติหมายแฟนหนุ่มมือปืนโหดแล้ว

ลูกพี่ข้าใครอย่าแตะ! จับแล้ว ยิงถล่มหน้าวัด อริเจ็บ 2 รับแค้นแทน ‘เสี่ยโป้’ ถูกโพสต์ตำหนิ

ยิงถล่มหน้าวัด จากกรณีกลุ่มคนร้ายประมาณ 20 คน ไล่ยิงกลุ่มคู่อริจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายวิทยา บัวเทศ อายุ 40 ปี และ นายพิชิต ม่วงงาม อายุ 40 ปี เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ซอยเพชรเกษม 48 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. กลางดึกวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ 1 ในกลุ่มผู้เสียหายตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจากพี่ชายไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิเสี่ยโป้เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่ายกายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน ส.ป.ป.ลาว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว หนีตายวุ่น! ยิงถล่มวัยรุ่น หน้าวัดจันทร์ประดิษฐาราม หลังเม้นต์เดือดเฟซ “เสี่ยโป้”

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 ฝ่ายสืบสวนสน.ภาษีเจริญ และชุดสืบสวน บก.น.9 ร่วมกันแถลงจับกุม นายวรรลภ หรือขัน มณีธีรพงศ์ อายุ 24 ปี และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 10 นัด อาวุธปืนสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 5 นัด

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สน.ภาษีเจริญ ร่วมกับ กก.สส.บก.น.9 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และหาเบาะแสจนทราบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุคือ นายเล้ง นายแบงค์ นายกู๋ นายวรรลภ และ นายเอ พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ และสืบทราบว่า นายวรรลภ กับ นายเอ หลบหนีมาอยู่บริเวณกลางซอยเพชรเกษม 48 แยก 4-7 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ที่นำไปทิ้งไว้ที่บริเวณท้ายซอยเพชรเกษม 58

จากการสอบสวน นายวรรลภ ให้การปฏิเสธ ส่วน นายเอ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ร่วมก่อเหตุใช้ปืนยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นที่บริเวณหน้าวัดจันทร์ประดิษฐารามจริง สาเหตุเกิดจากมีการท้าทายกันในเฟซบุ๊ก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจาก 1 ในผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่างกายที่ สปป.ลาว นั้น

นายเอ ให้การว่าเสี่ยโป้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตนรู้สึกโกรธแค้นแทนเสี่ยโป้ เนื่องจากคู่กรณีไปโพสต์ตำหนิลูกพี่ จึงพาพวกไปยิงถล่มดังกล่าว พนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลที่มาของอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก เพราะจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นเจ้าของปืน รวมทั้งติดตามจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี และยังไม่เชื่อคำให้การผู้ต้องหาว่าลงมือทำเพราะโกรธคู่กรณีแทนเสี่ยโป้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวใหญ่ขับกระบะเฉี่ยวเก๋ง หมุนฟาดจยย. 2วัยรุ่นเจ็บ หนุ่มอ้างคร่อมเลนมาชน

กระบะเฉี่ยวเก๋ง / เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 ก.พ. ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถชนกันหลายคันบริเวณหน้าโรงงาน ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านแบงค์ออโต้คาร์ ถนนแพ่งน้อยไม้ ใกล้เคียงปั๊มเอสโซ่ เส้นทางมุ่งหน้าตลาดนานาเจริญ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ฌษ 6028 กรุงเทพมหานคร สีเงิน สภาพหน้ารถเสียหายเล็กน้อย ล้อด้านหน้าฝั่งคนขับบิดเบี้ยว ห่างกันเล็กน้อย พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีเขียว ทะเบียน ญร4620 อยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ากระจกแตก ถุงลมนิรภัยพุ่งออกมา

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Kawasaki สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ฬนป 476 ล้มใกล้ที่เกิดเหตุ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ นางสาว ฐปนัท ปุยฤทธิ์ อายุ 19 ปี และ นาย ครุฑธา ทองเพชร อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัคป่อเต็กตึ๊ง ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลภูมิพล

จากการสอบถาม น.ส.พัชราภรณ์ แสงรัศมี อายุ 55 ปี คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนขับรถมาจากวัดลาดสนุ่นเพื่อที่จะกลับบ้าน ในขณะนั้นรถคันสีเขียวขับสวนมาจังหวะนั้นก็เฉี่ยวกันแล้วก็แฉลบไปโดนรถจักรยานยนต์ชนจนเสียหลักเกิดเหตุดังกล่าว

ด้านและนายพิพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี คนขับรถเก๋ง เล่าว่า ตนขับรถมาจากฟ้าครามเพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน ตนก็ขับรถมาปกติเห็นรถกระบะขับรถคร่อมเลนมา จึงเกิดการเฉี่ยวกันขึ้นจนเกิดเหตุ

ขณะที่ ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ ได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้ประสานรถยก เพื่อมาเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นผิวการจราจรนำไปเก็บไว้ที่สภ.คูคต ก่อนที่จะเชิญผู้ขับรถทั้ง 2 ไปสอบปากคำเพิ่ม รวมทั้งตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อหาตัวคนผิดก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

หนุ่มเพิ่งซื้อเก๋งมือสองได้ชั่วโมงเดียว ซิ่งกลับบ้าน ชนคนเดินข้ามถนนคาที่

ชนคนเดินข้ามถนนคาที่ / เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนคนเดินข้ามถนนเสียชีวิต บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลสามโคก ถนนปทุมธานี-บางปะหัน (มุ่งหน้าปทุมธานีทางหลวงหมายเลข 347) ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพนายยอดชาย ศิริจันโท อายุ 41 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.สระแก้ว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด สภาพศพมีบาดแผลหลายแห่ง ข้อเท้าขาดกระเด็น นอนอยู่กลางถนนหน้าโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย

ห่างกันประมาณ 200 เมตร บนสะพานข้ามคลองบ้านพร้าว พบรถเก๋งยี่ห้อนิสัน รุ่นเซฟิโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 ว 9047 กรุงเทพมหานคร สภาพรถข้างซ้ายกระจกมองข้างแตก และชิ้นส่วนรถหลุดกระเด็นออกไป มีนายศิวกร นิยมทอง อายุ 22 ปี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

จากการสอบสวนให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ถึง 1 ชั่วโมง เพิ่งเดินทางไปซื้อรถยนต์คันนี้ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ราคา 93,000 บาท และกำลังจะขับกลับบ้านในกรุงเทพมหานคร ขณะกลับมาถึงที่เกิดเหตุเห็นคนวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถอย่างกะทันหัน ทำให้เบรกรถไม่ทันจึงชนอย่างเต็มที่จนเสียชีวิตดังกล่าว

ร.ต.อ.วรภัค จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนนำตัวคนขับรถเก๋งไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.สามโคก ต่อไป

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว เรียกไปส่งที่หมายกลับจ้างไปส่งอีกที่ต่อ แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ ค้นกระเป๋าเจอยาไอซ์

หนุ่มแกร็บไบก์ วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.กฤช กัญชนะ ผกก.สน.เตาปูน ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.เตาปูน ร่วมกันจับกุม น.ส.นราทิพย์ ชวดพงษ์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 0.62 กรัม และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาไอซ์ โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ แห่งหนึ่ง ย่านเตาปูน กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีซึ่งเป็นหนุ่มแกร็บไบก์ ว่า ได้มีลูกค้าเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นแกร็บให้ไปรับหญิงสาว ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว เมื่อไปถึงจึงพบหญิงสาวคนดังกล่าว และได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่บริเวณหน้ากองปราบปราม จึงคิดราคาค่าโดยสาร 80 บาท

จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างอีกครั้งให้ไปส่งย่านบรมราชชนนี 44 เขตตลิ่งชัน โดยนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ระหว่างทางพบหญิงคนดังกล่าวมีท่าทางพิรุธ ต้องสงสัยคล้ายคนติดยาเสพติด และเหมือนมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จากนั้นหนุ่มแกร็บไบก์จึงออกอุบายทำทีขอเข้าห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน

ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่หญิงสาวพยายามเดินเบี่ยงหลบหนี จึงควบคุมตัวไว้และตรวจสอบค้นพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน สอบปากคำขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ของใคร? พบกัญชา 300 กิโล มูลค่าเกือบ 2 ล้าน ถูกทิ้งข้างไร่มัน เมืองกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.พ. นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายพูนเพิ่ม พรไตรศักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.ปริญญา คำเจริญ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เอกกฤต กัลยาสนธ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สีหนาท จันทร์เหลือง สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบกัญชาบริเวณท้ายหมู่บ้านคำบอน ม.7 ต.กลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้นำกระสอบมาทิ้งไว้จำนวนมาก คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด

ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบกระสอบหัวอาหารปลา 7 กระสอบวางกระจัดกระจายอยู่ข้างต้นกล้วยหลังโรงงาน กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ติดกับไร่มันสำประหลังของชาวบ้าน ตรวจสอบข้างในพบกัญชาอัดแท่งกระสอบละ 44 แท่ง รวมทั้งหมด 306 แท่งหรือน้ำหนัก 306 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1,800,000 บาท จึงยึดไว้ตรวจสอบ

สอบถามชาวบ้านที่พบเห็นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลับมาจากทำบุญที่วัดและมาพบกระสอบหัวอาหารปลาถูกทิ้งไว้ข้างไร่มันสำปะหลัง ซึ่งสอบถามแล้วไม่มีใครเป็นเจ้าของ ชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ กระทั่งพบว่าเป็นกัญชา

นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ากัญชาทั้งหมดน่าจะมีขบวนการลักลอบขนย้ายเข้ามาส่งให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ หรือใช้เป็นทางผ่านไปส่งให้กับลูกค้าในภาคอีสาน คาดว่าน่าจะใช้เส้นทางสมเด็จ-กาฬสินธุ์ แต่ระหว่างการขนย้าย คนร้ายอาจจะพบเห็นด่านตำรวจ และด่านตรวจชุมชน หรืออาจจะพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงตกใจก่อนจะเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านและทิ้งกระสอบกัญชาจำนวนมากไว้แล้วหลบหนีไป

ขณะที่ พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางมาตรวจสอบ พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย โดยการเช็กภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆว่าสามารถจับภาพรถยนต์ต้องสงสัยได้หรือไม่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะตื่นตกใจกลัวอะไรบ้างอย่างจนทิ้งกัญชาไว้แล้วรีบหนีไป