ตำรวจบุกจับ ผัวเมียเชียงใหม่ ผลิตน้ำมันกัญชา ผู้ป่วยมะเร็งซื้อกินแล้วตาย

ตำรวจบุกรวบ “ผัวเมีย” แอบผลิตน้ำมันกัญชาขายออนไลน์ หลังมีคนร้องสายด่วน ป.ป.ส. สาวป่วยมะเร็งซื้อไปใช้ ปรากฏว่าเสียชีวิต ตะลึงพบเงินสดกว่า 3.4 ล้าน

(20 ก.ย.) พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจ สภ.สารภี นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวลักลอบผลิตและบรรจุน้ำมันกัญชา เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์

จากการตรวจสอบพบ นายนิพนธ์ อายุ 34 ปี และ นางสาววิชุณี อายุ 31 ปี สามีภรรยาได้แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขณะที่การตรวจค้นพบน้ำมันกัญชาาบรรจุขวด และแพ็คใส่กล่องพัสดุพันด้วยเทปขุ่น สก๊อตเทป เพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้ากว่า 30 กล่อง รวมทั้งตัวยาที่เป็นส่วนผสมอีกจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน และคู่มือรถยนต์ รวมทั้งเงินสดเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท รวมกว่า 3.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

พล.ต.ต.พิเชษฐ ระบุว่า เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นหญิงวัย 39 ปี สั่งซื้อน้ำมันกัญชาจากนางสาววิชุณี ต่อมาไม่นานผู้ป่วยรายนี้ได้เสียชีวิตลง โดยแพทย์ระบุว่าเกิดจากโรคเส้นเสียงติดเชื้อ ทางญาติเชื่อว่าอาจเกิดจากการที่ผู้ป่วยซื้อน้ำมันกัญชามาใช้ จึงร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

หลังจากได้รับเรื่องชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัด ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายค้น เพื่อเข้าตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว ที่คาดว่าจะเป็นแหล่งผลิตและบรรจุน้ำมันกัญชา ซึ่งการสืบสวนพบว่ามีการสั่งซื้อกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนนำมาผสมและบรรจุเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์มานานกว่า 2 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่เตรียมจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อใช้มาตรการทางกฏหมายยึดทรัพย์ รวมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายที่ลักลอบส่งน้ำมันกัญชาให้ผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม

Advertisement

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกับสามีภรรยา ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดประเภท 5 ไว้ในความครอบครอง และจะได้ส่งน้ำมันกัญชาของกลางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่ามีส่วนผสมของสารชนิดใดบ้าง และเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายของผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าวหรือไม่ หากพบว่ามีเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

ขณะที่ นางสาววิชุณี ให้การว่า ได้เรียนจบระดับปริญญาตรี จากคณะบริหารธุรกิจ จากนั้นตนกับได้ร่วมกันทำธุรกิจจำหน่ายถุงห่อผลไม้เพื่อป้องกันแมลง และอุปกรณ์ทางการเกษตร ส่วนสาเหตุที่หันมาขายน้ำมันกัญชา เพราะตนก็ใช้เองอยู่และได้ผลดี ขณะเดียวกันก็ได้รู้จักกับผู้ป่วยมะเร็งหลายคนจึงสนใจและศึกษา ก่อนสั่งน้ำมันกัญชาจาก สปป.ลาว มาผสมและบรรจุขายให้ผู้ป่วย ขายในราคาขวดละ 1 พันบาท

หลังจากขายน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วยมะเร็งหลายรายได้ติดตามผล พบว่าหลายรายมีอาการดีขึ้น และหายป่วย เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งที่เป็นมะเร็งสมอง แพทย์ระบุว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2 เดือน แต่เมื่อซื้อน้ำมันกัญชาจากตนเองไปใช้ก็อยู่มาได้นานเกือบ 2 ปีแล้ว จึงขายมาเรื่อยๆ จนธุรกิจขยายตัว แต่ยืนยันว่าเงินสดจำนวน 3.4 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในบ้านพัก เป็นเงินที่ได้จากธุรกิจขายอุปกรณ์ทางการเกษตรไม่เกี่ยวกับการขายกัญชา

