ลูกพี่ข้าใครอย่าแตะ! จับแล้ว ยิงถล่มหน้าวัด อริเจ็บ 2 รับแค้นแทน ‘เสี่ยโป้’ ถูกโพสต์ตำหนิ

ยิงถล่มหน้าวัด จากกรณีกลุ่มคนร้ายประมาณ 20 คน ไล่ยิงกลุ่มคู่อริจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายวิทยา บัวเทศ อายุ 40 ปี และ นายพิชิต ม่วงงาม อายุ 40 ปี เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ซอยเพชรเกษม 48 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. กลางดึกวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ 1 ในกลุ่มผู้เสียหายตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจากพี่ชายไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิเสี่ยโป้เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่ายกายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน ส.ป.ป.ลาว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว หนีตายวุ่น! ยิงถล่มวัยรุ่น หน้าวัดจันทร์ประดิษฐาราม หลังเม้นต์เดือดเฟซ “เสี่ยโป้”

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 ฝ่ายสืบสวนสน.ภาษีเจริญ และชุดสืบสวน บก.น.9 ร่วมกันแถลงจับกุม นายวรรลภ หรือขัน มณีธีรพงศ์ อายุ 24 ปี และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 10 นัด อาวุธปืนสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 5 นัด

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สน.ภาษีเจริญ ร่วมกับ กก.สส.บก.น.9 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และหาเบาะแสจนทราบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุคือ นายเล้ง นายแบงค์ นายกู๋ นายวรรลภ และ นายเอ พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ และสืบทราบว่า นายวรรลภ กับ นายเอ หลบหนีมาอยู่บริเวณกลางซอยเพชรเกษม 48 แยก 4-7 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ที่นำไปทิ้งไว้ที่บริเวณท้ายซอยเพชรเกษม 58

จากการสอบสวน นายวรรลภ ให้การปฏิเสธ ส่วน นายเอ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ร่วมก่อเหตุใช้ปืนยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นที่บริเวณหน้าวัดจันทร์ประดิษฐารามจริง สาเหตุเกิดจากมีการท้าทายกันในเฟซบุ๊ก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตั้งประเด็นปมสาเหตุมาจาก 1 ในผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ เรื่องไม่ดูแลลูกน้องจนถูกทำร้ายร่างกายที่ สปป.ลาว นั้น

นายเอ ให้การว่าเสี่ยโป้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะตนรู้สึกโกรธแค้นแทนเสี่ยโป้ เนื่องจากคู่กรณีไปโพสต์ตำหนิลูกพี่ จึงพาพวกไปยิงถล่มดังกล่าว พนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลที่มาของอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก เพราะจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นเจ้าของปืน รวมทั้งติดตามจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี และยังไม่เชื่อคำให้การผู้ต้องหาว่าลงมือทำเพราะโกรธคู่กรณีแทนเสี่ยโป้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวใหญ่ขับกระบะเฉี่ยวเก๋ง หมุนฟาดจยย. 2วัยรุ่นเจ็บ หนุ่มอ้างคร่อมเลนมาชน

กระบะเฉี่ยวเก๋ง / เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 ก.พ. ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถชนกันหลายคันบริเวณหน้าโรงงาน ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านแบงค์ออโต้คาร์ ถนนแพ่งน้อยไม้ ใกล้เคียงปั๊มเอสโซ่ เส้นทางมุ่งหน้าตลาดนานาเจริญ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ฌษ 6028 กรุงเทพมหานคร สีเงิน สภาพหน้ารถเสียหายเล็กน้อย ล้อด้านหน้าฝั่งคนขับบิดเบี้ยว ห่างกันเล็กน้อย พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีเขียว ทะเบียน ญร4620 อยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ากระจกแตก ถุงลมนิรภัยพุ่งออกมา

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Kawasaki สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ฬนป 476 ล้มใกล้ที่เกิดเหตุ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ นางสาว ฐปนัท ปุยฤทธิ์ อายุ 19 ปี และ นาย ครุฑธา ทองเพชร อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัคป่อเต็กตึ๊ง ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลภูมิพล

จากการสอบถาม น.ส.พัชราภรณ์ แสงรัศมี อายุ 55 ปี คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนขับรถมาจากวัดลาดสนุ่นเพื่อที่จะกลับบ้าน ในขณะนั้นรถคันสีเขียวขับสวนมาจังหวะนั้นก็เฉี่ยวกันแล้วก็แฉลบไปโดนรถจักรยานยนต์ชนจนเสียหลักเกิดเหตุดังกล่าว

ด้านและนายพิพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี คนขับรถเก๋ง เล่าว่า ตนขับรถมาจากฟ้าครามเพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้าน ตนก็ขับรถมาปกติเห็นรถกระบะขับรถคร่อมเลนมา จึงเกิดการเฉี่ยวกันขึ้นจนเกิดเหตุ

ขณะที่ ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ ได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้ประสานรถยก เพื่อมาเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นผิวการจราจรนำไปเก็บไว้ที่สภ.คูคต ก่อนที่จะเชิญผู้ขับรถทั้ง 2 ไปสอบปากคำเพิ่ม รวมทั้งตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อหาตัวคนผิดก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

หนุ่มเพิ่งซื้อเก๋งมือสองได้ชั่วโมงเดียว ซิ่งกลับบ้าน ชนคนเดินข้ามถนนคาที่

ชนคนเดินข้ามถนนคาที่ / เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนคนเดินข้ามถนนเสียชีวิต บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลสามโคก ถนนปทุมธานี-บางปะหัน (มุ่งหน้าปทุมธานีทางหลวงหมายเลข 347) ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบศพนายยอดชาย ศิริจันโท อายุ 41 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.สระแก้ว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด สภาพศพมีบาดแผลหลายแห่ง ข้อเท้าขาดกระเด็น นอนอยู่กลางถนนหน้าโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย

ห่างกันประมาณ 200 เมตร บนสะพานข้ามคลองบ้านพร้าว พบรถเก๋งยี่ห้อนิสัน รุ่นเซฟิโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 ว 9047 กรุงเทพมหานคร สภาพรถข้างซ้ายกระจกมองข้างแตก และชิ้นส่วนรถหลุดกระเด็นออกไป มีนายศิวกร นิยมทอง อายุ 22 ปี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

จากการสอบสวนให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ถึง 1 ชั่วโมง เพิ่งเดินทางไปซื้อรถยนต์คันนี้ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ราคา 93,000 บาท และกำลังจะขับกลับบ้านในกรุงเทพมหานคร ขณะกลับมาถึงที่เกิดเหตุเห็นคนวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถอย่างกะทันหัน ทำให้เบรกรถไม่ทันจึงชนอย่างเต็มที่จนเสียชีวิตดังกล่าว

ร.ต.อ.วรภัค จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนนำตัวคนขับรถเก๋งไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.สามโคก ต่อไป

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ

หนุ่มแกร็บไบก์ เอะใจ อาการแปลกๆ ของลูกค้าสาว เรียกไปส่งที่หมายกลับจ้างไปส่งอีกที่ต่อ แกล้งแวะปั๊ม เรียกตำรวจจับ ค้นกระเป๋าเจอยาไอซ์

หนุ่มแกร็บไบก์ วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.กฤช กัญชนะ ผกก.สน.เตาปูน ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.เตาปูน ร่วมกันจับกุม น.ส.นราทิพย์ ชวดพงษ์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 0.62 กรัม และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและเสพยาไอซ์ โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ แห่งหนึ่ง ย่านเตาปูน กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีซึ่งเป็นหนุ่มแกร็บไบก์ ว่า ได้มีลูกค้าเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นแกร็บให้ไปรับหญิงสาว ที่บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว เมื่อไปถึงจึงพบหญิงสาวคนดังกล่าว และได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่บริเวณหน้ากองปราบปราม จึงคิดราคาค่าโดยสาร 80 บาท

จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างอีกครั้งให้ไปส่งย่านบรมราชชนนี 44 เขตตลิ่งชัน โดยนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ระหว่างทางพบหญิงคนดังกล่าวมีท่าทางพิรุธ ต้องสงสัยคล้ายคนติดยาเสพติด และเหมือนมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จากนั้นหนุ่มแกร็บไบก์จึงออกอุบายทำทีขอเข้าห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน

ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่หญิงสาวพยายามเดินเบี่ยงหลบหนี จึงควบคุมตัวไว้และตรวจสอบค้นพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน สอบปากคำขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ของใคร? พบกัญชา 300 กิโล มูลค่าเกือบ 2 ล้าน ถูกทิ้งข้างไร่มัน เมืองกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.พ. นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายพูนเพิ่ม พรไตรศักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.ปริญญา คำเจริญ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เอกกฤต กัลยาสนธ์ รองผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สีหนาท จันทร์เหลือง สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบกัญชาบริเวณท้ายหมู่บ้านคำบอน ม.7 ต.กลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้นำกระสอบมาทิ้งไว้จำนวนมาก คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด

ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบกระสอบหัวอาหารปลา 7 กระสอบวางกระจัดกระจายอยู่ข้างต้นกล้วยหลังโรงงาน กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ติดกับไร่มันสำประหลังของชาวบ้าน ตรวจสอบข้างในพบกัญชาอัดแท่งกระสอบละ 44 แท่ง รวมทั้งหมด 306 แท่งหรือน้ำหนัก 306 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1,800,000 บาท จึงยึดไว้ตรวจสอบ

สอบถามชาวบ้านที่พบเห็นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลับมาจากทำบุญที่วัดและมาพบกระสอบหัวอาหารปลาถูกทิ้งไว้ข้างไร่มันสำปะหลัง ซึ่งสอบถามแล้วไม่มีใครเป็นเจ้าของ ชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ กระทั่งพบว่าเป็นกัญชา

นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ากัญชาทั้งหมดน่าจะมีขบวนการลักลอบขนย้ายเข้ามาส่งให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ หรือใช้เป็นทางผ่านไปส่งให้กับลูกค้าในภาคอีสาน คาดว่าน่าจะใช้เส้นทางสมเด็จ-กาฬสินธุ์ แต่ระหว่างการขนย้าย คนร้ายอาจจะพบเห็นด่านตำรวจ และด่านตรวจชุมชน หรืออาจจะพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงตกใจก่อนจะเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านและทิ้งกระสอบกัญชาจำนวนมากไว้แล้วหลบหนีไป

ขณะที่ พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางมาตรวจสอบ พร้อมกับสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย โดยการเช็กภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆว่าสามารถจับภาพรถยนต์ต้องสงสัยได้หรือไม่ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะตื่นตกใจกลัวอะไรบ้างอย่างจนทิ้งกัญชาไว้แล้วรีบหนีไป



เมียช็อก! ผัวพายเรือไปซ่อมไฟ ก่อนเป็นศพถูกไฟชอร์ต ลอยในบ่อปลา

เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 2 ก.พ. พ.ต.ท.ทรงพล ทองทาบ สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง รับแจ้งมีเหตุพบคนถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต ภายในบ่อเลี้ยงปลาหลังโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ หมู่ ที่ 4 ต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างอุทยานธรรมสถานพานทอง

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ่อเลี้ยงปลาและกุ้ง เนื้อที่โดยรอบประมาณ 58 ไร่ แบ่งเป็น 2 บ่อ ในบ่อน้ำพบร่างนายนายอานนท์ ถวายนิล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/38 เขตบางนาเหนือ กทม. สภาพศพแข็งลอยอยู่ในน้ำ มือทั้ง 2 ข้างกำสายไฟและปลั๊กไฟแน่น โดยพบสายไฟโยงผ่านบ่อน้ำ กู้ภัยจึงปิดไฟ ก่อนนำศพขึ้นมาตรวจสอบ

สอบถามแม่ของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้เสียชีวิตครั้งล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ม.ค. หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเดินทางมาจาก บางนา กทม. ถึงที่บ่อปลา ประมาณ 21.30 น. เพื่อมาดูว่าเป็นอะไรหรือไม่ เมื่อเข้าไปในบ่อพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจอดอยู่ทางเข้า แต่ไม่พบตัว จึงไปดูที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ท้ายบ่อ พบรองเท้าและโทรศัพท์ จึงออกมาตามหา แต่ไม่พบ จึงตัดสินใจโทรแจ้งกู้ภัยและชาวบ้านให้ช่วยออกตามหา จนมาพบเป็นศพลอยในน้ำ

จากการถามภรรยาของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เล่าว่า สามีมาเช่าบ่อปลาดังกล่าวเพื่อเลี้ยงปลาและกุ้ง คาดว่าสามีน่าจะออกมาให้อาหารปลาและกุ้ง ช่วงเย็นได้เปิดไฟเพื่อดักกุ้งไว้ขายในตอนเช้า แต่มีไฟที่ไม่ติด จึงพายเรือไปซ่อมไฟ คงไม่ได้ตัดไฟก่อน ทำให้ไฟชอร์ต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้เสียชีวิตถูกไฟฟ้าชอร์ต เนื่องจากลงไปซ่อมไฟที่ไม่ติดในบ่อ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนภรรยาของผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมและจะให้ญาติมารับศพผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

พ่อพริตตี้ออย เปิดใจ สงสัยลูกเป็นเหยื่อ ไอซ์ หีบเหล็ก 6 ปีที่ไร้เสาหลัก อาศัยแค่เบี้ยยังชีพ

ไอซ์ หีบเหล็ก จากกรณีที่พบโครงกระดูกจำนวนมากในบริเวณบ้านของ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อายุ 40 ปี และคาดว่าน่าจะเป็นหญิงสาวที่ถูก นายไอซ์ ทำร้ายจนเสียชีวิต โดยหนึ่งในนั้นพยานได้ให้การว่ามีหญิงสาวชื่อออย ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวที่ชื่อออย มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ มีอาชีพเป็นพริตตี้โคโยตี้และพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ซึ่งได้สูญหายไปกว่า 6 ปีแล้ว โดยพ่อกับแม่สงสัยว่าจะเป็นเหยื่อของ นายไอซ์ หรือไม่จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 11 ต.ศรีมงคล อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบ นายบุญส่ง ศรีเดช อายุ 64 ปี และ นางเกสร เทียนโสภา อายุ 60 ปี ภรรยา โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกสาวของตนคือ น.ส.ยุพา ศรีเดช อายุ 23 ปี (อายุที่หายตัวไปเมื่อปี พ.ศ.2557) ซึ่งไปทำงานอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำงานพริตตี้และได้ส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวมาทุกเดือน กระทั่งปี 2557 ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย

ตนก็สอบถามเพื่อนๆ ที่รู้จักกันก็ไม่ทราบว่าลูกสาวหายไปไหน กระทั่งปัจจุบันตนทำใจแล้วว่าลูกสาวอาจจะเสียชีวิต กระทั่งมาทราบข่าวของ นายไอซ์ หีบเหล็ก ที่ลงมือฆ่าหญิงสาวแล้วใส่หีบเหล็กและถ่วงน้ำ รวมทั้งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีหญิงสาวชื่อ “ออย” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเหยื่อ ซึ่งตรงกับชื่อของลูกสาว และมีอาชีพเป็นพริตตี้ด้วย ซึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้มูลนิธิกระจกเงาได้เดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากตนเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับอีเอ็นเอของโครงกระดูกที่พบในบริเวณบ้านของ นายไอซ์ ว่าจะตรงกันหรือไม่ และคาดว่าอีก 3-4 วันคงจะรู้ผล

หลังจากทราบข่าวตนก็รู้สึกดีใจปนกับเศร้า หากพบว่าเป็นลูกสาวจริงก็จะได้นำกระดูกมาบำเพ็ญกุศล อุทิศส่วนกุศลให้ แต่ก็เสียใจหากเป็นลูกสาวตนจริงๆ ที่มาถูกฆาตรกรรมอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ และหากเป็นจริงตนก็ขอสาปแช่งให้ผู้ที่ทำกับลูกสาวได้ตกนรกหมกไหม้ ขอให้รับกรรมในชาตินี้อย่างหนัก เพราะที่ผ่านมาเมื่อครั้งน้องออยมีชีวิตอยู่ได้เป็นเสาหลักที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว หลังจากน้องออยสูญหายไปตนและภรรยาเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะตนก็ป่วยเป็นมะเร็งปอด ส่วนภรรยาก็แขนขาลีบ ไม่สามารถทำงานได้ อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาทเท่านั้น


หม่องดวงกุด ทะเลาะหนุ่มใหญ่กลางถนน ถูกกระซวกดับสยอง

หม่องดวงกุด  /  เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พ.ต.ท.นฤดล ถุนพุฒดม สว.(สอบสวน)สน.นิมิตรใหม่ รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตหลังโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว กลางถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม.

จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.คมสันต์ บดิกาญจน์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ พ.ต.ท.สนอง แสงมณี รอง ผกก.ป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ตำรวต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายไซ เซียง อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน ตามร่างกายมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่กลางหน้าอก 3 แผล ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไอ สีขาวดำ ทะเบียน 7 กษ 5676 กทม. ล้มคว่ำข้างทาง

จากการสอบสวน นายเอ นามสมมุติ อายุ 50 ปี พยานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายซึ่งเป็นคนงานก่อสร้าง ขับรถมาตามลำพังก่อนจะจอดรถทะเลาะกับผู้ก่อเหตุ เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น สวมหมวกแก๊ปสีเทา

จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้มีดที่พกมา จ้วงแทงไปหลายครั้ง จนผู้ตายมาล้มฟุบที่กลางถนน หลังก่อเหตุชายเสื้อเหลืองได้ขับรถขับรถจักรยานยนต์สีขาว หลบหนีไปทางด้านถนนหทัยราษฏร์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่พักอยู่ใกล้ๆกับผู้ตาย อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป


ศพในหีบบ้านไอ้ไอซ์ เป็นผู้หญิง คาดบ่อมรณะมีไม่ต่ำกว่า 3 ศพ เร่งตามหาคนหาย!

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 มกราคม พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผช.ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง จตร.ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง ผกก.สนเพชรเกษม

ตรวจสอบบ่อน้ำหลังโรงงานผลิต กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ บ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม.ของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก ที่มีส่วนในการซ่อนเร้นอำพรางศพ น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือ กุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ภายหลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำแบ่งเขตการค้นหาโดยรอบบริเวณ แล้วพบหีบเหล็กในสภาพผุพัง ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจมอยู่ใต้กอหญ้าท้ายขอบบ่อ และยังมีลูกเหล็กดัมเบล 1 ลูก พันด้วยโซ่ใส่แม่กุญแจถ่วงน้ำหนักตกอยู่ข้างกัน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จมอยู่ใกล้กับจุดแรกที่พบกระดูกถูกประตูเหล็กทับ และมีดพร้า

จากนั้นเมื่อเปิดดูภายในหีบ พบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายสิบชิ้น มีกระโหลกศีรษะมนุษย์และกรามล่าง กระดูกเชิงกราน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทำความสะอาดสิ่งของที่พบภายในทั้งหมด

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การค้นพบหลักฐานต่างๆ ในวันนี้นับเป็นข่าวดี หลังจากปรับแผนการค้นหา แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นจุดแล้วพบชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นของมนุษย์ทั้งหมดหรือไม่ โดยจุดที่พบมากสุดอยู่บริเวณกอพืชที่มีกล่องจมอยู่ ซึ่งภายในมีกระดูกต้นขา สะโพก และกะโหลก โดยแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ตรวจสอบด้วยสายตาแล้วคาดว่าเป็นของมนุษย์แน่นอน

เมื่อดูสะโพกแล้วคาดว่าเป็นของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพอที่จะนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความได้ จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และยังค้นหาต่อไป เบื้องต้นคาดว่ามีเหยื่อไม่ต่ำกว่า 3 คน

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายอภิชัยไปแล้ว 4 กลุ่มข้อหา คือเรื่องครอบครองอาวุธปืน,ยาเสพติด,อำพรางศพ น.ส.กุ๊กกิ๊ก รวมถึงกระดูกที่พบใหม่ และยังจะเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เพราะมีผู้ให้ข้อมูลว่ามีผู้ถูกนายอภิชัย ข่มขืนเมื่อธันวาคม ปี 2562 แต่ต้องรอผลพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์มายืนยันอีกครั้ง

พล.ต.ต.สหรัฐ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร แต่หลังจากที่ได้สอบปากคำพยานแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานได้สเก็ตภาพของบุคคลดังกล่าวและประกาศหาตัวคนหาย โดยพยานบอกว่าคนที่หายไปเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงน่าจะใส่ในหีบที่พบได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่ภาพ สเก็ตของหญิงสาวที่หายตัวไปซึ่งคาดว่าอาจเป็นศพล่าสุดที่พบอยู่ในหีบของวันนี้ นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ให้ญาติของผู้ที่เคยทำงานบ้านดังกล่าว หากพบว่า ญาติหายตัวไปให้รีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย


ตามหาให้ควั่ก หนุ่มส่งภาพผูกคอตายประชดแฟน ส่งโรงพยาบาลยังไม่หยุดป่วน

(20 ม.ค.63) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครร่วมกตัญญู จุดแสวงหา จ.อ่างทองรับแจ้งให้ช่วยตามหานายวิษณุ สอดสี อายุ 39 ปีอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว หลังโพสต์ภาพขณะใช้เชือกผูกคอและส่งให้กับ น.ส.สุพรรษา อายุ 34 ปี แฟนสาว ก่อนที่จะไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ทำให้ทั้งนางสาวสุพรรษาและญาติๆ ของนายวิษณุเกรงว่าจะผูกคอตายประชด เนื่องจากมีปากเสียงกันกับแฟนสาว

โดยหลังจากระดมกำลังกันค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงพบนายวิษณุนอนอยู่บริเวณบ่อทราย ม.10 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และที่ต้นไม้ไม่ห่างจากจุดที่พบตัวมีร่องรอยเชือกพลาสติกที่นายวิษณุใช้ผูกคอขาดลงมาทั้งเส้น โดยเบื้องต้นมีอาการอ่อนเพลีย ทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.แสวงหา ท่ามกลางความโล่งใจของญาติและแฟนสาว

แต่เหตุการณ์ไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อนายวิษณุที่มีอาการเมาสุราอย่างหนักและนอนพักอยู่ที่หอพักผู้ป่วยกระชากสายน้ำเกลือที่ทางแพทย์ให้ ก่อนที่จะเดินไปทั่วโรงพยาบาล ท่ามกลางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและนางสาวสุพรรษาที่ต้องพยายามเดินพูดคุยให้นายวิษณุกลับเข้าไปนอนพักรักษาตัว แต่นาวิษณุไม่ยอมพูดอยู่อย่างเดียวว่านางสาวสุพรรษาโกหกตนทำให้ตนคิดอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งสุดท้ายหลังจากใช้ความพยายามในการพูดคุยก็สามารถนำนายวิษณุกลับเข้าไปนอนพักรักษาตัวได้

นางสาวสุพรรษาเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ตนเองกับนายวิษณุมีปากเสียงกันจนกระทั่งนายวิษณุหายตัวออกจากบ้านมาก่อนที่จะส่งรูปที่เห็นมาให้ดูด้วยความเป็นห่วงตนเองจึงออกตามหาและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยจนกระทั่งมาพบตัวไปผูกคออยู่ในล๊อคหลังศาลเจ้าจึงเร่งนำตัวมาส่งโรงพยาบาล

หลังจากเจรจามาสักพักใหญ่แล้วจนกระทั่งสุดท้ายทั้งคู่เดินเข้ามกอดกันก่อนปรับความเข้าใจและยินยอมที่จะเข้าไปรักษาตัวก่อนจนกระทั่งสุดท้ายจบลงอย่างแฮปปี้โดยไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น