หนุ่มซิ่งเก๋งปาดขวางรถพยาบาล เปิดกระจกโชว์กร่าง เถียงกลับเสียงอ้อแอ้ “เมาแล้วไง”

หนุ่มซิ่งเก๋งปาดหน้าจงใจขวางรถพยาบาล ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เปิดกระจกโชว์ความกร่าง ถามลั่น “เมาแล้วไง” ชาวเน็ตจวกไร้สำนึก

(24 ต.ค.63) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปภาพ หนุ่มอายุประมาณ 30-35 ปี โต้เถียงกับรถพยาบาลลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมระบุข้อความว่า “เวลาประมาณ 00.20 น. ถนนเส้น รพ.บุรีรัมย์ มานิตย์เมืองใหม่ รถรีเฟอร์ รพ.ลำปลายมาศขณะส่งคนไข้ strok fastrack ขากลับมีรถโตโยต้าวีออสขับแซงอยู่ข้างหน้ารถรีเฟอร์ พนักงานขับรถจึงตีไฟเพื่อขอทาง พอรถรีเฟอร์ชิดขวารถคันหน้าก็ชิดขวา พอรถรีเฟอร์ตีไฟเลี้ยวชิดซ้ายรถคนหน้าก็ชิดซ้ายเพื่อขวาง ครั้งแรกเราคิดว่าคงแค่บังเอิญเขาอาจจะเข้าใจผิด แต่เปล่าเลยไม่ว่าจะชิดซ้ายหรือขวาเขาก็ขับขวางหน้าเรา เห็นท่าไม่ดีเราจึงหยิบมือถือขึ้นมา ตามภาพในวิดีโอ คนขับดูเมาและไม่มีการขอโทษหรือรู้สึกผิดแต่อย่างใด #ให้ทางเท่ากับให้ชีวิต #สวัสดีคะคุณตำหนวด ทะเบียนรถไม่ชัดซูมได้นะคะ”

ซึ่งคลิปดังกล่าวทำให้โลกโซเชียลในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสภาพคนขับรถเก๋ง มีอาการเมาอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับโต้เถียงกับพยาบาล แบบไม่สำนึกผิดกับคำว่า “เมาแล้วไง”

จากการสอบถามพนักงานขับรถคือ นายเฉลิมวุฒิ อายุ 35 ปี พนักงานขับรถพยาบาลของโรงพยาบาลลำปลายมาศ ได้ออกมาระบุว่า ตนกับพยาบาล ได้รับมอบหมายไปส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ขากลับเวลาประมาณ 00.20 น.ได้มีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ขับช้าๆ แช่ขวาอยู่ด้านหน้า จึงเปิดไฟให้หลีก แต่ไม่ยอมหลบรถให้ จึงเปิดไฟกะพริบ แต่ไม่เปิดเสียงไซเรน เพื่อให้รู้ว่าเป็นรถพยาบาล เมื่อตนจะแซงซ้าย รถคันดังกล่าวก็กลับมาเลนซ้าย ลักษณะก่อกวนไปมาหลายครั้ง

สุดท้ายคนขับรถเก๋งก็จอดข้างทาง แล้วลดกระจกลง พยาบาลในรถจึงสอบถามว่า”เมาหรือเปล่า พี่รู้ไหมว่าเป็นรถพยาบาล”คนขับรถเก๋งซึ่งอายุประมาณ 30-35 ปี ตอบมาด้วยเสียงอ้อแอ้ว่า “รู้ เมาแล้วไง” เมื่อตนบอกไปว่าหน้ารถมีกล้อง (กล้องเสีย) ก็ได้รับคำตอบอีกว่า “ไม่สนใจ” จึงขับรถแยกย้ายกันไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะคนขับมีอาการเมาอย่างเห็นได้ชัด การขับรถในลักษณะดังกล่าว เป็นอันตรายอย่างมากกับคนสัญจรไปมาทั่วไป ซึ่งมีโอกาสเกิดโศกนาฎกรรมขึ้นได้แบบไม่คาดคิด

ไอ้หื่นเมายาบ้า บุกร้านของชำ ทำอนาจารเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ญาติช่วยกันจับได้คาหนังคาเขา

วันที่ 10 ตุลาคม 2563 พ.ต.ท.อุฤทธิ์ ขรรค์แก้ว สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุเด็กถูกอนาจารโดยญาติสามารถจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้ที่ร้านค้าจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ แห่งหนึ่ง ใน ต.คลองวาฬ จึงรีบไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ต.เจน ถาวร สารวัตรสืบสวน พ.ต.ต.ปรีชา บุญเกตุ สารวัตรปราบปราม นายมาโต โตทอง กำนันตำบลคลองวาฬ และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยสว่างประจวบธรรมสถาน โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัยสองชั้น ที่บริเวณหน้าบ้านต่อเติมเป็นร้านของชำ ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงชนบทสาย ปข.1039 หมู่ 5 บ้านห้วยใหญ่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ถูกญาติจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายณัฐชัย ภู่ระย้า อายุ 42 ปี สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนขวาสีน้ำตาล ท่อนล่างเปลือยเปล่า โดยมีผ้าขาวม้าปิดบังส่วนล่าง และใช้เป็นเครื่องพันธนาการผูกมือไขว้หลัง นอนลงกับพื้นกลางร้านค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานตำรวจคลองวาฬ ส่วนผู้เสียหายเป็นเด็กหญิง อายุ 10 ขวบ อาสาสมัครกู้ภัยสว่างประจวบธรรมสถาน ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยได้รับบาดเจ็บที่บริเวณอวัยวะเพศมีเลือดไหลออกมา

จากการตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใกล้ร้านค้า พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีน้ำเงินดำ ซึ่งเป็นรถของนายนายณัฐชัย ผู้ต้องหา จอดอยู่ โดยที่รถรถจักรยานยนต์มีผ้าคลุมปิดป้ายทะเบียนไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่รถ พบยาบ้าจำนวน 2 เม็ดครึ่ง อยู่ในถุงผ้า เก็บไว้ภายในกล่องพลาสติก ซุกไว้ที่หน้ารถด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐชัย รับว่า ได้ดื่มสุรากับเพื่อนที่บ้านพัก ในตำบลบ่อนอกทั้งวัน ตั้งแต่เมื่อวาน กระทั่งช่วงเช้ามืดได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมาหาญาติที่ตำบลคลองวาฬ เพื่อมาขอยืมเงินจากญาติในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ โดยได้หยุดแวะที่ร้านของชำเพื่อซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง เมื่อเข้าไปในร้านไม่พบคนขาย จึงได้เดินเข้าไปภายในร้าน พบเด็กหญิงสองคนนอนหลับอยู่บนพื้น จึงเข้าไปลูบคลำตัวเด็กหญิงคนตัวเล็กอายุ 10 ขวบ โดยมีพี่สาวอายุ 20 ปี นอนอยู่ข้าง ๆ เกิดมีอารมณ์ขึ้นมาทันที จากนั้นจึงใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ และมีเลือดไหลออกมา และใช้มือปิดปากเด็กเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง ขณะเตรียมประกอบกามกิจ พ่อของเด็กได้เดินออกจากห้องน้ำมาพอดี และเห็นเหตุการณ์เข้า จึงรีบเข้าจับตัวไว้พร้อมร้องเรียกญาติพี่น้องภายในบ้านมาช่วยกันจับตัวไว้ด้วย โดยผู้ต้องหาพยายามดิ้นต่อสู้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นาน จนสิ่งของใกล้เคียงตกกระจัดกระจาย กระทั่งสามารถจับผู้ต้องหาไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาพบเป็นสีม่วง จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา บุกรุกเคหะสถาน เสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) แอมฟาตามีน และครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฏหมาย และกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี นำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีต่อไป

แห่แชร์คลิปหญิงเสื้อเหลือง ง้างแขนเตรียมใช้ร่มฟาดสาวรุ่นลูกบนสถานีรถไฟฟ้า

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากแชร์คลิปที่ผู้หญิงรายหนึ่งถ่ายคลิปหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อสีเหลืองที่กำลังง้างแขนถือร่มจะฟาดตนบนสถานีรถไฟฟ้าสยาม หน้าร้านขาย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.)
ในคลิปจะเห็นว่าหญิงคนดังกล่าวบอกว่าห้ามอัดคลิปตน ทั้งยังง้างมือที่ถือร่ม คล้ายกับจะฟาดผู้ที่อัดคลิป ซึ่งผู้ถ่ายคลิปกล่าวว่า หญิงคนนี้ด่าตนว่า “เสนียด” ขณะซื้อตั๋วรถไฟฟ้า
หญิงเสื้อเหลืองตอบกลับว่าแล้วจะรับคำด่าทำไม ทำให้ผู้อัดคลิปพูดว่าเห็นหญิงเสื้อเหลืองส่งเสียงและมองมาทางตน ตนจึงต้องมองกลับโดยอัตโนมัติ 
“เดี๋ยวนะคะ ก็คือหันมาพูดใส่หน้า ก็ต้องมองสิว่าใครเป็นคนพูด” ผู้อัดคลิป กล่าวในคลิป
หญิงเสื้อเหลืองจึงตอบอีกว่า แล้วจะมองมาที่ตนทำไม พร้อมกับชักคนร่มออกมาจะฟาดใส่ผู้อัดคลิป แต่มีชายคนหนึ่งเข้ามาห้ามไว้ ทำให้ผู้อัดคลิปพูดว่า 
“เอาเลยค่ะ แสดงความต่ำของคุณออกมา” ก่อนจะถามอายุหญิงเสื้อเหลือง ซึ่งหญิงเสื้อเหลืองตอบว่าอายุรุ่นแม่ของผู้อัดคลิป ทำให้ผู้อัดคลิปตอบกลับไปว่าแม่ตนเสียแล้ว จะไปตามแม่ของตนหรือไม่ หญิงเสื้อเหลืองสบถคำหยาบคายออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปในรถไฟฟ้า ผู้อัดคลิปจึงอวยพรให้คำทุกคำที่พูดออกมาย้อนกลับไปหาตัวเอง
ทันใดนั้น หญิงเสื้อเหลืองจึงหันกลับมาและทำท่าจะเอาร่มฟาดผู้อัดคลิปอีก จนทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นส่งเสียงห้าม และตะโกนด่าทอขณะที่หญิงเสื้อเหลืองเดินหันกลับเข้าไปในขบวนรถไฟฟ้า แต่ระหว่างนั้นหญิงรายนี้ก็ทำท่ายกเท้าขึ้นมาจะเตะผู้อัดคลิปอีก ก็ยิ่งทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์ตะโกนห้าม ก่อนจบคลิปในท้ายที่สุด

หนุ่มดึงอดีตแฟนสาวนั่งตักเคลียร์หัวใจบนรถ สุดท้ายลั่นไกยิงหัว ตายตามกัน 2 ศพ

(11 ต.ค.62) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.ชาคริต กวีมูล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่หอพักแห่งหนึ่ง บนถนนชาญสินธุ์ ต.บึงการ อ.เมืองบึงกาฬ
ที่เกิดเหตุบนลานจอดรถหอพักพบรถเก๋งยี่ห้อ ซูซูกิรุ่นสวิฟท์ สีเขียว จอดอยู่ในสภาพติดเครื่องยนต์ บริเวณหน้าร้าน
ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ในที่นั่งคนขับพบผู้บาดเจ็บหายใจรวยรินอยู่ 2 คน ทราบชื่อ นายธเนศ อายุ 30 ปี อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองบึงกาฬ ช่วยงานฝ่ายทะเบียนราษฎร์ และ นางสาวเอมอร อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่จัดไฟแนนซ์ของบริษัทธนาคาร สภาพศพฝ่ายหญิงสวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดสีเหลือยูนิฟอร์มธนาคารกรุงศรีอยุธยานั่งบนตักฝ่ายชาย ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าที่เหนือหูขวาทะลุขมับซ้าย
ส่วนฝ่ายนายธเนศ ใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดกรมท่าแขนสั้นถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณในรถ ที่มือด้านขวาของนายธเนศ ทำปืนพกสั้นยี่ห้อซิกซาวเออร์แม๊กกาซีน  มีกระสุนถูกยิงไปแล้ว 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บปลอกกระสุนไว้ 2 ป ตกในรถไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายธเนศร์ ได้มาป้วนเปี้ยนด้านหน้าหอพักหลายวัน มีคนถามตอบว่ามาแอบดูแฟนว่าจะไปทำงานกับหนุ่มคนไหนหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนฝ่ายชายเล่าว่า ทั้งสองคนคบหากันมานาน แต่มาระยะหลังฝ่ายหญิงได้ลาออกจากการทำงานที่ธนาคารออมสิน มาทำงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ฝ่ายรับจัดไฟแนนซ์ได้ 1 เดือน ประกอบกับผู้ตายเป็นคนสวยหน้าตาดี จึงมีหนุ่มๆ มาติดพัน ทำให้ฝ่ายชายเกิดความหึงหวงบอกเลิกฝ่ายหญิงไปก่อนหน้านี้ แต่ด้วยยังรักและหึงหวงจึงแอบติดตามดูความเคลื่อนไหวฝ่ายหญิงตลอด และกลับไปง้องอนขอคืนความรักเหมือนเดิม แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมเล่นด้วย จึงทำให้ฝ่ายชายเกิดความหึงหวงและบันดาลโทสะะชักปืนออกมายิงฝ่ายหญิงจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนจะยิงตัวเองตามตามแต่ยังหายใจรวยรินอยู่ ถูกพลเมืองดีหามส่ง รพ.บึงกาฬและเสียชีวิตในเวลาต่อมาดังกล่าว