เภสัชกรหญิงนฤมล ขันตีกุล เภสัชกรชำนาญการ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า น้ำมันกัญชาที่ไม่เข้ากลุ่มยาเสพติด ต้องอยู่ในกลุ่มยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยแบ่งจากส่วนผสมหากมีสารทีเอสซี น้อยกว่า 0.02 เปอร์เซนต์ จะถือเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร

แต่รายนี้พบว่ายังไม่มีการขออนุญาตถูกต้อง ซึ่งผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการขออนุญาตถูกต้อง จะไม่ทราบเลยว่ามีส่วนผสมชนิดใดบ้าง เกิดมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ และควรจะกินในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม จึงอาจเกิดความเสี่ยงและมีผลเสียต่อร่างกาย เช่น มีผลต่อความดัน เป็นลม และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้ดีว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันกัญชา จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“อาจารย์คี๊” ซินแสชื่อดัง ตายปริศนาในบ่อน้ำริมถนน หนุ่มคนสนิทสงสัยช่างสร้างบ้านหลังใหม่

อาจารย์คี๊ ซินแสดัง กลายเป็นศพดับปริศนาที่บ่อน้ำริมถนน ลูกศิษย์คนสนิทตั้งข้อสงสัยช่างรับเหมา หลังมีปากเสียงปมขอเงินเพิ่มค่าสร้างบ้านหลังใหม่

วานนี้ (17 ก.ย.) มีการพบศพ นายวรงค์ทิตย์ อายุ 49 ปี อาจารย์คี๊ ซินแสชื่อดัง ที่บ่อน้ำริมถนนสายบ้านมอญ ข้างบริเวณโรงงานผลิตเทปใส เทปกาว ต.ดอนแฝก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำกว้างประมาณ 4 เมตร สภาพศพนอนหงายหลังพิงตลิ่งสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงขายาวสีดำ

เบื้องต้น พบบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังคล้ายถูกของกระแทก และข้อศอและข้อมือซ้ายมีรอยถลอก เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรโรงพยาบาล จ.นครปฐม นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบรองเท้าแตะผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นายณัฐพล อายุ 31 ปี ลูกศิษย์คนสนิทผู้พบศพ เล่าว่า ปกติผู้ตายจะเปิดสำนักซินแส รับดูดวง ดูฮวงจุ้ย ชื่ออาจารย์คี๊ เป็นที่รู้จักดีของชาวนครชัยศรี เปิดสำนักใกล้จุดพบศพ

ผู้ตายไม่มีลูกและภรรยา และมีตนมาอยู่ดูแลผู้ตายคอยรับใช้ ช่วงเช้าตื่นมาไม่พบผู้ตายจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหา จนมาพบรองเท้าอยู่ริมถนน จึงจอดรถลงมาดูก็พบคนตายนอนคว่ำหน้าในน้ำ จึงแจ้งตำรวจ

นายณัฐพล บอกอีกว่า ผู้ตายน่าจะถูกฆาตกรรม ซึ่งตอนนี้คนตายกำลังปลูกบ้านใหม่ราคาล้านกว่าบาท และใกล้เสร็จ แต่เมื่อหลายวันก่อนมีปัญหากับช่างผู้รับเหมา โดยช่างเรียกเงินจำนวน 40,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ยอมให้จึงทะเลาะกัน พอสายๆ มีพวกช่างมาเก็บเครื่องมือกลับไป หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวบหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ตัดประเด็น เรื่องมีปัญหากับช่างผู้รับเหมาและลูกศิษย์คนสนิท และยังมีเรื่องประกันชีวิตของผู้ตายประมาณ 100,000 บาท โดยจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เส้นทางเศรษฐีสะดุด หนุ่มโรงงานแจ้งความลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หาย เหลือเพียงรูปถ่าย

(16 ก.ย.62) เวลา 17.00 น. พ.ต.ต.ชัยกฤต เตารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจาก นายสมภพ อายุ 50 ปี ชาว ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ทำงานอยู่โรงงานผลิตเทปใส เทปกาว แห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง แจ้งว่าลอตเตอรี่ของตนซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้หายไป

โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน เวลา 17.00 น ตนได้ไปนั่งที่ร้านกาแฟชื่อร้านด้วงน้อย อยู่หาดสุชาดา ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ได้ซื้อลอตเตอรี่จากรถจักรยานปั่นเร่ขายไว้ 3 ใบ ใบที่ 1 เลข 340388 ลงวันที่ 16 กันยายน 2562 งวดที่ 36 ชุดที่ 40 , ใบที่ 2 เลข 474276 ลงวันที่ 16 กันยายน 2562 งวดที่ 36 ชุดที่ 40 ,ใบที่ 3 เลข 888963 งวดที่ 36 ชุดที่ 36 แล้วได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายลอตเตอรี่myh’ 3 ใบดังกล่าวเอาไว้  แล้วได้เก็บลอตเตอรี่ไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังข้างขวาก่อนกลับบ้านพัก

ต่อมาวันนี้ทราบว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อมา 1 ใน 3 ใบถูกรางวัลที่ 1 แต่กลับโชคร้าย เพราะลอตเตอรี่ทั้ง 3 ใบ ได้หายไปไหนไม่ทราบ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบและดำเนินการต่อไป   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้ไปตรวจสอบหาว่าหายที่ใด ลองไปหาดูอีกครั้งอาจจะเจอ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันเอาไว้ จากนั้นนายสมภพก็ได้รีบเดินทางกลับไปหาลอตเตอรี่ที่บ้านอีกครั้ง

ผัวยิงเมียตายต่อหน้าลูกสาว โมโหเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ช่วยหาเงินดูแลครอบครัว

หนุ่มยิงเมียดับต่อหน้าลูกสาววัย 14 เผยปมเครียดทำงานคนเดียวเลี้ยงทั้งบ้าน แถมเมียไม่ดูแลลูก  

(10 ก.ย.62) ตำรวจ สภ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตาย ที่บ้านแม่ยุย หมู่ 7 ต.บ้านตาล อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ข้างโรงงานผลิต ฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า จึงเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านพักหลังดังกล่าวพบรอยคราบเลือดเต็มพื้นบ้านและอาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก วางอยู่และพบปลอกกระสุน 1 ปลอกตกอยู่บริเวณโต๊ะกินข้าว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางศรีอิน อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่หน้าอก จำนวน 1 นัดอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลฮอด ให้แพทย์ทำการรักษาแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ นายพงษ์ อายุ 37 ปีเจ้าของบ้านและเป็นสามีผู้ตาย มีอาชีพทำสวน ยืนรอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนลูกสาววัย 14 ปี ให้การว่าก่อนเกิดเหตุบิดา กับมารดา ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลา 20.00 น. บริเวณแคร่ไม้ในโรงครัว ข้างบ้าน ระหว่างกินข้าวพ่อก็เริ่มบ่นเรื่องแม่ที่เอาแต่อยู่บ้าน ไม่ยอมออกไปหางานทำ และไม่ยอมดูแลลูก ทำให้ลูกดื้อไม่อาบน้ำ ไม่ทำการบ้าน นอกจากนี้ผู้เป็นพ่อยังบ่นเครียดเพราะทุกวันนี้ออกไปทำสวนคนเดียวทำให้เงินไม่พอใช้ แต่แม่ได้เถียงพ่อ จึงทำให้พ่อเกิดความโมโห ก่อนเดินไปหยิบอาวุธปืนยิงใส่แม่ต่อหน้าต่อตาจนล้มฟุบจมกองเลือด ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืนก็เข้ามาดูและช่วยเหลือ และ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

หลังเกิดเหตุนายพงษ์ให้การรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

กระเจิงทั้งบาง! หนุ่มใหญ่นำซากงูพาดคอ เดินจ่ายตลาดสุดสะพรึง

หนุ่มใหญ่นำซากงูเหลือมมาพาดคอตัวเอง ออกมาเดินจ่ายตลาดแม่สา ทำบรรดาพ่อค้าแม่ค้าตกใจกลัวไปทั้งบาง เจ้าตัวชี้เป็นงูที่แอบมาลักกินไก่ จึงต้องฆ่าและนำมาประจานต่อผู้คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนุ่มใหญ่คนหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนที่ตลาดบ้านแม่สา แถวโรงงานผลิตกล่องกระดาษ ผลิตกล่องกระดาษ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังเดินถอดเสื้อนำซากงูเหลือมตัวใหญ่ ยาวเกือบ 2 เมตร มาพันคอพันไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อของในตลาด

โดยระหว่างนั้นก็ได้เดินเอาซากงูเหลือมไปโชว์ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ทำเอาหลายคนตื่นตกใจกลัว บางคนรู้สึกช็อก เพราะกลัวงู อีกทั้งหลังออกจากตลาดก็ยังเดินนำซากงูเหลือมไปตามถนนในหมู่บ้าน ทำให้หลายคนเห็นและตกใจ จึงพากันเดินหนีกระเจิง

ทั้งนี้ หนุ่มใหญ่ผู้นี้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่เมื่อเร็วๆ นี้ มีงูเหลือมตัวนี้แอบเลื้อยเข้าไปในเล้าไก่และกินไก่ที่เลี้ยงไว้ไป 3 ตัว ด้วยความคับแค้นใจจึงได้ทำการล่าและฆ่าทิ้ง เพื่อปกป้องฝูงไก่ที่เหลืออยู่ เพราะหากปล่อยไปแล้วเชื่อว่ามันจะกลับมาลอบกินไก่อีก

ส่วนที่เอาซากมาห้อยคอเดินเข้าไปในตลาดและชุมชน ก็เพราะต้องการประจานพฤติกรรมของงูตัวนี้ ที่มีนิสัยลักขโมยและทำให้ตนต้องสูญเสียไก่ที่ฟูมฟักเลี้ยงไว้ถึง 3 ตัว ส่วนหลังจากนี้ก็จะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.แม่ริม เนื่องจากงูเหลือมเป็นสัตว์คุ้มครอง เพื่อชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องฆ่าทำลาย ก่อนจะนำซากไปฝังกลบ พร้อมกับเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้ระมัดระวัง เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกชุก งูร้ายมักจะแอบเข้าไปกินสัตว์เลี้ยง

เปิดภาพชายต้องสงสัย คาดเป็นมือวางระเบิดร้านดังกลางสยาม

จากกรณีเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) โลกออนไลน์มีการตั้งข้อสงสัยว่ามีเหตุระเบิดอีกหนึ่งจุด เกิดขึ้นภายในร้านขายของที่ระลึกชื่อดังแห่งหนึ่ง ตรงข้ามกับร้าน ซองกันกระแทก Air bubble ภายในศูนย์กลางค้าชื่อดังย่านสยาม แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด

ล่าสุด (3 ส.ค.) เว็บไซต์ อีจัน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นวงจำกัดในจุดวางขายตุ๊กตาภายในร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ปรากฏว่าพบภาพบุคคลต้องสงสัย

โดยในเวลาประมาณ 15.38 น. ของวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาในกล้องวงจรปิด พบชายคนหนึ่งสวมหมวก ใส่ผ้าปิดปากบังใบหนา สวมเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ ท่าทางมีพิรุธ เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในร้านที่เกิดเหตุ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมื่อวานนี้

สุดทึ่ง มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นใช้เงินไม่ถึง 12,000 บาทต่อเดือน

ใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น พกข้าวกลางวันไปกินเอง ลดการสังสรรค์ ใช้กระติกน้ำ รับมือเศรษฐกิจซบเซา โดยใช้เงินเดือนไม่ถึง 12,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารชินเซ ได้เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายของพนักงานบริษัทที่ตัดเทป ตัวตัดเทปที่ญี่ปุ่นในปี 2562 พบว่า ผู้ชายมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเฉลี่ยเดือนละ 36,747 เยน (10,509 บาท) ลดลงจากปีที่แล้ว 3,089 เยน (883 บาท) หรือเกือบ 1,000 บาทต่อเดือน โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุดอันดับที่2 ตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจเมื่อ 40 ปีก่อน

ทั้งนี้ พบว่าชาวญี่ปุ่นที่มีเงินเดือนประจำมีพฤติกรรมการลดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก โดยกลุ่มคนหนุ่มวัย 20 ปีขึ้นไปลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวลงเดือนละ 4,470 เยน (1,278 บาท) ส่วนกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ประหยัดมากขึ้นไปอีกถึงเดือนละ 5,966 เยน (1,706 บาท) โดยการใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละต่ำกว่า 40,000 เยน (11,439 บาท) ถือว่าประหยัดอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของญี่ปุ่น

ด้านกลุ่มคนที่มีครอบครัวและมีลูก พบว่ามีการลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวเหลือเพียงเดือนละ 25,000 – 35,000 เยน (7,149- 10,009 บาท) เนื่องจากมีค่าเล่าเรียนและเลี้ยงดูลูกเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายในแต่ละครอบครัว

นอกจากนี้ผลสำรวจดังกล่าวยังกล่าวถึง วิธีลดค่าใช้จ่ายของพนักงานเงินเดือนชาวญี่ปุ่น โดยพบว่า 37.9% มีการลดค่าอาหารกลางวัน 29.1% ลดการสังสรรค์ และ 27.0% พกกระติกน้ำส่วนตัวเพื่อจะได้ไม่ต้องซื้อน้ำดื่ม

ด้านพนักงาน 24.6% บอกว่าพกอาหารกลางวันไปทานเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยผู้หญิงกว่า 50% บอกว่า นำอาหารกลางวันไปรับประทานที่ทำงาน ขณะที่ผู้ชายก็ใช้บริการโรงอาหารของบริษัท แทนที่จะออกไปกินร้านอาหารข้างนอกที่ราคาแพงกว่า ซึ่งพบว่ามีการลดค่าใช้จ่ายอาหารกลางวันลงมาอยู่ที่ราว 555-581 เยน (158-166 บาท) ซึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับราคาอาหารเฉลี่ยตามร้านของญี่ปุ่นที่อยู่ที่ 1,000 เยน (285 บาท) ขึ้นไป

ชาวเน็ตอึ้ง ผีน้อยทำคลิปพาเที่ยวเกาหลี ตั้งชื่อโชว์หราแบบไม่กลัว ตม.

(25 ก.ค.) กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้มีการแชร์ภาพจากคลิปของผู้ใช้แรงงานชาวไทยที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายที่ประเทศเกาหลีใต้ หรือที่เรียกกันว่า ผีน้อย ได้โพสต์คลิปรีวิวการท่องเที่ยวเกาหลีในเว็บไซต์ YouTube อย่างโจ่งแจ้ง โดยไม่กลัวถูก ตม.จับ

คลิปดังกล่าวมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยต่างพากันต่อว่าผู้ทำคลิปดังกล่าว ว่าการกระทำของผีน้อยทำให้คนไทยที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวและทำงานร้าน ซองกันกระแทก และ Air bubble อย่างถูกกฎหมายเดือดร้อน

ขณะที่ความคิดที่คนกดถูกใจมากที่สุด ระบุว่า“ภูมิใจไหมครับทำคนอื่นเดือนร้อน คนเค้าจะไปเที่ยวเค้าก็เข้าลำบาก จะไปทำงานก็ขอใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง ไม่ใช่ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดๆ”

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่คลิปดังกล่าวจากการตรวจสอบยังพบว่ามีผีน้อยอีกรายรายที่โพสต์คลิปของตัวเองลงโซเชียลแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่กลัวว่าจะถูก ตม.ของเกาหลีจับตัวได้เลยทีเดียว

พ่อแม่ใจสลาย “น้องบูม” นักศึกษาสาวอนาคตไกล รถหรูเมาแล้วขับชนดับพร้อมเพื่อน

(13 มิ.ย. 62) ที่วัดเกษสมาคม ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้คารวะศพ “น้องบูม” นางสาวฉัตรศิริ ฉิมณรงค์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปี 3 พร้อมมอบนำเครื่องบริโภคและเงินสดจำนวนหนึ่ง มอบให้กับครอบครัว นายปัญญา-นางฉัตรมาลี  ฉิมณรงค์ บิดามารดาน้องบูม หลังจากนำศพมาตั้งไว้เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ศาลาเก็บศพเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ โดยกำหนดฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 นี้

