เพจดังแฉคลิป “แก๊งแม่เรียกซักผ้า” เด็กสาววัยรุ่นตบสนั่นปั๊ม เสื่อมเสียไปทั้งแม่สาย

เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v 14 เผยคลิปสาววัยรุ่นต่อสู้ตบตีกันอย่างรุนแรง มีการจิกผมทึ้งหัวกันจนนอนลงไปกองที่พื้น พร้อมระบุว่า “สังคมแม่สายเสื่อมขึ้นทุกวัน โตไม่รู้จักโต กับแก๊งชื่อ แม่เรียกซักผ้า ตบเด็ก ทำมาหลายรอบแล้วแต่ไม่มีใครกล้าทำไร มันทำเรื่อยๆ เลยทำกับหลายคนแล้วด้วย” 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปั๊มน้ำมั่นแห่งหนึ่ง ข้างโรงงานผลิตกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน ของ อ.แม่สาย พร้อมให้ข้อมูลว่า เด็กคนกางเกงลายมากับเพื่อน แล้วพวกเสื้อแดงหมั่นไส้เลยท้าตบ ถ้าไม่ตบจะให้คนเสื้อแดงตัวใหญ่ๆ หัวหน้าแก๊งตบ ทั้งคู่จึงลงไม้ลงมือสู้กัน ท่ามกลางสายตาของแก๊งเพื่อนอีกเป็นจำนวนมาก

คำให้การ คนขับกระบะซิ่งแหกโค้งใน ม.เกษตรฯ รองเท้าแตะไปขัดอยู่ที่เบรก

เกิดเหตุกระบะซิ่งแหกโค้ง ชนดะจยย.นิสิต กลางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน บาดเจ็บ 2 สาหัส 3 คนขับอ้างรองเท้าแตะไปขัดอยู่ที่ตัวเบรก

เวลาประมาณ 13.00 น. ร.ต.อ.ธนศักดิ์ พ้องเสียง รอง สารวัตร(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงประสานอาสาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุธรรมอารีกุล ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนวิภาวดี-รังสิต ใกล้กับประตูงามวงศ์วาน 3 ลักษณะเป็นถนน 2 เลน มีเกาะกลางแบ่งถนนสองฝั่ง พบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเทา สภาพด้านหน้ารถและประตูฝั่งซ้ายพังเสียหายจอดขวางอยู่กลางถนน

มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักศึกษารวม 5 ราย เจ็บเล็กน้อย 2 ราย และสาหัส 3 ราย เป็นนักศึกษาชาย 1 ราย และหญิง 2 ราย ทราบชื่อ น.ส.พิชชาภา และ น.ส.ธมลวรรณ เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.วิภาวดี ขณะเดียวกันมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 4 และรถจักรยานยนต์ 3 คัน

ขณะที่ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 ระบุว่า จากการสอบปากคำ นายรัฐวิทย์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะ ทราบว่าขณะเกิดเหตุขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชั่วโมง กำลังจะมุ่งหน้าไปร้านจำหน่ายกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วนกับเพื่อนสาว ซึ่งปกติตนจะถอดรองเท้าแตะขับรถ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รองเท้าแตะไปขัดอยู่ที่ตัวเบรก จึงทำให้เบรกไม่ได้

ด้าน น.ส.สริสา นิสิตชั้นปีที่ 4 เจ้าของรถยนต์มาสด้า ซีเอ็กซ์ 3 สีแดง ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ เล่าว่า ได้ขับรถตามรถจักรยานยนต์ของนิสิตรายอื่นมาประมาณ 3 คัน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกระบะที่ขับอยู่ฝั่งตรงข้าม มาด้วยความเร็วก่อนหลุดโค้งข้ามเกาะกลางมาชนกวาดรถจักรยานยนต์อย่างแรงจนนักศึกษากระเด็นไปคนละทิศทาง และมีรถจักรยานยนต์กระเด็นมาโดนด้านหน้ารถตนเองเสียหายเช่นกัน

เปิดประสบการณ์! รถติดทนไม่ไหว ลุงแท็กซี่ปวดฉี่โดดลงรถ ฝากผู้โดยสารขับแทน

ขึ้นชื่อว่าถนนลาดพร้าว-รัชโยธิน ไม่บอกก็รู้กันดีว่าการจราจรสาหัสขนาดไหน ยิ่งหากปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำในตอนรถติดแล้ว คงจะเป็นเรื่องลำบากมิใช่น้อย เหมือนกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pakapak Sankhasundara” ที่โพสต์เล่าเหตุการณ์ประสบการณ์สุดแปลก เมื่อโดยสารมาในรถแท็กซี่ แล้วรถติดอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน หน้าบริเวณร้านจำหน่ายกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน แล้วคนขับแท็กซี่เกิดปวดปัสสาวะขึ้น