ขนลุกแทน! มอเตอร์ไซค์ชนลัมโบร์กีนี สุดท้ายจบด้วยดี ฝ่ายรถหรูรับผิดชอบค่าเสียหาย

วานนี้(30 ก.ย.) ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพอุบัติเหตุจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tavon Singto เป็นภาพรถหรูลัมโบร์กีนี สีน้ำเงิน ชนกับจักรยานยนต์ Yamaha M-Slaz สีดำ เหตุเกิดบริเวณปากซอยประชาอุทิศ หน้าร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว โดยชาวเน็ตจำนวนมากต่างฮือฮากับภาพดังกล่าว เพราะค่าเสียหายที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเงินที่สูงมาก โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า

“เกิดเหตุ​ ว40​ หน้า​ the pimp เบื้องต้นประสานงาน​ 1669 เรียบร้อย”

ก่อนที่ในเวลาต่อมา ผู้โพสต์จะมาเขียนข้อความอธิบายเหตุการณ์เพิ่มเติม โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายสามารถเคลียร์กันได้ลงตัว โดยชาวจีนที่เป็นเจ้าของรถลัมโบร์กีนี เป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าเสียหาย และค่าซ่อมให้กับฝ่ายจักรยานยนต์ ข้อความระบุว่า

เกิดเหตุ​ ว40​ หน้า​ The pimp ปากซอยประชาอุทิศ รถจักรยานยนต์​ M slaz พุ่งชน Lamborghini Aventador ผู้ขับรถเป็นชาวจีน​ 2 คน ส่วนน้องคนขี่มอเตอร์ไซค์ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้าย เบื้องต้นประสานงาน​ 1669 เรียบร้อย

ปล. สรุปให้เล็กน้อยนะครับ​ ว่าทางพี่ตำรวจ สน.วังทองหลาง​ มาจุดเกิดเหตุ​ ให้ทางฝ่ายรถใหญ่เรียกประกันมารับผิดชอบคู่กรณี​ ดูแลเรื่องค่าซ่อมรถ​มอเตอร์ไซค์ ค่ารักษาพยาบาล จบลงด้วยดีครับ

รถไฟขยี้ร่างหนุ่ม 19 ดับคาราง ศพสภาพแหลกเหลว อวัยวะกระเด็นไปคนละทาง

สยดสยอง รถไฟขยี้ร่างหนุ่ม 19 ดับคาราง ศพสภาพแหลกเหลว ชิ้นส่วนอวัยวะกระเด็นไปคนละทิศทาง

เมื่อเวลา 03.05น. (27 ก.ย.63) พ.ต.ท.ณัฐพันธ์ เดชพลกรัง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.หนองบัวโคก จังหวัดชัยภูมิ รับแจ้ง ว่ามีเกิดอุบัติเหตุ รถไฟชนคนเสียชีวิต ที่บริเวณทางข้ามรางรถไฟ หลัง โรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ตำบลบ้านขาม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์โรงพยาบาลอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ และ หน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมอำเภอจัตุรัส ที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์กระจัดกระจายเกลื่อนเต็มรางรถไฟ

ใกล้กันยังพบร่างผู้เสียชีวิตไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ สภาพแหลกไปทั้งตัว แขนขาคอขาด ทราบต่อมาชื่อ นายอดิเทพ อายุ 19 ปี ห่างออกไปบริเวณข้างทางรถไฟยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีแดง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ข้างทางรถไฟ

ต่อมาทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐพันธ์ เดชพลกรัง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.หนองบัวโคก จังหวัดชัยภูมิ ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมจะเชิญญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตมาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุการณ์เกิดเหตุในครั้งนี้ และจะตรวจสอบรถไฟขบวนที่ชนว่าเป็นขบวนไหน พร้อมกับนำร่างผู้เสียชีวิตส่งให้ทางโรงพยาบาลอำเภอจัตุรัส เพื่อชันสูตรว่าผู้เสียชีวิตมีแอลกอฮอล์หรือมีสารเสพติดในร่างกายหรือไม่ ซึ่งจะมีการนำญาติผู้เสียชีวิตมาให้รายละเอียดก่อนที่นายอดิเทพจะมาถูกรถไฟทับร่าง เพื่อสอบสวนว่าเป็นอุบัติเหตุหรือมีประเด็นอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่

มอบตัวแล้ว “ตำรวจหญิง” บุกยิงสาวดับคาวัด สารภาพเคยคบกัน-ทะเลาะเรื่องทรัพย์สิน

ส.ต.ต.หญิง มอบตัวแล้ว หลังก่อเหตุอุกอาจ บุกยิงแม่ค้าสาวดับคาวัดขณะใส่บาตร ปมผู้ตายทวงทรัพย์สินที่ให้คืน

จากกรณีสะเทือนขวัญ นางสาวลินลดา อายุ 39 ปี แม่ค้าขาย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว เป๋าออนไลน์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิง ขณะใส่บาตรที่วัดนิมมานรดี เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ เชิญตัว นางสาวมณีรัตน์ อายุ 52 ปี แม่บ้านของผู้ตาย เปิดเผยว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ชัดเจน พบเพียงคนร้ายใช้ปืนยิงนายจ้างของตัวเองอย่างอุกอาจ ส่วนสาเหตุการสังหารไม่ทราบคือเรื่องใด และไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายคือเพศชาย หรือหญิง โดยที่ผ่านมาผู้ตายมักมาทำบุญที่วัดนิมมานรดีเป็นประจำ

ขณะที่ นายเนินตรี วินจักรยานยนต์ ภายในวัดนิมมานรดี เล่าว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่จากการสอบถามข้อมูลจาก เด็กวัด เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้ก่อเหตุมีปากเสียงกัน ขั้นรุนแรง ก่อนที่คนร้ายจะลงมือเหนี่ยวคอของผู้ตาย แล้วใช้ปืนจ่อยิงจนล้มลง ต่อหน้าพระสงฆ์ที่กำลังรอรับบาตร บริเวณหน้าพระอุโบสถ ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับผู้ตาย

จากข้อมูลทราบว่าผู้ตายมักจะเดินทางมาทำบุญในช่วงเช้าอยู่เป็นประจำ หรือ บางครั้งก็จะมากับคนใกล้ชิด และมีการพูดถึงมูลเหตุจูงใจว่ามาจากเรื่องชู้สาว ส่วนข้อเท็จจริงตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และข้อมูลภายในวัดไปหมดแล้ว

ทางด้าน พระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดนิมานรดี ได้ให้ข้อคิดว่า ในพื้นที่วัด เป็นเขตอภัยทาน คนก่อเหตุจะต้องรู้ได้ด้วยตนเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งการกระทำของคนก่อเหตุเหมาะสมหรือไม่ ส่วนจะผิดหรือถูกอย่างไร ทางพระไม่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของทางโลก เนื่องจากวิบากกรรมแต่ละคนไม่สามารถที่จะไปกำหนดได้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ได้รับมอบตัว ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ (สงวนนามสกุล) สังกัดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่เป็นผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปยัง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวมาสืบสวนขยายผลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ด้าน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผู้กำกับการ สภ.ศรีประจันต์ เปิดเผยว่าครอบครัวของ  ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ ได้นำบุตรสาวเข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.ศรีประจันต์ จะประสานส่งตัวให้ ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ เพื่อมาดำเนินคดี ในฐานความผิดฆ่าคนตาย

จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า หลังก่อเหตุยิงนางสาวลินลดา วัย 39 ปี เสร็จได้ขับรถหลบหนีไปยังบ้านเกิด ก่อนที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง ครอบครัวจึงพาผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว โดยสาเหตุรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้อยู่กินกับผู้ตายที่แฟลตตำรวจ แต่ระยะหลังมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ถึงขั้นมีการทวงทรัพย์สินที่ผู้ตายให้คืน และข่มขู่จะนำเรื่องทรัพย์สินไปเปิดเผยให้ผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตร หากไม่คืน ทำให้ผู้ก่อเหตุวิตกจริต เครียดกับเรื่องราวทั้งหมด จนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ทั้งสองได้นัดมาเจอกันเพื่อเจรจาคืนทรัพย์สินในวันที่ 22 กันยายน 2563 กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ชาวเน็ตถาม “ไปโดนตัวไหนมา?” หนุ่มขี่จยย.ท่าเยอะสุดหวาดเสียว เจอตัวอ้างป่วยทางสมอง

ตำรวจ สภ.แปลงยาว เจอตัวชายขับรถโชว์เสียว เจ้าตัวรับทำจริง อ้างเพราะป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง

จากกรณีเฟซบุ๊ก พ่อเบิร์ดคาร์บอนกับน้องต้าอิง ได้โพสต์คลิปชายคนหนึ่งกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีลักษณะคล้ายการโชว์กายกรรมผาดโผน บนถนนแปลงยาว ก่อนถึงโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าของคลิปยังได้พูดอีกว่า รบกวนตำรวจ สภ.แปลงยาว ช่วยตรวจสอบด้วย

ล่าสุด (22 ก.ย.63) อีจันได้ติดต่อไปยัง ร.ต.อ.ฉันทวัฒน์ โคตรโยธา ตำรวจ สภ.แปลงยาว เผยว่า เบื้องต้น ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบที่บ้านผู้ก่อเหตุแล้ว พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นชายคนในคลิปดังกล่าวจริง พร้อมอ้างว่า ตนเคยประสบอุบัติเหตุ ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทำให้มีอาการป่วย ซึ่งญาติก็ยืนยันว่า ชายคนดังกล่าวมีอาการป่วยจริง

ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานทางการรักษาเกี่ยวกับอาการป่วย หากพบว่ามีอาการป่วยจริง ก็ต้องเรียกผู้ปกครองมาพบ เพื่อทำข้อตกลงให้ดูแลชายคนนี้ แต่ถ้าพบว่า เป็นการกระทำผิด ก็จะมีการแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้น ได้ทำการยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาไว้ที่ สภ.แปลงยาวแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.63) พ.ต.ท.สนั่น คงรัตน์ รอง ผกก.สภ.แปลงยาว จะเชิญตัวผู้ก่อเหตุพร้อมผู้ปกครอง เพื่อมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมต่อไป

แห่ชื่นชม แพทย์หญิง-พยาบาล มาเที่ยวเขาค้อคนละคณะ พร้อมใจโดดช่วยคนถูกรถชน

แพทย์หญิงและพยาบาล พร้อมใจกระโดดข้ามแบริเออร์ไปช่วยเหลือคนแก่ถูกรถชน ทั้งที่มากันคนละคณะ แม้ไม่สามารถยื้อชีวิตคนเจ็บไว้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ก.ย.) ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์ที่มีแพทย์หญิงและพยาบาล กระโดดข้ามแบริเออร์ลงไปช่วยคุณยายรายหนึ่งถูกรถชน ท่ามกลางสายฝน แม้จะไม่สามารถยื้อชีวิตคนเจ็บไว้ได้ แต่ก็ชื่นชมที่ทั้งสองคนซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อนและอยู่ระหว่างมาเที่ยวเขาค้อ แต่ด้วยจรรยาบรรณก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือคนเจ็บ

