แจ้งข้อหา เด็กแว้น ซิ่งขวางรถกู้ภัย ทำคนป่วยดับ ยอมรับคึกคะนอง-ไม่ได้ยินเสียง

จากกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพเด็กแว้นคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย บริเวณถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรธานี หน้าโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ขณะเร่งนำผู้ป่วยอาการหนักที่บ้านคำโป้งส่งโรงพยาบาลหนองคาย จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มี.ค. พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้เชิญตัว ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุขับจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย พร้อมพ่อแม่ มาทำการอบรมถึงพฤติการณ์ดังกล่าว และแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 43(8) พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ขับรถเร็วไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และ ขับรถประมาทหวาดเสียว อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้อื่น

จากการสอบถาม ด.ช.เอ กล่าวทั้งน้ำตาคลอและสำนึกผิดว่า วันเกิดเหตุตนขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อหมูปิ้ง ระหว่างทางกลับบ้านเกิดความคึกคะนองอยากลองรถจักรยานยนต์ จึงขับด้วยความเร็วไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ยินเสียงรถกู้ภัยเลย พอถึงสามแยกทางเลี่ยงเมืองจึงเลี้ยวขวากลับบ้าน

“จนได้เห็นข่าวก็รู้สึกเสียใจ สำนึกผิด ผมได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว และอยากขอโทษสังคม ยืนยันว่า จะไม่ทำแบบนี้อีก และจะคอยเตือนสติเพื่อน ๆ ที่คึกคะนองเวลาขับรถจักรยานยนต์แบบผมด้วย” ด.ช.เอ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาต ขับขี่รถให้ปลอดภัยไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อน ญาติพี่น้องก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย หากไปชนคนอื่นก็จะเกิดความสูญเสียต่อผู้อื่นด้วย

พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง อย่าให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีก เด็กแว้นขี่รถไปมาขอความกรุณางดเว้น ตอนนี้กำชับให้ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดกว่านี้ ต้องทำประกันภัยรถด้วยหากเวลาเกิดเหตุจะได้ไม่เสียใจภายหลัง พร้อมกำชับผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้ดีด้วย



หนุ่มง้อสุดโหด ตบแฟนสาว-ชักปืนจ่อยิงเข้าหูกลางร้านอาหาร เผยชนวนเหตุ

หนุ่มง้อสุดโหด / เมื่อคืนวันที่ 28 ก.พ. ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหญิงสาวที่กำลังนั่งรับประทานอาหาร ภายในร้านอาหารชื่อดังข้างร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ริมถนนสายไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองพัทลุง จึงรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเพียงรอยเลือด และหัวกระสุน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อน.ส.อัญธิดา ศรีทองช่วย อายุ 30 ปี โดนยิงเข้าบริเวณใบหน้าทะลุ และเฉียดบริเวณกกหูได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่พยายามมาขอคืนดีแฟนสาว ก่อนโต้เถียงและมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่แฟนสาวที่บาดเจ็บไม่ยินยอม ผู้ก่อเหตุเลยบันดาลโทสะตบฝ่ายหญิงไปหนึ่งครั้ง จากนั้นเพื่อนๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะได้ห้ามปราบ ฝ่ายชายจึงเดินออกจากร้านไป

จากนั้นเพียงไม่กี่นาที ขณะฝ่ายหญิงยังนั่งรับประทานอาหารอยู่ ได้มีอาวุธปืนลอดมาทางช่องไม้ตรงกับผู้บาดเจ็บนั่ง คนร้ายได้ยิงออกมา 1 นัด เข้าบริเวณใบหน้าทะลุ และเฉียดบริเวณกกหูได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุคือ นายเอกพล ชูวงค์ อายุ 27 ปี อดีตแฟนหนุ่ม โดยสาเหตุมาจากความหึงหวง โดยทั้งคู่เคยอยู่กินกันและทะเลากันบ่อยครั้ง ทำให้ฝ่ายหญิงพยายามจะตีตัวออกห่าง จนฝ่ายชายไม่พอใจ และพยามยามตามง้อขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธจึงมาก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ขอศาลอนุมัติหมายแฟนหนุ่มมือปืนโหดแล้ว

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว เรียกไปส่งที่หมายกลับจ้างไปส่งอีกที่ต่อ แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ ค้นกระเป๋าเจอยาไอซ์

หนุ่มแกร็บไบก์ วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.กฤช กัญชนะ ผกก.สน.เตาปูน ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.เตาปูน ร่วมกันจับกุม น.ส.นราทิพย์ ชวดพงษ์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 0.62 กรัม และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาไอซ์ โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ แห่งหนึ่ง ย่านเตาปูน กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีซึ่งเป็นหนุ่มแกร็บไบก์ ว่า ได้มีลูกค้าเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นแกร็บให้ไปรับหญิงสาว ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว เมื่อไปถึงจึงพบหญิงสาวคนดังกล่าว และได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่บริเวณหน้ากองปราบปราม จึงคิดราคาค่าโดยสาร 80 บาท

จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างอีกครั้งให้ไปส่งย่านบรมราชชนนี 44 เขตตลิ่งชัน โดยนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ระหว่างทางพบหญิงคนดังกล่าวมีท่าทางพิรุธ ต้องสงสัยคล้ายคนติดยาเสพติด และเหมือนมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จากนั้นหนุ่มแกร็บไบก์จึงออกอุบายทำทีขอเข้าห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน

ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่หญิงสาวพยายามเดินเบี่ยงหลบหนี จึงควบคุมตัวไว้และตรวจสอบค้นพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน สอบปากคำขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมียช็อก! ผัวพายเรือไปซ่อมไฟ ก่อนเป็นศพถูกไฟชอร์ต ลอยในบ่อปลา

เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ท.ทรงพล ทองทาบ สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง รับแจ้งมีเหตุพบคนถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต ภายในบ่อเลี้ยงปลาหลังโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ หมู่ ที่ 4 ต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างอุทยานธรรมสถานพานทอง

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ่อเลี้ยงปลาและกุ้ง เนื้อที่โดยรอบประมาณ 58 ไร่ แบ่งเป็น 2 บ่อ ในบ่อน้ำพบร่างนายนายอานนท์ ถวายนิล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/38 เขตบางนาเหนือ กทม. สภาพศพแข็งลอยอยู่ในน้ำ มือทั้ง 2 ข้างกำสายไฟและปลั๊กไฟแน่น โดยพบสายไฟโยงผ่านบ่อน้ำ กู้ภัยจึงปิดไฟ ก่อนนำศพขึ้นมาตรวจสอบ

สอบถามแม่ของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้เสียชีวิตครั้งล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ม.ค. หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเดินทางมาจาก บางนา กทม. ถึงที่บ่อปลา ประมาณ 21.30 น. เพื่อมาดูว่าเป็นอะไรหรือไม่ เมื่อเข้าไปในบ่อพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจอดอยู่ทางเข้า แต่ไม่พบตัว จึงไปดูที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ท้ายบ่อ พบรองเท้าและโทรศัพท์ จึงออกมาตามหา แต่ไม่พบ จึงตัดสินใจโทรแจ้งกู้ภัยและชาวบ้านให้ช่วยออกตามหา จนมาพบเป็นศพลอยในน้ำ

จากการถามภรรยาของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เล่าว่า สามีมาเช่าบ่อปลาดังกล่าวเพื่อเลี้ยงปลาและกุ้ง คาดว่าสามีน่าจะออกมาให้อาหารปลาและกุ้ง ช่วงเย็นได้เปิดไฟเพื่อดักกุ้งไว้ขายในตอนเช้า แต่มีไฟที่ไม่ติด จึงพายเรือไปซ่อมไฟ คงไม่ได้ตัดไฟก่อน ทำให้ไฟชอร์ต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้เสียชีวิตถูกไฟฟ้าชอร์ต เนื่องจากลงไปซ่อมไฟที่ไม่ติดในบ่อ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนภรรยาของผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมและจะให้ญาติมารับศพผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

พ่อพริตตี้ออย เปิดใจ สงสัยลูกเป็นเหยื่อ ไอซ์ หีบเหล็ก 6 ปีที่ไร้เสาหลัก อาศัยแค่เบี้ยยังชีพ

ไอซ์ หีบเหล็ก จากกรณีที่พบโครงกระดูกจำนวนมากในบริเวณบ้านของ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อายุ 40 ปี และคาดว่าน่าจะเป็นหญิงสาวที่ถูก นายไอซ์ ทำร้ายจนเสียชีวิต โดยหนึ่งในนั้นพยานได้ให้การว่ามีหญิงสาวชื่อออย ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวที่ชื่อออย มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพเป็นพริตตี้โคโยตี้และพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ซึ่งได้สูญหายไปกว่า 6 ปีแล้ว โดยพ่อกับแม่สงสัยว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ หรือไม่จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 11 ต.ศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบ นายบุญส่ง ศรีเดช อายุ 64 ปี และ นางเกสร เทียนโสภา อายุ 60 ปี ภรรยา โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกสาวของตนคือ น.ส.ยุพา ศรีเดช อายุ 23 ปี (อายุที่หายตัวไปเมื่อปี พ.ศ.2557) ซึ่งไปทำงานอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำงานพริตตี้และได้ส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวมาทุกเดือน กระทั่งปี 2557 ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย

ตนก็สอบถามเพื่อนๆ ที่รู้จักกันก็ไม่ทราบว่าลูกสาวหายไปไหน กระทั่งปัจจุบันตนทำใจแล้วว่าลูกสาวอาจจะเสียชีวิต กระทั่งมาทราบข่าวของ นายไอซ์ หีบเหล็ก ที่ลงมือฆ่าหญิงสาวแล้วใส่หีบเหล็กและถ่วงน้ำ รวมทั้งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีหญิงสาวชื่อ “ออย” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อ ซึ่งตรงกับชื่อของลูกสาว และมีอาชีพเป็นพริตตี้ด้วย ซึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้มูลนิธิกระจกเงาได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากตนเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับอีเอ็นเอของโครงกระดูกที่พบในบริเวณบ้านของ นายไอซ์ ว่าจะตรงกันหรือไม่ และคาดว่าอีก 3-4 วันคงจะรู้ผล

หลังจากทราบข่าวตนก็รู้สึกดีใจปนกับเศร้า หากพบว่าเป็นลูกสาวจริงก็จะได้นำกระดูกมาบำเพ็ญกุศล อุทิศส่วนกุศลให้ แต่ก็เสียใจหากเป็นลูกสาวตนจริงๆ ที่มาถูกฆาตรกรรมอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ และหากเป็นจริงตนก็ขอสาปแช่งให้ผู้ที่ทำกับลูกสาวได้ตกนรกหมกไหม้ ขอให้รับกรรมในชาตินี้อย่างหนัก เพราะที่ผ่านมาเมื่อครั้งน้องออยมีชีวิตอยู่ได้เป็นเสาหลักที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว หลังจากน้องออยสูญหายไปตนและภรรยาเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะตนก็ป่วยเป็นมะเร็งปอด ส่วนภรรยาก็แขนขาลีบ ไม่สามารถทำงานได้ อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาทเท่านั้น


ศพในหีบบ้านไอ้ไอซ์ เป็นผู้หญิง คาดบ่อมรณะมีไม่ต่ำกว่า 3 ศพ เร่งตามหาคนหาย!

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 มกราคม พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผช.ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง จตร.ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง ผกก.สนเพชรเกษม

ตรวจสอบบ่อน้ำหลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ บ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม.ของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก ที่มีส่วนในการซ่อนเร้นอำพรางศพ น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือ กุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ภายหลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำแบ่งเขตการค้นหาโดยรอบบริเวณ แล้วพบหีบเหล็กในสภาพผุพัง ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจมอยู่ใต้กอหญ้าท้ายขอบบ่อ และยังมีลูกเหล็กดัมเบล 1 ลูก พันด้วยโซ่ใส่แม่กุญแจถ่วงน้ำหนักตกอยู่ข้างกัน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จมอยู่ใกล้กับจุดแรกที่พบกระดูกถูกประตูเหล็กทับ และมีดพร้า

จากนั้นเมื่อเปิดดูภายในหีบ พบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายสิบชิ้น มีกระโหลกศีรษะมนุษย์และกรามล่าง กระดูกเชิงกราน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทำความสะอาดสิ่งของที่พบภายในทั้งหมด

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การค้นพบหลักฐานต่างๆ ในวันนี้นับเป็นข่าวดี หลังจากปรับแผนการค้นหา แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นจุดแล้วพบชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นของมนุษย์ทั้งหมดหรือไม่ โดยจุดที่พบมากสุดอยู่บริเวณกอพืชที่มีกล่องจมอยู่ ซึ่งภายในมีกระดูกต้นขา สะโพก และกะโหลก โดยแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ตรวจสอบด้วยสายตาแล้วคาดว่าเป็นของมนุษย์แน่นอน

เมื่อดูสะโพกแล้วคาดว่าเป็นของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพอที่จะนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความได้ จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และยังค้นหาต่อไป เบื้องต้นคาดว่ามีเหยื่อไม่ต่ำกว่า 3 คน

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายอภิชัยไปแล้ว 4 กลุ่มข้อหา คือเรื่องครอบครองอาวุธปืน,ยาเสพติด,อำพรางศพ น.ส.กุ๊กกิ๊ก รวมถึงกระดูกที่พบใหม่ และยังจะเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เพราะมีผู้ให้ข้อมูลว่ามีผู้ถูกนายอภิชัย ข่มขืนเมื่อธันวาคม ปี 2562 แต่ต้องรอผลพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์มายืนยันอีกครั้ง

พล.ต.ต.สหรัฐ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร แต่หลังจากที่ได้สอบปากคำพยานแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานได้สเก็ตภาพของบุคคลดังกล่าวและประกาศหาตัวคนหาย โดยพยานบอกว่าคนที่หายไปเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงน่าจะใส่ในหีบที่พบได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่ภาพ สเก็ตของหญิงสาวที่หายตัวไปซึ่งคาดว่าอาจเป็นศพล่าสุดที่พบอยู่ในหีบของวันนี้ นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ให้ญาติของผู้ที่เคยทำงานบ้านดังกล่าว หากพบว่า ญาติหายตัวไปให้รีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย