Latest Post

“น้องโพธิ์” ลูกชาคริต โตมากับธรรมชาติ ชอบทำสวนมาก ดูแลกุหลาบด้วยตัวเอง “น้องเฌอแตม” สาวอักษรจุฬาฯ ลูกสาวอดีตพระเอก “ติ๊ก-กิตติพันธ์ พุ่มสุโข” สวยน่ารักมาก

เปิดคำสารภาพผัวโหด จุดไฟเผาเมีย ตามแทงตายในร่องน้ำ อ้างเก็บความโกรธมา 2 ปี ตอนแรกจะเผาตัวเองตายไปพร้อมกัน

ความคืบหน้าเหตุผัวหึงโหดสาดน้ำมันเบนซินเผาเมีย แล้วแทงซ้ำดับคาร่องน้ำ หลังขับรถกระบะมากับเมียเกิดทะเลาะกันกลางทาง จังหวะฝ่ายชายจอดรถซื้อของข้างทาง ฝ่ายหญิงอาศัยที่เผลอวิ่งหนีจากรถมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน กระทั่งผัวไล่ตามหยิบขวดน้ำมันเบนซินสาดจุดไฟเผาร่างจนไหม้ผิวหนัง ส่วนเมียกระโดดลงร่องน้ำหนีตาย แต่ผัวสติแตกตามไปลงไปกระหน่ำแทง 6 แผลดับสลด ก่อนกลับไปขึ้นรถกระบะ มิตซูบีชิ ไทรทัน สีขาว หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดภายในซอย 9A นิคมอุตสาหกรรมบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มีนาคม 2566

สาวนุ่งผ้าผืนเดียววิ่งลงจากรถ กรีดร้อง “ช่วยหนูด้วย” ก่อนถูกเผาทั้งเป็น แทงจนตาย
ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 มีนาคม 2566 พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางปู มอบหมายฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ไล่ติดตามตัว นายพิสุทธ์ศิริ จันทร์โสดา อายุ 42 ปี ผู้ต้องหา และเข้ากดดันตามภูมิลำเนาและแหล่งที่เชื่อว่านายพิสุทธิ์ศิริ จะหลบหนี พร้อมกับประสานกับ ฝ่ายสืบสวน จากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เร่งไล่ล่ามานำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุสะเทือนขวัญและประชาชนให้ความสนใจ

ต่อมาภายหลังจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายจับในข้อหา ฆ่าโดยไตร่ตรอง และเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายพิสุทธิ์ศิริ หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะติดไปจับกุมตัวเอาไว้ได้ ขณะจอดรถหลบอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.บางปู

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า หลังสอบปากคำ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ตนเองและ นางณัฐนันท์ จูมฟอง อายุ 45 ปี ผู้ตาย อยู่กินสักระยะแล้ว ต่อมาไปพบข้อความขอผู้ตายที่แอบไปคุยกับคนอื่น จึงโมโหจนเกิดมีปาเสียงกัน ต่อมาผู้ตายจึงพักอยู่กับเพื่อนได้ประมาณ 4-5 วัน กระทั่งช่วงสายวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหานัดผู้ตายให้มาหา และชักชวนกันไปทำบุญที่วัดคลองเก้า ภายหลังจากทำบุญเสร็จ ทั้งสองคนจึงไปนั่งคุยกันบริเวณทางเข้าสนามกอล์ฟ ใกล้กับที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นทางฝ่ายไปพบเห็นข้อความของผู้ตายที่แอบไปคุยกับชายอื่น จึงโมโหและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนผู้ต้องหาสติแตกใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมา เทราดเมียรัก และยังเทราดตัวเองด้วย พร้อมกับขู่ว่า จะเผาให้ตายไปด้วยกันทั้งคู่

ขณะนั้นผู้ตายใจดีสู้เสือทำทีคุยดีกับผู้ต้องหาจนเริ่มใจเย็นลง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะขับรถไปบริเวณที่เกิดเหตุและเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำมันออก แต่จังหวะนั้นที่ผู้ต้องหาแวะขอซื้อไอติม ผู้ตายจังฉวยจังหวะที่เผลอวิ่งลงจากรถไปขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นผู้ต้องหาเริ่มสติแตก จึงกลับไปเอาน้ำมันเบนซินในรถสาดใส่ผู้ตายขณะกำลังหลบอยู่หลัง นายประภาส อายุ 58 ปีซึ่งเป็น รปภ โรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พาสเทล ซองไปรษณีย์พาสเทล พลเมืองดี ก่อนที่จะหยิบไฟแช็กจุดเผา นางณัฐนันท์ ผู้ตาย จนทำให้นายประภาส ถูกไฟลวกได้รับบาดเจ็บไปด้วย

ต่อมา นางณัฐนันท์ ผู้ตายจึงวิ่งลงไปในน้ำ แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมรามือ ยังวิ่งกลับไปที่รถหยิบเอามีดยาวกว่า 40 ซม. ตามไปจ้วงแทง นางณัฐนันท์ จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ พร้อมของกลาง มีดยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน 2 ฒฎ 5783 กรุงเทพมหานคร ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.บางปู

ทั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้มีการเตรียมการมา ส่วนน้ำมันเบนซิน อ้างว่าซื้อไปเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำเพิ่มเติม

ต่อมาเมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ภายหลังจากตำรวจคุมตัวผู้ต้องหามาถึงโรงพัก สภ.บางปู ระหว่างคุมตัวผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด และยังกล่าวขอโทษญาติผู้เสียชีวิต โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่โรงพักด้วย นาย นายพิสุทธ์ศิริ เปิดใจและยอมให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองยอมรับว่าลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุที่ทำ นายต้นอ้างว่า ตนเองเก็บอารมณ์ความโกรธมาสองปี ที่ฝ่ายหญิงแอบไปคุยชู้สาวกับชายอื่นในแชท ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าเคยคุมอารมณ์ไม่อยู่ลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงจริงด้วยการตบ ทำให้ฝ่ายหญิงหนีออกจากห้องพักไปกว่าสิบวัน จนกระทั่งขอนัดคุยนัดเคลียร์ปัญหา จนฝ่ายหญิงตกลงตามที่นัดหมาย

จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนจึงขับรถไปรับฝ่ายหญิงตามนัด โดยพาไปทำบุญที่วัดคลองเก้า จากนั้นพาไปจอดรถนั่งเล่นที่สนามกอล์ฟ ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ระหว่างนั่งคุยเล่นกัน นายต้นอ้างว่าถูกฝ่ายหญิงดุด่าจนเกิดความโมโหและข่มขู่ว่าจะราดน้ำมันเผาให้ตายทั้งสองคนหากยังไม่หยุดด่า และพอขึ้นรถมาได้ก็ยังถูกฝ่ายหญิงต่อว่าอีกทำให้เกิดความโมโห จึงใช้น้ำมันราดฝ่ายหญิงและตัวเอง เพื่อหวังข่มขู่ แต่ด้วยความคันจากน้ำมันจึงพากันถอดเสื้อหวังเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างทางฝ่ายหญิงอ้างหิวน้ำจึงจอดรถที่เกิดเหตุพอจอดรถฝ่ายหญิงจึงเปิดประตูวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ด้วยความโมโหและคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

เมื่อถามว่าเตรียมการมาหรือไม่ นายต้นอ้างว่าไม่ได้เตรียมการ แกลลอนน้ำมันที่เตรียมมาอ้างว่าเตรียมไว้เติมรถจักรยานยนต์ที่เอาไปจำนำเพื่อเอาเงินมาจากค่างวดรถยนต์ที่ค้างไว้

ขณะเดียวกัน นางสนิทพี่สาวของผู้เสียชีวิต และญาติได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหาที่ สภ.บางปู หลังจากที่ทราบข่าวว่าตำรวจสามารถตามจับกุมผู้ต้องหาได้ ได้ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า ไม่ให้อภัยไม่รับคำขอโทษจากผู้ต้องหา และอยากถามว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ หลังจากเกิดเรื่องยอมรับว่าทุกคนหวาดกลัว

ที่ผู้ต้องหาจะย้อนมาก่อเหตุกับคนในครอบครัว พอทราบว่าถูกจับตัว ก็รู้สึกสบายใจขึ้นและต้องขอบคุณตำรวจที่ตามจับกุมตัวได้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ก่อนที่จะเดินที่หน้าห้องสืบสวน ที่ผู้ต้องหากำลังถูกสอบสวนอยู่ด้านใน ได้ตะโกน ถามผู้ต้องหาทั้งน้ำตา ว่า ฆ่าน้องกู ทำไม ไอ้ควาย ไอ้สัตว์ มึงเกิดมาทำไมให้อายเขา ใจมึงทำด้วยอะไรใช่คนหรือเปล่า ทำไมต้องฆ่ากันด้วย