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ทราบข่าวน้องบูม หรือนางสาวฉัตรศิริ ฉิมณรงค์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต จากทางสื่อโซเชียล และทราบว่าเป็นเด็กดี เรียนเก่ง เคยได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเกาหลี แต่เปลี่ยนใจไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายและกำลังจะศึกษาต่อในปีที่ 3 แต่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พร้อม น.ส. นิภาพร ทับนิล เพื่อนร่วมคณะ ชาว จ.อ่างทอง โดยตามข่าวระบุว่า ถูกเจ้าของรถเก๋ง BMW ชนขณะขี่จักรยานยนต์หน้าตลาดฟ้าไทยบริเวณ ร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องลูกฟูก ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย

นายไกรสร กล่าวอีกว่า พอทราบข่าวนักศึกษาสาว ซึ่งเป็นลูกหลานชาวกาฬสินธุ์ ที่เรียนเก่ง เป็นเด็กดี มีอนาคต และเป็นความหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่กลับต้องมาเสียชีวิต จึงได้มาเยี่ยมให้กำลังใจกับครอบครัวน้องบูม และจะได้มอบหมายทางอำเภอ และส่วนราชการในพื้นที่ เข้ามาช่วยดูแล ให้คำปรึกษา ตลอดทั้งให้การจัดงานพิธีฌาปนกิจ เพื่อไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับน้องบูมอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มอบถุงเครื่องบริโภคและเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อยากจะให้อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และเตือนไปยังผู้ที่ดื่มสุรา ขออย่าขับรถหรือยวดยานพาหนะขณะมีอาการเมาสุรา เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วจะสร้างความสูญเสียให้กับทรัพย์สินทั้งของตนเองและของผู้อื่น ซึ่งไม่สามารถที่จะเอาคืนได้ ขอให้อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนด้วย

ภาพในที่เกิดเหตุ

ด้านนางฉัตรมาลี ฉิมณรงค์ อายุ 51 ปี เล่าว่า น้องบูม เป็นบุตรสาวคนเดียวของตนกับ นายปัญญา ฉิมณรงค์ สามี ซึ่งน้องบูมเป็นเด็กดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะเก่งภาษาเกาหลี เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย เคยสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศเกาหลี แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวค่อนข้างไม่ค่อยมีเงิน เกรงจะไม่มีเงินส่งเสียน้องบูมจนถึงเรียนจบได้ จึงปรึกษากันสามคนพ่อแม่ลูก และตัดสินใจไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อที่จะเป็นความหวังเสาหลักให้ครอบครัว โดยตลอด 2 ปีที่ปิดภาคเรียนก็จะกลับมาเยี่ยมบ้าน และเกือบจะทุกวันที่น้องบูมไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย ก็จะคุยกันทางโทรศัพท์กันอยู่เสมอ ไม่นึกว่าจะได้รับข่าวร้าย

โดยเพื่อนน้องบูมโทรมาแจ้งให้ทราบว่าน้องบูมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในคืนวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. ทำให้ตนกับสามีแทบช็อก และถึงแม้ขณะนี้ถึงแม้จะรับศพน้องบูมกลับมารอการฌาปนกิจแล้ว ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ซึ่งทุกรวมทั้งญาติต่างอยู่ในความโศกเศร้าจนร้องไห้แทบไม่ออก ที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียวไปอย่างไม่มีวันคืนกลับมา อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าทางเจ้าหน้าที่ จะดำเนินคดีกับบุคคลที่ขับรถชนน้องบูมเสียชีวิตอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับดวงวิญญาณของน้องบูมด้วย

ขณะที่นายปัญญา ฉิมณรงค์ อายุ 62 ปี บิดาน้องบูมกล่าวว่า น้องบูมเป็นความหวังของพ่อแม่ และญาติ ครูที่เคยสอนตอนเรียนอยู่โรงเรียนกมลาไสย และเพื่อนๆ ที่เคยเรียนด้วยกัน ก็หมั่นสอบถามข่าวของน้องบูม และอยากจะเห็นความสำเร็จด้านการศึกษาของน้องบูม พอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก็ได้แต่โศกเศร้าเสียใจและไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะทำใจได้ เพราะเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของครอบครัวเรา

ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจ ทำให้มีแรงฮึดสู้กับมรสุมชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนเงินที่จะใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายงานฌาปนกิจศพน้องบูมนั้น คงต้องอาศัยญาติๆ และเพื่อนบ้านช่วยกัน เนื่องจากตนไม่มีเงินเก็บออมและสำรองจ่ายเลย จะให้ไปหาหยิบยืมคนอื่นก็ยังหมดหนทาง เพราะตอนนี้คิดอะไรไม่ออก เนื่องจากอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจมาก โดยกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพน้องบูมในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 นี้

ไร้รอยข่วน! ขับเก๋งลงคลอง รอดตายปาฏิหาริย์ เชื่อบารมีปู่ศรีสุทโธช่วยแคล้วคลาด

รอดตายปาฏิหาริย์ / เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหนุ่มเมืองอุดรธานี ขับรถยนต์จะไปธุระแต่สุนัขเกิดตัดหน้า ทำให้รถเสียหลักลงคลองข้างทาง รถพังยับแต่ตัวเองรอดตาย ไม่มีแม้รอยแผลถลอก

โดยเรื่องราวเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน เอเมร่า สีขาว หมายเลขทะเบียน กล8967 อุดรธานี พลิกคว่ำ บริเวณถนนระหว่างหมู่บ้านบ้านโนนเมือง-หนองว้า ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทางมาป่าคำชะโนด โดยคนขับรถไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ล่าสุดในวันนี้ทางผู้ประสบอุบัติเหตุ พร้อมครอบครัวทำพิธีอัญเชิญขวัญ (ความเชื่อคนอีสาน) ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศาลปู่ศรีสุทโธเก่า โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์และพูดคุยสอบถาม

นายมาชนะ รุ่งสถิตสิริกุล อายุ 42 ปี พนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษ และผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก อยู่บ้านเลขที่ 86 ม.11 บ.โนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เปิดเผยว่า หลักทำธุระเสร็จกำลังจะกลับบ้านระหว่างขับมาตามทางก่อนจะถึงบ้านไม่ถึงกิโลเมตร มีสุนัขวิ่งตัดหน้า 2 ตัว ตัวแรกเบรกทันไม่ชน ตัวที่ 2 เบรกซ้ำอีกที รถเสียหลักหมุนตกลงไปข้างทาง ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้ขับรถเร็ว ขับมาไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีที่ตัวเองคาดเข็มขัดนิรภัยไว้

เมื่อตั้งสติได้ ก็ปีนออกมาจากรถ มานั่งข้างทางสักพักก็เห็นชาวบ้านออกมาดูและช่วยเหลือ ต่อมาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ดูว่าเป็นอะไรมากหรือไม่ ผลออกมาว่ากระดูกไม่หัก ร่างกายไม่เป็นอะไร ไม่มีแม้แต่รอยถลอก แต่ภรรยาก็ให้ตนไปนอนย่างไฟ 1 คืน เพื่อรักษาสุขภาพวิธีหนึ่งของการแพทย์พื้นบ้านอีสาน เมื่อประสบกับอุบัติเหตุ

ส่วนตัวแล้วการที่ตัวเองรอดชีวิตมาได้ เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะเหรียญที่ตัวเองห้อยคออยู่เสมอ คือเหรียญพญาปู่ศรีสุทโธนาคราช รุ่นเงินไหลมา และเหรียญรุ่นคู่บารมี ปู่ ย่า รุ่นแรก ถ้าพูดถึงเรื่องความศรัทธาในองค์ปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาแล้ว เฉพาะคนในชุมชนหากคิดจะทำอะไรผิด ทำไม่ดีจริงๆ กับปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาจะไม่กล้า เพราะคนในชุมชนนี้จะรู้ว่า อะไรคืออะไร

“สำหรับรถที่เสียหายไปนั้น ทางประกันชี้แจงว่าหากจะเคลมโดยซ่อมกลับมาใช้เหมือนเดิม รถอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าอยากจะได้คันใหม่ทางประกันจะออกช่วย 70% ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอารถคันใหม่หรือซ่อมคันเก่า นี่เป็นเรื่องราวความเชื่อของและศรัทธาในปู่ศรีสุทโธคำชะโนด หลายครั้งหลายคราและบางคนความตายก็แขวนอยู่เส้นด้าย แต่หากเราทำดี คิดดี ภยันตรายก็คงไม่มากล่ำกลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปู่ศรีสุทโธและย่าปทุมมาก็จะปกปักรักษาเอง” นายมาชนะ กล่าว