ผู้โพสต์เล่าว่า รถติดจนคนขับแท็กซี่คนไม่ไหว ขอลงจากรถไปหาห้องน้ำ แล้วให้ตนช่วยเคลื่อนรถแทน แต่ปรากฎว่า เมื่อคนขับกลับมาก็ยังไม่ได้เข้าห้องน้ำ เพราะหาห้องน้ำ หรือปั๊มน้ำมันในบริเวณนั้นไม่เจอ สุดท้ายหนุ่มผู้โพสต์จำได้ว่า มีคอมมูนิตี้มอลล์อยู่ใกล้เคียง สุดท้ายพาแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปหาห้องน้ำได้สำเร็จ

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสฮือฮา เรียกรอยยิ้มจากผู้ที่ได้อ่าน และแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมากภายในเวลาอันรวดเร็ว

แทบช็อค! รถแบคโฮกวาดป่า เจอศพทารกยัดถุงทิ้ง เร่งหาตัวแม่ จ่อเจอข้อหาฆาตกรรม

วันนี้(9 ต.ค. 62) เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ  และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าตรวจที่เกิดเหตุพบศพทารกเพศชาย ถูกบรรจุอยู่ในพลาสติกสีขาว ทิ้งอยู่ในป่าละเมาะทางเข้าโรงงานผลิตกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วนแห่งหนึ่ง ในตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช  โดยศพทารกรายนี้ถูกพบโดยบังเอิญหลังจากที่เจ้าของที่ดินได้ว่าจ้างรถแบคโฮมาทำการกวาดป่าละเมาะ เพื่อปรับพื้นที่เตรียมถมดิน

พ.ต.ต.ถาวร จันทรพงศ์ พนักงานสอบสวน และแพทย์นิติเวช ศูนย์นิเวช รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เข้าทำการชันสูตรพบว่าทารกเป็นเพศชายสภาพอวัยวะครบสมบูรณ์ ผิวขาว มีอายุครบกำหนดคลอดออกมาพร้อมรก ในถุงยังพบว่ามีกางเกงชั้นในผู้หญิงพร้อมผ้าขนหนูโชกเลือดถูกทิ้งมาด้วย เจ้าหน้าที่ได้เก็บเป็นหลักฐานส่งพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อเป็นฐานข้อมูลหาตัวมารดาเด็ก เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า คลอดจากครรภ์มารดามาได้ 4-5 ชม.เท่านั้น และน่าจะเสียชีวิตหลังจากถูกนำใส่ถุงโดยขาดอากาศหายใจ ซึ่งจะได้นำไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายประสิทธิ ถือพุทธ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช คนขับรถแบคโฮ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้กวาดป่าปรับพื้นที่มาถึงจุดที่พบศพ ปรากฏว่าพบถุงพลาสติก มีขาเด็กได้โผล่ออกมา จึงเรียกเจ้าของที่ดินมาดู แล้วพบว่าเป็นขาเด็กแน่นอนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยไม่กล้าเปิดถุงเอง รอจนกระทั่งแพทย์เข้ามาชันสูตรจึงพบว่าเป็นทารกเพศชาย

ด้านพนักงานสอบสวน เร่งสอบปากคำพยานที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง พร้อมทั้งติดตามข้อมูลในรีสอร์ทว่า มีผู้ต้องสงสัยรายใดมาเปิดห้องพักหรือไม่ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่เชื่อมโยงกับจุดทิ้งศพทารก โดยเบื้องต้นนั้นตามกฎหมาย หากทารกนี้คลอดมาในสภาพสมบูรณ์และมีชีวิตอยู่ หลังคลอดมีการหายใจ ผู้ที่นำใส่ถุงและนำมาทิ้งอาจจะต้องเจอข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากทารกมีสภาพความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างเร่งสืบสวนหาข้อมูลเพื่อติดตามตัวแม่ของทารกรายนี้มาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

“วัน อยู่บำรุง” แชร์ภาพเตือนภัย เจอพิษ “แมลงก้นกระดก” กัดต่อยขา

“วัน อยู่บำรุง” แชร์เตือนภัย หลังเผชิญหน้ากับพิษร้ายของ “แมลงก้นกระดก” กัดต่อยเข้าที่ขา กลายเป็นแผลตุ่มน้ำใสที่ต้องใช้เวลารักษา

(9 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพเฟซบุ๊กโชว์ร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากการถูกแมลงก้นกระดกกัดต่อย บริเวณโรงงานผลิตกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล ขณะที่ตนกำลังเดินลงจากรถ โดยเรียงลำดับอาการที่เริ่มต้นจากรอยผื่นคันแดงๆ และเริ่มขึ้นเป็นตุ่มน้ำใส่ กลายเป็นแผลในที่สุด

หลังจากภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจขอให้หายป่วยโดยเร็ว บางคนได้แชร์ประสบการณ์ที่เคยถูกแมลงชนิดนี้กัดต่อย และเตือนภัยให้ระมัดระวังภัยและพิษจากแมลงชนิดนี้ ที่อาจจะเกิดข้างเคียงได้เช่นกัน

สำหรับ แมลงก้นกระดก เป็นแมลงขนาดเล็ก ส่วนหัวมีสีดำ ส่วนท้องมีสีส้มทอง และปีกสีน้ำเงินเข้ม มักจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แมลงมีสารพีเดอริน เป็นพิษชนิดที่ทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ผู้ที่สัมผัสพิษมีอาการแสบร้อน แผลจะมีลักษณะเป็นทางยาว และเกิดตุ่มน้ำใส อาจจะหายเองภายใน 7-10 วัน ทั้งนี้หากเข้าตาอาจจะทำให้ตาบอดได้

ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ เด็กชาย 4 ขวบพลัดตกคอนโดชั้น 10 เหลือเชื่อเจ็บแค่เล็กน้อย

(3 ต.ค.62) เมื่อเวลา 19.30 น. พ.ต.อ.พงศ์จักร รีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กอายุ 4 ปี ตกจากอาคารชั้น 10 คอนโดเมืองทองธานี หมู่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งช่วยเหลือ

ที่ด้านหน้าอาคาร พบร่าง ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี นอนอยู่ที่พื้นถนน โดยมีชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าช่วยกันดูอาการเด็ก เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงจึงได้นำชุดปฐมพยาบาลและเฝือกลมเข้าบล็อกร่างทั้งตัว เนื่องจากเกรงว่าเด็กจะมีร่างกายถูกกระแทกหัก แต่เมื่อถามเด็กสามารถพูดโต้ตอบได้และมีบาดแผลฟกช้ำเล็กน้อย โดยมี ด.ช.แบงค์ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี พี่ชายของ ด.ช.บอย อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จึงได้เร่งนำร่างผู้บาดเจ็บส่ง รพ.กรมชลประทาน ปากเกร็ด

จากการสอบถาม รปภ.อาคาร  ทราบว่า ตนทำงานอยู่ที่ตรงประตูได้ยินเสียงเหมือนของหล่นดังตุ้บ ตอนแรกได้ยินเสียงดังโครมก่อนแล้วเสียงหล่นใส่ต้นไม้ จากนั้นมีคนร้องเสียงดังแล้วก็วิ่งกันไปดูเห็นเด็กนอนคว่ำหน้ากับพื้น คนที่อยู่ในโต๊ะสนุ๊กได้มาจับเด็กดู พบว่าเด็กยังลืมตา ยักคิ้ว พยักหน้ายกมือได้ ถามเด็กบอกว่าเจ็บที่แขนซ้าย เจ็บขาทั้งสองข้าง เจ็บคอและหลัง จึงได้ให้เด็กนอนเฉยๆ หลังจากนั้นพี่ชายของเด็กได้วิ่งมาดู เด็กพยายามจะลุกขึ้นแต่ชาวบ้านไม่ให้ลุก ผ่านไปประมาณ 15 นาทีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมา ถามตอบรู้เรื่อง โต้ตอบได้ เด็กอยู่กับพี่ชาย 2 คน แต่พี่ชายลงมาเล่นเกมข้างล่างปล่อยเด็กไว้คนเดียว ตนได้ขึ้นไปตรวจสอบห้องดูแล้วไม่มีโต๊ะหรือเตียงทีข้างหน้าต่าง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่อาคารจึงได้โทรแจ้งพ่อแม่ให้ไปดูอาการที่โรงพยาบาล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามพบว่าอาการเด็กตอนนี้ไม่มีส่วนใดในร่างกายหัก มีแผลฟกช้ำตามตัวเล็กน้อย ซึ่งแพทย์อยู่ระหว่างตรวจสอบภายในร่างกายว่าได้รับการกระแทกจนมีเลือดออกภายในหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะติดตามรายละเอียดอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

สุดเศร้า กระบะคู่กรณีชนรถตู้ “หลวงพ่ออลงกต” เป็นคู่รักที่กำลังเข้าพิธีผูกข้อมือ

ความคืบหน้ากรณีรถตู้ เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พระนักบุญผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ ประสบอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย นั้น

ล่าสุด (2 ต.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า บรรยากาศงานศพของ นางระอุ่น อายุ 45 ปี และ นายสุนทร อายุ 55 ปี หนุ่มโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านที่มางานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่น่าจะเป็นคู่กัน ถึงได้มาเสียชีวิตพร้อมกัน

ทั้งคู่ที่ผ่านการมีครอบครัวและลูกๆ ของทั้ง 2 คนก็มีครอบครัวแยกย้ายกันไปหมดแล้ว และมีแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลังคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งแล้ว และในวันเกิดเหตุได้ไปซื้อของเพื่อมาทำพิธีผู้ข้อมือให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ และญาติๆ ได้รับรู้ว่าจะใช้ชีวิตใหม่ร่วมกันแต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน

ซึ่งในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คนได้นัดกันว่าจะมาสู่ขอและผูกข้อมือกัน โดยมีญาติผู้ใหญ่รวมถึงคนในหมู่บ้านเป็นสักขีพยานต์ว่าทั้ง 2 จะใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยา แต่ก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อนที่จะได้มีการทำพิธี

ขณะที่ หลวงพ่ออลงกต ซึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งเข้าทำการรักษา ณ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อ.เมือง จ.ลพบุรี แพทย์เปิดเผยว่าไม่พบอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในอื่นๆ แต่ผลสแกนสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกส่วนคอ พบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเล็กน้อย แพทย์ประเมินยังไม่ต้องผ่าตัด ได้ให้ยาป้องกันการชักและสังเกตอาการทางระบบประสาทอย่างใกล้ชิด

ขณะที่การเอ็กซเรย์กระดูกสะโพก พบกระดูกสะโพกด้านขวาหัก และได้ผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกเรียบร้อยแล้ว ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ ด้านบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณใต้เข่าด้านขวาลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ยาว ประมาณ 10 ซ.ม. ได้รับการผ่าตัดตกแต่งบาดแผล ซึ่งในขณะนี้ทางทีมแพทย์งดเยี่ยมพระอลงกตก่อนเพื่อให้ท่านได้รับการพักผ่อน และงดกิจนิมนต์

เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ

โดย หลวงพ่ออลงกต เปิดเผยว่า ขอให้ลูกศิษย์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าขณะนี้อาการของหลวงพ่อดีขึ้นมากแล้ว แต่ทางแพทย์อยากให้หลวงพ่อพักผ่อน อาการอื่นไม่มีอะไร ส่วนศพของคู่กรณีทางหลวงพ่อจะดูแลให้ทั้งหมด พร้อมกับจะส่งเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปดูแลครอบครัวด้วย หากมีลูกที่ยังเรียนหนังสืออยู่ทางหลวงพ่อก็จะรับอุปการะดูแลทั้งหมดไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบพยานไปแล้วทั้งหมด 4 ปาก พร้อมกับนำตัวคนขับรถตู้ของหลวงพ่ออลงกตไปตรวจวัดหาแอลกอฮอล์ในเลือด แต่ไม่พบว่ามีแอลกอฮอล์อยู่เลย จึงต้องรอสอบสวนพยานให้หมดก่อน โดยยังไม่มีการแจ้งขอหากับใครทั้งสิ้น

เปิดใจ ผอ.เทคนิคศรีสะเกษ สุดเศร้านักศึกษาตายหมู่ 13 ศพ ยันทุกคนเป็นเด็กดี

(29 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า หลังจากที่เกิดเหตุนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเดินทางไปร่วมฝึกงานกับเพื่อนๆ ที่โรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า แห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ รวมทั้งหมด 13 คน เมื่อกลางดึกคืนวานนี้

จึงได้เดินทางไปที่บ้านหนองระเยียว ต.โนนปูน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายเทียนชัย อายุ 19 ปี นักศึกษาระดับ ปวส.2 แผนกช่างยนต์ โดยบรรยากาศที่บ้านของนายเทียนชัย มีญาติๆ และเพื่อนบ้านเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับศพจากโรงพยาบาลบาลพลี จ.สมุทรปราการ ที่คาดว่าจะมาถึงในช่วงค่ำวันนี้ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสร้อย

นายนิกร อายุ 27 ปี ญาติของ นายเทียนชัย  เปิดเผยว่า น้องเทียนชัย เป็นนิสัยดี ใช้งานง่าย ชอบช่วยงาน และมีแต่คนในหมู่บ้านรัก ขณะทำงาน น้องก็จะส่งเงินมาให้ทางบ้านทุกๆ เดือน เดือนละประมาณ 1 หมื่นบาท และปกติน้องจะเป็นคนไม่ค่อยชอบกิน เที่ยว แต่ครั้งนี้น้องน่าจะไปเพราะถูกเพื่อนๆชวน และคิดว่าจะไปกิน เที่ยวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะฝึกงานจบ การที่น้องเทียนชัย เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝันทำให้พวกตนและครอบครับเสียใจเป็นอย่างมาก 

นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ประชุมหารือร่วมกับคณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่ประกันภัยและญาติพี่น้องของนักศึกษาที่เสียชีวิต เพื่อเตรียมประสานงานในการไปรับศพของนักศึกษาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่า นักศึกษาที่เสียชีวิต มีจำนวน 11 ราย เป็นศิษย์เก่าอีก 2 ราย รวมเป็น 13 ราย ตอนนี้ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งว่า จะนำศพทั้ง 13 ราย มาส่งที่ จ.ศรีสะเกษ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ย. 62) นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะลงมาประชุมร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเยียวยา ซึ่งตนได้ประสานงานกับทาง รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ยุติธรรมจังหวัด ประกันภัย และสาธารณสุขจังหวัดเพื่อหาทางเยียวยาให้กับผู้ปกครองได้สบายใจที่สุดในเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกัน ทางวิทยาลัยก็ได้ประสานงานกับทางบริษัทประกันภัยที่ทางวิทยาลัยได้ทำประกันภัยเอาไว้ให้กับนักศึกษาทุกคน ได้ประสานงานเรียบร้อยแล้วแจ้งว่า ประกันภัยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งประกันภัยของ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมประชุมประสานงานด้วย ตนจะพยายามดูแลในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ แต่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาเยียวยาพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างเต็มที่ ในฐานะที่ตนได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็ได้ร่วมประชุมกับคณะอาจารย์ในวิทยาลัยรวมทั้งผู้บริหารอาชีวศึกษา จ.ศรีสะเกษ ให้ช่วยกันเยียวยาให้ดีที่สุด

ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้มีแต่เด็กนิสัยดี เบื้องต้นตอนนี้ทางวิทยาลัยเทคนิคได้เรียกประชุมคณะอาจารย์ด่วน พร้อมจะแบ่งคณะอาจารย์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ชุดที่ 1 จะเดินทางไปประสานงานเรื่องต่างๆ กับโรงพยาบาล และส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ง่ายต่อการที่ญาติๆจะเดินไปขอรับศพผู้เสียชีวิต ชุดที่ 2 จะลงพื้นที่ตามบ้านต่าง ๆของเด็กนักศึกษา เพื่อดูแลช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ และชุดที่ 3 จะเป็นกลุ่มที่จะคอยประสานงานกับผู้ปกครองที่มีความพร้อมและพาไปรับตัว รับศพเด็กนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ขอยืนยันว่า จะช่วยดูแลพ่อแม่ญาติๆ ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตทั้ง 13 ศพ อย่างเต็มที่และให้ดีที่สุด

นักแข่งรถหนุ่ม นักศึกษา ม.ดัง ซิ่งเก๋งอัลฟาร์ดชนอัดขอบสะพาน สุดยื้อชีวิต

นักศึกษาหนุ่ม ม.ดัง ดีกรีนักแข่งรถ ขับเก๋งกลับบ้าน หลังเพิ่งสังสรรค์กับเพื่อนๆ พุ่งเฉี่ยวชนขอบสะพานเสียหลักพังยับเยิน เสียชีวิตคาที่

(26 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถชนเสาคอนกรีตของป้ายสะพานมีผู้เสียชีวิต บริเวณเชิงสะพานนนทบุรี ถนนนนทบุรี-ปทุมธานี ต.บ้านใหม่ หน้าร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทป ไปสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ จอดกีดขวางกลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่มีชิ้นดี ข้างรถพบศพนายรวีโรจน์ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และยังเป็นนักแข่งรถประเภทดริฟต์ รุ่น Class B สังกัดทีม The Club 24 Bangkok Drag Bar เปรียว จูเนียร์ อีกด้วย โดยสภาพศพมีรอยฟกช้ำตามลำตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายรวีโรจน์ ได้ขับรถกลับออกมาจากเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัย ขับรถมุ่งหน้าไปทาง อ.บางบัวทอง เพื่อจะกลับที่พักย่านบริเวณถนนทางหลวงสาย 345 (บางบัวทอง-บางพูน) โดยขับขี่ด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางขึ้นเชิงสะพาน อยู่ๆ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาคอนกรีตของป้ายสะพานอย่างจัง

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ช่วยกันนำร่างออกมาจากซากรถ เพื่อช่วยยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะพบว่า นายรวีโรจน์ เสียชีวิตลงในที่สุด

คอนโดฯ ปัดขายโซฟา “ลันลาเบล” แค่ย้ายที่ ลูกบ้านหลอนจ่อย้ายออก

ลูกบ้านทนหลอนไม่ไหว จ่อขอย้ายออกจากคอนโดฯ เดียวกับ “ไออุ่น” ด้านนิติฯ ปัดขายโซฟาจุดพบร่าง “ลันลาเบล” ยันแค่ย้ายไปเพื่อความสบายของทุกคน

จากข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา หรือ ลันลาเบล พริตตี้สาววัย 25 ปี ที่ขณะนี้นำไปสู่การจับกุมตัว นายรัชเดช หรือ ไออุ่น ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตปริศนาในครั้งนี้ แต่ปรากฏว่ามีรายงานว่า บรรดาผู้พักอาศัยที่คอนโดมิเนียมแห่งเดียวกับนายไออุ่น ซึ่งเป็นสถานที่พบศพ รู้สึกไม่สบาย และประสงค์เตรียมย้ายออก

โดยเฉพาะผู้ที่เข้าพักอยู่ชั้นเดียวกับห้องของนายไออุ่น ต่างพากันรู้สึกหลอนและหวาดกับเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งโซฟาที่ล็อบบี้คอนโดฯ ที่พบร่างลันลาเบลเสียชีวิตอยู่ และมีข่าวลืออ้างว่ามีการประกาศขาย แต่ปรากฏว่าพบว่าทางคอนโดฯ ได้เคลื่อนย้ายโซฟาห่อด้วย แอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก ไปไว้บริเวณลานจอดรถของอาคาร เพื่อความสบายใจของลูกบ้านที่พักอาศัย พร้อมห่อโซฟา

ทั้งนี้ ลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ คนหนึ่งยอมรับว่า รู้สึกไม่สบายใจและมีหลอนกับสิ่งที่เกิดขึ้น วางแผนและหารือกับครอบครัว ก่อนตัดสินใจย้ายออกจากคอนโดฯ แห่งนี้ ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ หลังจากเข้าพักอาศัยมานาน 5 เดือน โดยสาเหตุที่ตัดสินใจย้ยออกมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนหนึ่งเพราะต้องใช้ลิฟท์โดยสารและเดินผ่านห้องของนายไออุ่นที่อยู่ชั้นเดียวกันทุกวัน และทำให้เห็นภาพที่เกิดเหตุ จากการเสพข่าว ทั้งคลิปนายไออุ่นลากร่างลันลาเบล จึงรู้สึกหลอนและกลัวมากที่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น

ขณะที่นิติบุคคลของคอนโดฯ ยืนยันว่า กรณีที่มีบุคคลติดต่อขอซื้อโชฟาเพื่อนำไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ ตามที่มีกระแสข่าวนั้นไม่มีมูลความจริง อีกทั้งไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมีการเผยแพร่มาจากบุคคลใด เนื่องจากทรัพย์สิ้นภายในคอนโด หากมีจะการซื้อขายหรือชำรุดเสียหาย ต้องมีการติดต่อและแจ้งให้กับทางนิติบุคคลทราบในฐานะผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง

ส่วนกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายโซฟาจากล็อบบี้ ไปไว้ที่ลานจอดรถของคอนโดฯ นั้น ทางนิติฯ ระบุสาเหตุที่มีการเคลื่อนย้าย ก็เพื่อสร้างความสบายใจให้กับที่ผู้พักอาศัย โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายเพราะความหวาดกลัวหรือมีสิ่งเร้นลับแต่อย่างใด แต่ล่าสุดเมื่อไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถก็ไม่พบโซฟาตัวดังกล่าวอีกแล้ว