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊กคนดังกล่าว ทราบชื่อ คือ น.ส.น้ำหวาน อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารครัวเขาค้อ ตั้งอยู่ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ข้างร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณเที่ยงกว่าๆ ขณะที่พยาบาลทั้งสองท่านมาเที่ยวเขาค้อและมารับประทานอาหารที่ร้าน แต่พยาบาลทั้งสองท่านมาคนละคณะไม่รู้จักกัน และนั่งคนละโต๊ะ ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่นั้น ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนขณะกำลังเดินข้ามถนน

แพทย์และพยาบาลทั้งสองท่านที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับครอบครัว ต่างก็วิ่งออกไปพร้อมๆ กัน โดยไม่ได้นัดหมาย กระโดดข้ามแบริเออร์ที่กั้นเกาะกลางถนนแล้วไปช่วยคนที่ถูกรถชน ซึ่งเป็นหญิงสูงอายุ มีอาการสาหัสต้องปั๊มหัวใจตลอด ต่อมารถอาสามูลนิธิได้มาถึงที่เกิดเหตุและรับผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลเขาค้อ แต่พยาบาลทั้งสองท่านก็ยังขึ้นรถปั๊มหัวใจไปบนรถจนถึงโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตนจึงให้แฟนขับรถยนต์ตามไปรับพยาบาลทั้งสองท่านกลับมาที่ร้าน แต่อาหารที่สั่งไว้รับประทานได้เพียงนิดเดียว ประกอบกับเป็นเวลานาน ตนจึงทำให้ใหม่ พร้อมทั้งขอเลี้ยงโดยไม่เก็บเงินเพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีของพยาบาลทั้งสองท่าน ที่วิ่งออกไปช่วยผู้บาดเจ็บทั้งๆ ที่ในขณะนั้นฝนตกหนักด้วย หลังจากนั้นจึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อชื่นชมทั้งสองท่าน

2 หนุ่มขับซาเล้ง อ้างตัวเป็นพนักงานไฟฟ้า แอบขโมยตัดสายไฟ

2 คนร้ายสุดแสบ อ้างเป็นพนักงานการไฟฟ้า ย่องขึ้นหลังคาบ้านประชาชนตัดสายไฟ

ร.ต.อ.พิชัย เรืองสุขสุด รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายลักลอบตัดสายไฟ ที่บริเวณริมถนนพัทยาใต้สายสาม หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ตัดสายไฟแล้วบรรทุกใส่ในรถพ่วงซาเล้ง ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก สีขาว 2 กภ 2754 ชลบุรี แล้วขับหลบหนีไป พลเมืองดีไล่ติดตามไป ผู้ก่อเหตุ 2 คนเห็นท่าไม่ดี จึงโยนสายไฟทิ้งใส่ผู้ที่ติดตามมา แล้วเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปในป่าภายในซอยบุญสัมพันธ์ 9 แล้วผู้ก่อเหตุได้ทิ้งรถหลบหนีไป จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมตรวจสอบ พบภายในใต้เบาะรถพบเอกสารระบุตัวบุคคล และอุปกรณ์การตัดสายไฟ และอาวุธมีด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถามพลเมืองดีทราบว่า ขณะที่กำลังนอนอยู่นั้น ได้ยินเสียงเหมือนมีคนยืนอยู่บนหลังคา จึงออกมาตรวจสอบพบว่ามีคนร้าย 2 คนกำลังลากสายไฟลงใส่ในรถพ่วง จึงสอบถามทั้งสองคนอ้างว่าเป็นพนักงานการไฟฟ้ามาเก็บงานให้เสร็จ ตนเองไม่เชื่อจึงขอถ่ายรูป แต่ทั้งสองไม่ยินยอมแล้วรีบขับซาเล้งหลบหนี จึงรีบติดตามโดยมีพลเมืองดีอีกหลายคนติดตามมาด้วย ก่อนที่คนร้ายจะทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่าดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาได้ตรวจยึดรถซาเล้งและของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และตรวจสอบเจ้ารถจยย.ที่นำมาดัดแปลงว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป